ธุรกิจ

Suzuki ปี 63 เติบโต 7 % คาดปี 64 ขายรวม 30,000 คัน


Suzuki (ซูซูกิ) เผยความสำเร็จใปี 2563 (เดือนมกราคม-เดือนธันวาคม) เติบโต 7 % มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น  25,528  คัน เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ ตอกย้ำถึงความสำเร็จที่มาจากความมุ่งมั่นในการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาด การขาย และการบริการ ซึ่งเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด เตรียมปรับแผนธุรกิจรุกตลาดรถยนต์ปี 2564 เสริมทัพด้วยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ พร้อมเจาะลึกด้านงานขาย และงานบริหารที่เข้าถึงลูกค้าได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

มิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมาตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในทุกด้าน ทั้งยังรวมถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจอันเกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  จึงเป็นปีที่หลายฝ่ายต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปได้ แม้ Suzuki จะได้รับผลกระทบอยู่บ้างแต่ก็ยังสามารถสร้างยอดจำหน่ายรวมไปได้ถึง 25,528 คัน มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 7 % และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 3.22 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในขณะที่ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์มีตัวเลขยอดจำหน่ายอยู่ที่ 793,021 คัน ลดลง 21.29 % เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ผ่านมา

สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์ Suzuki ประจำปี 2563 แบ่งตามรุ่นดังนี้

  • Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) สปอร์ทอีโคคาร์ยอดนิยม มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 10,320 คัน ลดลงจากปีก่อน 12.74 %
  • Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลรีโอ) รถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์คุณภาพเกินตัว มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 4,351 คัน คิดเป็นอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 195.18 %
  • Suzuki Ciaz (ซูซูกิ ซีอัซ) พรีเมียมอีโคคาร์ซีดาน มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 3,047 คัน ลดลงจากปีก่อน 35.29 %
  • Suzuki Ertiga (ซูซูกิ แอร์ติกา) รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 2,766 คัน ลดลงจากปีก่อน 23.15 %
  • Suzuki XL7 (ซูซูกิ เอกซ์แอล 7) ใหม่ รถยนต์ครอสส์โอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง มียอดจำหน่ายนับตั้งแต่การเปิดตัว อยู่ที่ 2,560 คัน
  • Suzuki Carry (ซูซูกิ แคร์รี) รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์เปิดกระบะท้ายได้ 3 ด้าน มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 2,433 คัน คิดเป็นอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8 %
  • Suzuki Jimny  (ซูซูกิ จิมนี) รถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็กมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 51 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11 %

อามาโนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่ามกลามวิกฤติในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวจากการแพร่ระบาดของโรคร้าย ไปจนถึงการแข่งขันอันรุนแรงของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย แต่ยอดจำหน่ายรถยนต์หลายรุ่นของ Suzuki มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยจากการที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการวางแผนทางการเงินที่รัดกุมขึ้น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยด้านสินค้า เลือกใช้เฉพาะสิ่งที่จำเป็น และเน้นความคุ้มค่า คุ้มราคามากขึ้น เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่ที่จะใช้เวลาในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ และรัดกุม คำนึงถึงเรื่องของราคา และคุณภาพที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันให้มีความคุ้มค่าอย่างสูงสุด  ซึ่งสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์จาก Suzuki หลากหลายรุ่นที่เข้ามาตอบรับความต้องการได้อย่างเหมาะสมในสภาวะการณ์เช่นนี้ ด้วยตัวเลขยอดจำหน่ายรวมของ Suzuki ในปี 2563 ที่เติบโตเป็นไปตามเป้าหมาย พิสูจน์ให้เห็นได้ว่า  รถยนต์ Suzuki ทุกรุ่นเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญของผู้บริโภค ซึ่งต้องการมากกว่ายานพาหนะที่ออกแบบมาให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นรถยนต์คุณภาพดีที่มอบทั้งความคุ้มค่า คุ้มราคา ให้ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

โดยเฉพาะกับ Suzuki Celerio รถยนต์นั่งขนาดเล็ก ซึ่งมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 328,000 บาท กลับมาได้รับความนิยม และสร้างยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นได้อีกครั้ง นอกจากสมรรถนะการขับขี่อันดีเยี่ยม มอบความประหยัดอย่างเหนือชั้น ยังตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเดินทาง ทั้งยังมีราคาจำหน่ายที่สามารถตัดสินใจครอบครองเป็นเจ้าของได้ง่ายอีกด้วย

ส่วนอีกหนึ่งรุ่นที่สร้างความสำเร็จให้แก่ Suzuki เป็นอย่างมากกับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย คือ Suzuki XL7 ใหม่ รถยนต์ครอสส์โอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง ซึ่งมาพร้อมแนวคิด “Think XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต ด้วยสมรรถนะ และฟังค์ชันที่ครบครัน พร้อมดีไซจ์นสปอร์ทสุดเร้าใจ ยกระดับความอเนกประสงค์ในทุกด้านของรถครอสส์โอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง ในประเทศไทยที่สามารถตอบโจทย์ และสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว จากความนิยมดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันยังมียอดแบคออเดอร์ถึง 958 คัน ซึ่ง Suzuki จะเร่งส่งมอบให้ถึงมือลูกค้าอย่างเร็วที่สุดอย่างแน่นอน

วัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของตลาดรถยนต์ในปี 2564 โดยคาดว่ายอดจำหน่ายรวมในปีนี้จะอยู่ที่ 840,000 คัน ปัจจัยที่ยังน่ากังวล คือ สถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบไปยังหลายภาคส่วน ทั้งภาคอุตสากรรม การส่งออก การท่องเที่ยว รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชน และกำลังซื้อที่กำลังกลับมา เริ่มชะลอตัวลงอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เรายังเชื่อมั่นว่า ด้วยมาตรการการดูแล และควบคุมต่างๆ ของทางภาครัฐ ทั้งการยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงประชาชนชาวไทยซึ่งผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายมาแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา จะสามารถปรับตัวรับมือกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ได้ดีมากขึ้น ซึ่งเมื่อทุกฝ่ายมีความมุ่งมั่นในการจะฝันฝ่าวิกฤติระลอกใหม่ครั้งนี้ไปด้วยกัน ก็น่าจะช่วยให้สถานการณ์ทุกอย่างฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้โดยเร็ว

วัลลภ ตรีฤกษ์งาม กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับกลยุทธ์ของ Suzuki ในปีนี้ จะยังคงเดินหน้าสานต่อแนวทางการบริหารงานอย่างครบวงจร เพื่อบริการลูกค้า และเจาะตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเข้าถึงมากยิ่งขึ้น ในด้านของผลิตภัณฑ์ เตรียมเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันในตลาดให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง New Suzuki Swift ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการในต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ นอกจากเป็นการเพิ่มเติมความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ เติมเต็มความต้องการของลูกค้า ยังเป็นการต่อยอดความสำเร็จของรถรุ่นนี้ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมของ Suzuki มาโดยตลอดอีกด้วย โดยตั้งเป้าขายปีนี้ที่ 30,000 คัน

ด้านงานขายมีแผนที่จะพัฒนา และยกระดับพนักงานให้เข้าถึงช่องทางออนไลน์ ปรับพฤติกรรมการขาย และการดูแลให้เข้ากับพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคให้มีความแม่นยำ และโดนใจมากยิ่งขึ้น

ด้านงานบริการ Suzuki มีแนวทางการพัฒนาไปร่วมกับทางผู้จำหน่ายมาอย่างต่อเนื่อง มุ่งหวังที่จะสร้างคุณค่าให้แก่งานบริการเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ล่าสุด เตรียมที่จะขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายเพื่อดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เกินกว่า 140 แห่ง ภายในเดือนมีนาคมปี 2565 นี้

ทั้งนี้  Suzuki มีความต้องการให้ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพดี การบริการที่ดีทั้งก่อน และหลังการขาย เราจึงไม่ได้มุ่งหวังแค่จะสร้างยอดขายให้เติบโตเพียงเท่านั้น แต่เราต้องการที่จะสร้างให้ Suzuki เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือ และไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต

สำหรับ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)ฯ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะตอบแทนสังคมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยที่ผ่านมานอกจากความร่วมมือกับทางผู้จำหน่ายทุกราย จัดทำโครงการแครี ปันสุข และบริการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในรถฟรีสำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ Suzuki เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในช่วง COVID-19 แล้วนั้น Suzuki ยังเตรียมเริ่มโครงการ “Suzuki Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือ ความเข้าใจทุกความต้องการ” เพื่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้า และงานบริการในยุคที่การสื่อสาร และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารรวดเร็ว และไร้ขีดจำกัด ทั้งนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกได้อย่างทันท่วงที และมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน รวมถึงส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในสินค้า และบริการของ Suzuki สู่ลูกค้าต่อไป โดยโครงการนี้ Suzuki กำหนดให้ผู้จำหน่ายรถยนต์ Suzuki ทั่วประเทศดำเนินการเป็นแนวทางการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชน และสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/NWx7P
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 19 มกราคม 2564 เวลา 15:00 นาฬิกา
เพิ่มเพื่อน