ธุรกิจ

Toyota ปรับโครงสร้างองค์กร ปี 2564


ภายใต้การปรับโครงสร้างองค์กรประจำปีในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย การปรับตำแหน่งของผู้บริหารระดับสูง มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ที่จะเดินทางกลับไปปฏิบัติงาน ณ Toyota Motor Corporation ประเทศญี่ปุ่น หลังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นเวลา 4 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2560 โดยในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ ได้มีการยกระดับการดำเนินงานขององค์กรในหลากหลายมิติ อาทิ การวางรากฐานเพื่อรองรับโครงการรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า อาทิ โครงการ Toyota CU Ha:mo การเพิ่มสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฮบริด (HEV) การแนะนำรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแบทเตอรี (BEV) การเปิดโรงงานประกอบแบทเตอรีรถยนต์ไฮบริดในประเทศไทย โครงการบริหารจัดการแบทเตอรีรถยนต์ไฮบริดใช้แล้วแบบครบวงจร หรือ 3R (Reuse, Rebuilt, Recycle) การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ สู่ตลาดยานยนต์ไทย อาทิ Toyota C-HR (โตโยตา ซี-เอชอาร์) ใหม่, Corolla Cross (โคโรลลา ครอสส์) ใหม่, Lexus (เลกซัส) และอื่นๆ อีกหลายรุ่น ตลอดจนการแนะนำบริการเพื่อการขับเคลื่อนอีกมากมาย อาทิ บริการรถเช่าระยะยาว Kinto บริการ Toyota T-Connect และประกันภัยชั้น 1 Toyota Care “ขับดี ลดให้” เป็นต้น

นอกจากด้านการตลาดแล้ว มิจิโนบุ ซึงาตะ ยังให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการบริหารทรัพยากรบุคคล ทั้งการแต่งตั้งบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้ได้รับบทบาทในตำแหน่งงานบริหาร การสนับสนุนบรรยากาศการทำงานเชิงรุกโดยกระตุ้นให้พนักงานเฟ้นหานวัตกรรมการทำงานในรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงเป็นแบบอย่างในการปลูกฝังวัฒนธรรมการศึกษาปัญหา ณ หน้างาน (Genchi Genbutsu) โดยทำการรับฟังความคิดเห็นจากทั้งผู้แทนจำหน่าย และลูกค้าทั่วประเทศ ผ่านการลงพื้นที่และรับฟังการดำเนินงานของผู้แทนจำหน่ายในทุกจังหวัด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ และการบริการให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้ว ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในปี 2563 นี้ มิจิโนบุ ซึงาตะ ยังเป็นผู้ผลักดันให้เกิดหลากหลายกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทยในช่วงวิกฤต ภายใต้โครงการ โตโยตาเคียงคู่ไทย สู้ภัยโควิด-19 “Toyota Stay With You” ตลอดจนมีส่วนสำคัญในการเร่งฟื้นฟูสถานการณ์ของบริษัทฯ เพื่อช่วยขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ และภาคเศรษฐกิจของประเทศ

ซึ่งจากกิจกรรมทั้งหมดนี้ ถือได้ว่า มิจิโนบุ ซึงาตะ ได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเติบโตแก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต และส่งออกรถยนต์ ตลอดจนช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคสังคมของประเทศไทยอย่างแท้จริง

สำหรับ โนริอากิ ยามาชิตะ ที่เข้าดำรงตำแหน่ง “กรรมการผู้จัดการใหญ่” แทน ซึงาตะ นั้นเป็นผู้อำนวยการ จากสายงานสนับสนุนการขายและการตลาด Toyota Motor Corporationโดย ยามาชิตะ ได้สั่งสมความเชี่ยวชาญในการวางแผนปฏิบัติการขายรถยนต์ในระดับสากล ตลอดระยะเวลาการทำงานกว่า 3 ทศวรรษ นับตั้งแต่เริ่มงานกับ บริษัทฯ ในปี 2528 โดยได้รับประสบการณ์การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวในหลายภูมิภาคทั่วโลก ทั้ง Toyota Motor Europe Marketing & Engineering ระหว่างปี 2543 – 2545 และ Toyota Motor North America, Inc. ระหว่างปี 2557 – 2560 ตามลำดับ ทั้งนี้ ยามาชิตะ เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนหลากหลายโครงการที่มีความสำคัญในระดับโลกให้แก่ Toyota Motor Corporation อาทิ โครงการ “Start Your Impossible” การกำหนดวิสัยทัศน์องค์กรระดับสากล “Mobility for All” รวมถึงหลากหลายกิจกรรมในการส่งเสริมกลยุทธ์การตลาดดิจิทอลในภูมิภาคเอเชีย โดย ยามาชิตะ มีความตั้งใจในการนำประสบการณ์ดังกล่าวนำพา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มุ่งสู่ความสำเร็จยิ่งขึ้นไป

มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวว่า ผมอยากจะใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณจากใจจริงต่อทุกๆ ท่านที่ให้การสนับสนุนเราเสมอมา ไม่เพียงเฉพาะต่อตัวผม แต่รวมถึงการสนับสนุนอันดีต่อ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตลอดช่วงเวลาที่ผมได้ดำรงตำแหน่งนี้ผมได้ผ่านประสบการณ์อันน่าจดจำมากมาย ทั้งจากความพยายามในการนำพาบริษัทฯ และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก หรือการร่วมฟันฝ่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในปีนี้

“การดำรงตำแหน่งในครั้งนี้ นับเป็นการเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นครั้งที่ 2 ของผมในประเทศไทย ผมขอบคุณ และจะจดจำรอยยิ้ม และน้ำใจจากทุกท่านที่มีต่อผมอย่างเสมอมา ทั้งในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และการดำรงชีวิตในประเทศอันสวยงามนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกๆ ท่าน จะให้การต้อนรับ และการสนับสนุนอันดีแก่กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ดังเช่นไมตรีจิตที่มีให้ผมอย่างเสมอมา”

ทั้งนี้ โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวภายหลังจากรับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ว่าสำหรับ Toyota (โตโยตา) นั้น ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในการดำเนินธุรกิจของเราในระดับโลก ซึ่งผมเองมีความตื่นเต้นและรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้ร่วมงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้แทนจำหน่าย บุคลากร ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ในฐานะ “กรรมการผู้จัดการใหญ่” ของบริษัทฯ ทั้งนี้ ผมจะสานต่อพันธกิจในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างบริษัทฯ และ สังคมไทย ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมถึงจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการปฏิรูปองค์กรสู่การเป็น “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” เพื่อเป็นการส่งมอบความสุขที่มากขึ้นแก่พี่น้องชาวไทย ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมพัฒนาสังคมไทยสู่ความรุ่งเรืองต่อไป”

 



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/UXRQG
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม 2563 เวลา 11:30 นาฬิกา
เพิ่มเพื่อน