ธุรกิจ

Nissan Re-Leaf พร้อมส่งมอบพลังงานช่วยเหลือฉุกเฉิน


ปารีส-Nissan (นิสสัน) เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100 % สำหรับงานช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ยามเมื่อเกิดภัยพิบัติ หรือสภาพอากาศร้ายแรง

เฮเลน เพอร์รี่ หัวหน้าฝ่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบบโดยสาร และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Nissan ในยุโรป (Helen Perry, Head Of Electric Passenger Cars And Infrastructure For Nissan In Europe) กล่าวว่า  Nissan Re-Leaf (รี-ลีฟ) รถยนต์ต้นแบบที่ใช้งานได้จริงถูกพัฒนามาจากรถยนต์ Nissan Leaf (ลีฟ) รถยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายสำหรับตลาดมวลชนรุ่นแรกของโลก

Nissan Re-Leaf เพิ่มสมรรถนะให้สามารถลุยไปได้ทุกอุปสรรคเช่นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ด้านนอกของรถติดตั้งชุดเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าขนาด 110-230 โวลท์ จากแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ประสิทธิภาพสูงของ Nissan Leaf

Re-Leaf สามารถขับไปยังพื้นที่ศูนย์กลางของภัยพิบัติ และใช้เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่สำหรับการกู้ภัย ด้วยการจัดการพลังงานแบบบูรณาการ ทำให้สามารถให้พลังงานไฟฟ้ากับอุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบสื่อสาร ไฟส่องสว่าง ระบบทำความร้อน และเครื่องมือช่วยชีวิตอื่น ๆ

“รถยนต์ต้นแบบ Re-Leaf แสดงถึงความเป็นไปได้ในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในการจัดการภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยีที่สะอาด และอัจฉริยะเพื่อการช่วยเหลือ และฟื้นคืนชีวิตสู่สภาวะปกติ”

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ คือ สาเหตุหลักของไฟฟ้าดับ จากรายงานในปี 2019 ธนาคารโลกระบุว่าภัยธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นสาเหตุของไฟฟ้าดับถึง 37 % ในยุโรประหว่างปี 2000 ถึงปี 2017 และ 44 % ในสหรัฐอเมริกาของช่วงเวลาเดียวกัน

เมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้น ไฟฟ้าจะกลับมาใช้งานได้ภายใน 24-48 ชม. ขึ้นอยู่กับความระดับความเสียหาย ในระหว่างนี้เราสามารถใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานแบบไร้มลพิษได้

Nissan พัฒนา “Re-Leaf” ขึ้นมาเพื่อแสดงศักยภาพของรถยนต์ไฟฟ้าในการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ แม้ว่ามันจะเป็นแค่รถยนต์ต้นแบบ แต่เทคโนโลยีนี้ก็ได้ถูกนำมาใช้จริงแล้ว เช่น ในประเทศญี่ปุ่นที่ Nissan ได้นำรถยนต์ Leaf มาใช้เป็นแหล่งพลังงานและพาหนะเมื่อเกิดภัยพิบัติตั้งแต่ปี 2011 อีกทั้งยังได้ร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นกว่า 60 แห่งในการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ

รถยนต์ไฟฟ้าของ Nissan ยังสามารถเป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่สำหรับบ้านเรือน และชุมชนแม้ในเหตุการณ์ปกติ ผ่านโครงข่าย Nissan Energy Share ที่สร้างโมเดลการแจกจ่ายพลังงานเพื่อรักษาเสถียรภาพของอุปสงค์และอุปทานของการใช้พลังงาน

Re-Leaf ใช้ความสามารถในการชาร์จแบบ 2 ทางของ Leaf ซึ่งเป็นคุณสมบัติมาตรฐานที่มากับตัวรถตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2010 โดยไม่เพียงแต่ Leaf จะสามารถ “ดึง” พลังงานออกมาชาร์จแบทเตอรีประสิทธิภาพสูง แต่ยังสามารถ “ป้อนพลังงาน” กลับไปยังระบบโครงข่าย หรือ Grid ผ่านเทคโนโลยี V2G (Vehicle-To-Grid) หรือส่งไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยตรงผ่านระบบ V2X (Vehicle-To-Everything)

Nissan Leaf E+ (ลีฟ อี พลัส) สามารถเป็นสถานีพลังงานไฟฟ้าเคลื่อนที่ โดยเมื่อชาร์จเต็มสู่แบทเตอรี ขนาดความจุไฟฟ้า 62 กิโลวัตต์/ชั่วโมง (KWH) จะสามารถให้พลังงานแก่บ้าน 1 หลังในทวีปยุโรปได้ถึง 6 วัน

และเมื่อไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติ เราก็สามารถชาร์จไฟกลับสู่ตัวรถใช้สำหรับการเดินทางแบบไร้มลพิษ ซึ่ง Nissan Leaf E+ สามารถวิ่งได้ถึง 385 กม./การชาร์จเพียง 1 ครั้ง

“รถยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยให้การฟื้นตัวหลังเกิดภัยพิบัติมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเตรียมรถยนต์ไฟฟ้าไว้หลายพันคัน ไม่ว่าจะเพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ หรือเชื่อมต่อกับโครงข่ายยานพาหนะไฟฟ้าสู่ระบบโครงข่าย หรือ V2G จะสร้างโรงไฟฟ้าแบบเสมือนจริงเพื่อรักษาอุปทานของพลังงานไฟฟ้าได้”

[1] รี ย่อมาจาก RE ซึ่งเป็น 3 หลักในการรับมือกับภัยพิบัติ Response ตอบสนอง Recovery ฟื้นฟู Resilience ฟื้นตัว

[2] ตามมาตรฐาน WLPT (Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Procedure) ขั้นตอนการทดสอบยานพาหนะเบาที่ใช้กันทั่วโลก



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/JGmF4
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2563 เวลา 11:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
28 Oct 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
1.1-1.5 ล้าน
2.
1.3 ล้าน
3.
4.5-4.7 ล้าน
4.
3.5-4.3 ล้าน
5.
2.4 ล้าน
6.
2.6 ล้าน
7.
6.3-17.8 ล้าน
8.
6.5-18.2 ล้าน
9.
19.2-22.1 ล้าน
10.
18.0-20.9 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ
เพิ่มเพื่อน