ทดลองขับ

Land Rover Defender ตำนานรถขับเคลื่อน 4 ล้อ


Land Rover Defender (แลนด์ โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์) รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านสมรรถนะ ความทนทาน และความคล่องตัว ขณะที่รถ Jeep (จีพ) เกิดขึ้นมาจากความต้องการของกองทัพอเมริกาที่ต้องการใช้ในสงคราม ซึ่งหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1​ ทำให้รู้ว่ากองทัพต้องการยานยนต์ที่สามารถเคลื่อนที่ ไปได้ในทุกสภาพถนน

129167329_3489610774490904_1040625950573020411_o

และแล้ว Jeep ก็กลายเป็นวีรบุรุษแห่งสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ Land Rover (แลนด์ โรเวอร์) ถือกำเนิดขึ้นหลังสงคราม ที่สาเหตุมาจากความขาดแคลนในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศอังกฤษที่ถูกถล่มอย่างหนักจากเยอรมนี ทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ ความขาดแคลนเกิดขึ้นทุกพื้นที่ บริษัทรถยนต์ในอังกฤษเองก็ประสบปัญหากำลังผลิตล้นเหลือ จากโรงงานที่ขยายไว้ใหญ่โตเพื่อผลิตยุทโธปกรณ์ในช่วงสงคราม แต่กลับไม่สามารถผลิตรถออกขายได้เพราะขาดแคลนวัตถุดิบ

129629215_3489613627823952_5866269575664867397_o
“เหล็ก” คือปัญหาอันดับ 1 เพราะถูกใช้ไปในการผลิตอาวุธในช่วงสงครามแทบจะหมดสิ้น และการออกแบบพัฒนารถยนต์ของ Land Rover ต้องหยุดไปตั้งแต่มีสงคราม “Maurice Wilkes” หัวหน้าวิศวกร และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งประธานของ บริษัท โรเวอร์ ต่อจาก Spencer Wilks พี่ชายของเขา ได้มองหารถที่จะเอามาใช้ในฟาร์มแทน​ Jeep เขากลับพบว่า ไม่มีรถชนิดนี้อยู่ในตลาดเลย

128729958_3489613594490622_4433040862368178558_n
ดังนั้นในช่วงฤดูร้อนปี 1947 Rover ได้สร้างรถต้นแบบ​ โดยใช้โครงรถ Jeep Willys เป็นแม่แบบ โดยพยายามใช้ชิ้นส่วนที่ Rover มีอยู่แล้ว และใช้วัสดุที่เป็นเหล็กให้น้อยที่สุด โดยใช้ในส่วนที่จำเป็นต่อความแข็งแรงเท่านั้น ได้แก่ Chassis และโครงด้านหน้า ตัวถังที่เหลือจะใช้อลูมิเนียมแผ่น ซึ่งมีเหลือมากมายจากการเตรียมไว้สร้างเครื่องบินรบระหว่างสงคราม ทำให้การออกแบบมีเหลี่ยมสันค่อนข้างมาก เพื่อให้ง่ายต่อการผลิต และมีต้นทุนที่ต่ำ ซึ่งได้กลายมาเป็นเอกลักษณ์อมตะถ่ายทอดมาจนถึง Land Rover ในยุคปัจจุบัน
รถรุ่นนี้มามีชื่อเรียกเอา 10 ปี หลังจากนั้น ว่า Series I ถึงแม้ในเวลาต่อมา Land Rover จะพัฒนารถรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี เป็น Series II, Series III จนกลายมาเป็น Defender ในปัจจุบัน แต่รูปลักษณ์ของเจ้า Land Rover Series I ก็ยังคงถูกถ่ายทอดมาราวกับเป็นพันธุกรรมของสายพันธุ์บุกเบิกเส้นทางทุรกันดาร

130498080_3489613571157291_4592049900585438386_n
Land Rover เปิดตัว SUV ระดับตำนานอย่าง All New Defender เมื่อเดือน กันยายน 2019 บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้า และเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Jaguar (แจกวาร์) และ Land Rover อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้เปิดตัว All-New Land Rover Defender ในเดือน กรกฎาคม 2020
Defender มีให้เลือก​ 2​ รุ่นคือ 110 (5 ประตู) และ Defender รุ่น 90 (3 ประตู) ที่มีขนาดกะทัดรัดกว่า ฐานล้อสั้นขึ้นทำให้มีความคล่องตัว เมื่อต้องตะลุยในพื้นที่ทุรกันดาร โดยยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกมาตลอด 71 ปี ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมแต่ปรับรูปโฉมให้ทันสมัยมากขึ้น

129734941_3489613231157325_4902529916352695631_n

Dimension มิติตัวถัง
Defender 90
ยาว 4,583 มม. (รวมยางอะไหล่)
กว้าง 2,008 มม.
สูง 1,974 มม.
ระยะฐานล้อ Wheelbase 2,360 มม.

129680803_3489613084490673_3009348226341991537_o

และ Defender 110
ยาว 5,018 มม. (รวมยางอะไหล่)
กว้าง 2,008 มม.
สูง 1,967 มม.
ระยะฐานล้อ Wheelbase 2,794 มม.

129857477_3489613061157342_7473514779656397262_o
ในรุ่น 110 มีระยะความสูงจากพื้นดิน 291 มม. (สามารถปรับตัวถังให้สูงขึ้นได้อีก 145 มิลลิเมตร)  ต่ำลงได้อีก 40 มม. การออกแบบที่มีระยะ Overhang (ระยะยื่นหน้า/หลังรถ โดยวัดระยะจากเส้นศูนย์กลางล้อหน้า-หลังไปที่ส่วนหน้า-หลังสุดของรถ) ที่สั้นทั้งด้านหน้า และด้านหลังทำให้มี มุมปะทะ มุมคร่อม และมุมจาก​ ที่ 38, 28 และ 40​ องศา ซึ่งมากกว่ารถหลายๆ รุ่นอาทิ เมื่อเปรียบเทียบกับ PPV อย่าง Pajero Sport ที่มีมุมปะทะ/มุมจาก 30/24.2 องศา Subaru Forester ล้อขนาด 17 นิ้ว มีมุมปะทะ/มุมจาก 20.1/ 25.8 ทำให้สามารถขับผ่านทุกอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย

128836701_3489613041157344_2047323974404883486_o
พแลทฟอร์มของ New Land Rover Defender นี้เป็นพแลทฟอร์มย่อยของ D7 ซึ่งปัจจุบันแยกเป็น D7a ที่ใช้งานอยู่ใน Jaguar F-Pace หรือ Range Rover Velar , พแลทฟอร์ม D7e ซึ่งใช้งานอยู่ใน Jaguar I-Pace และพแลทฟอร์ม D7u ที่ใช้งานใน Land Rover Discovery ส่วนพแลทฟอร์มที่ใช้งานใน Defender ใหม่นี้ นับเป็นพแลทฟอร์มย่อยใหม่ล่าสุดที่ใช้ชื่อว่า พแลทฟอร์ม D7x (X มาจากคำว่า Extreme ) และใช้งานอยู่ใน Defender เพียงรุ่นเดียว ณ เวลานี้ D7x เป็นโครงสร้างที่ผลิตจากอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรงทนทานกว่าเดิมถึง 3 เท่า เป็นโครงตัวถังที่แข็งแรงที่สุดเท่าที่ Land Rover เคยผลิตมา
มาพร้อมกับระบบช่วยในการขับขี่อันทันสมัย

129264559_3489613241157324_1329778224671610709_o
ระบบ Configurable Terrain Response ถูกนำมาใช้กับ Defender เป็นครั้งแรก โดยเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าของพาหนะในการขับขี่แต่ละครั้ง ให้เหมาะสมกับสภาวะต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นผิวถนนได้ในทุกสภาวะ แต่สำหรับผู้ขับขี่มือใหม่สามารถใช้ฟังค์ชันอัตโนมัติที่สามารถให้ระบบค้นหาการตั้งค่าพาหนะที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากที่สุด

128892299_3489612967824018_6236404430968851391_o
สามารถลุยน้ำได้สูงสุดที่ 900 มม. รองรับด้วยโปรแกรมตรวจสอบความลึกของน้ำในระบบ Terrain Response 2 ที่โชว์ขึ้นบนหน้าจอ ช่วยให้ผู้ขับขี่ทราบว่าตอนนี้เรากำลังลุยน้ำที่ระดับความลึกเท่าไหร่ และในจังหวะที่ต้องขับขึ้นเนินสูง หน้ารถจะเชิดขึ้นฟ้าทำให้ไม่สามารถมองเห็นทางหรือพื้นผิวถนนได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตราย แต่สำหรับ All-New Land Rover Defender มีเทคโนโลยี ClearSight Ground View ผู้ขับขี่สามารถดูภาพตรงส่วนหน้ารถจากจอสัมผัสส่วนกลางได้ ทำให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น

129425414_3489612761157372_8365298874623313315_o
เครื่องยนต์ของ All-New Land Rover Defender 2020 เดิม ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยก่อนหน้าเป็นเครื่องยนต์ D200 ที่ให้กำลัง 200 แรงม้า แต่ถูกยกเลิกการจำหน่ายไป ดังนั้นจึงเหลือรุ่นที่ทำตลาดเครื่องยนต์เดียว คือ D240 ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 1,999 ซีซี. เทอร์โบคู่ ให้พละกำลังสูงสุด 240 แรงม้า ที่ 4,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 รตน. ขับเคลื่อน 4 ล้อ All-Wheel Drive จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่มาพร้อมเกียร์ฝาก​( เกียร์​ Slow)​ 4WD แบบ Twin-speed transfer box​ เพื่อส่งกำลังในอัตราความเร็วต่ำขณะลากจูงหรือขับขี่บนเส้นทางขรุขระที่ลาดชันซึ่งต้องใช้พละกำลังและการควบคุมมากกว่าปกติ
อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ​ทำได้ใน 9.1 วินาที จากการออกแบบทางวิศวกรรมที่ก้าวหน้าที่ช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพ รวมถึงแผ่นปิดใต้ท้องรถที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแอโรไดนามิคได้ต่ำสุด 0.38 Cd และยังปกป้องส่วนใต้ท้องรถ​อีกด้วย มีความจุถังน้ำมัน 85 ลิตร

130218133_3489613274490654_4233569723789936379_o
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD แบบ Terrain Response 2 ที่มีโหมดออฟโรดถึง 6 โหมด เลือกได้ตามเส้นทางที่แตกต่าง ตั้งแต่ โหมดการขับขี่ทางเรียบไฮเวย์ Normal Driving, โหมดลุยน้ำ Wade พร้อมโปรแกรมตรวจสอบความลึกของน้ำตัวใหม่ , โหมดลุยในทางโขดหิน Rock Crawl, โหมดลุยทางโคลนและแอ่งโคลน Mud And Ruts, โหมดลุยทางพื้นหญ้า-กรวด-หิมะ Grass- Gravel- Snow และโหมดลุยพื้นทราย Sand และ ระบบลอคเฟืองกลาง และเฟืองท้าย Differential Controls ทำให้สามารถลุยฝ่าเนินทราย และสภาพพื้นที่ได้ทุกรูปแบบ

129814326_3489613301157318_1694157806509751447_o
มาพร้อมระบบความปลอดภัย Adaptive Cruise Control และ Rear Pre-Collision Monitor, Rear Traffic Monitor, Clear Exit Monitor, Emergency Braking, Lane Keep Assist, Traffic Sign Recognition, Driver Condition Monitor เป็นต้น พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เปลี่ยนวิธีการให้บริการลูกค้าให้มีความสะดวกมากขึ้น และเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยระบบการสั่งซื้อผ่าน Online Car Configurator การออกแบบ-เลือกอุปกรณ์รถยนต์ตามความต้องการ ด้วยโปรแกรมภาพจำลองเสมือนจริงผ่านทางออนไลน์ ที่สามารถแสดงราคาทุกออพชันให้ลูกค้าเลือกได้อย่างชัดเจน ส่วนในด้านการบริการหลังการขาย ลูกค้าสามารถทำการนัดหมายเข้ารับบริการผ่าน Online Booking Service โดยพบกับการนำเสนอสินค้า และบริการทางออนไลน์ของเรา เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้าได้ที่เวบไซท์ www.landrover.co.th

129044173_3489613077824007_9194274842221866196_o
All-New Land Rover Defender ราคาเริ่มต้น 6,000,000 บาท สำหรับ Land Rover Defender รุ่น 3 ประตู (รุ่น 90) และราคาเริ่มต้น 6,400,000 บาท สำหรับ Land Rover Defender รุ่น 5 ประตู (รุ่น 110) และสามารถสัมผัสสมรรถนะของ Land Rover defender ได้ ที่สนาม Spirit ทดสอบขับ 4×4 ภายในงาน Motor Expo 2020 ตั้งแต่วันนี้-13 ธันวาคม​ 2020



------------------------------
เรื่องโดย : พรเทพ คงลาภอำนวย
ภาพโดย : พรเทพ คงลาภอำนวย
คอลัมน์ Online : ทดลองขับ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/aWgVd
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 8 ธันวาคม 2563 เวลา 10:18 นาฬิกา
เพิ่มเพื่อน