ธุรกิจ

ปตท. เผยผลการดำเนินงานครึ่งปี 2563 Q2 ปรับเพิ่มขึ้นจาก Q1 ส่งสัญญาณเดินหน้าธุรกิจ


อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกับระบบเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมถึงภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการไทย ที่อยู่ในระยะผ่อนคลายขึ้น แต่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกยังใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาด จึงทำให้เศรษฐกิจปี 2563 ทั้งปีคาดว่าจะไม่ปรับตัวได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ปตท. จึงได้วางแผนการดำเนินงานทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยจัดตั้งศูนย์ PTT Group Vital Center เพื่อรักษาเสถียรภาพมั่นคงทางพลังงาน ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีของไทย นำคู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจกลับเข้าสู่การดำเนินงานในสภาวะปกติให้ได้โดยเร็วที่สุด  และยังคงนโยบายทางการเงินอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง  ส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2563 ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 12,053 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 13,607 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ จำนวน 1,554 ล้านบาทในไตรมาส ปี 2563 อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ปตท. และบริษัทย่อย ลดลงจากช่วงครึ่งแรกของปี 2562 เนื่องจากสงครามราคาน้ำมัน สภาวะอุปทานล้นตลาดของน้ำมันดิบ ประกอบกับความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจเนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ ปตท. และบริษัทย่อย  มีกำไรสุทธิในครึ่งแรกของปี 2563 เป็นจำนวน 10,499 ล้านบาท ลดลง 44,751  ล้านบาท จากในครึ่งแรกของปี 2562  ทั้งนี้ ในปี 2562 กลุ่ม ปตท. นำส่งรายได้ให้รัฐทั้งในรูปเงินปันผล และภาษีเงินได้จำนวน 70,259 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 25442562 นำส่งรายได้ให้รัฐทั้งในรูปเงินปันผล และภาษีเงินได้รวมประมาณ 9.แสนล้านบาท

ด้านทิศทางธุรกิจ และแผนการลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ กลุ่ม ปตท. ได้ออกแบบธุรกิจรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดเป็น Next Normal ทั้งธุรกิจปัจจุบัน และโอกาสธุรกิจใหม่ รวมไปถึงการลงทุนเพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยปรับพอร์ทการลงทุนไปสู่ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโต สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้พลังงานระยะยาวด้วยการขยายธุรกิจไปสู่การประกอบธุรกิจแกสธรรมชาติเหลวครบวงจร  เพื่อไปสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดแกสธรรมชาติเหลวของโลก  ลงทุนในพลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีด้านพลังงาน อาทิ ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage SystemESS) พแลทฟอร์มอัจฉริยะในการบริหารจัดการพลังงาน (Smart Energy Platform) และสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ซึ่งที่ผ่านมา ปตท. ร่วมกับพันธมิตร ได้ดำเนินการในเชิงพาณิชย์ แล้ว แห่ง คือ ทรู ดิจิทัล พาร์ค และศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค รวมถึงมีแผนขยายเพิ่มเติมในพื้นที่ ที่มีศักยภาพต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศ  

“ปตท. จึงมุ่งเน้นการปรับวิถีการดำเนินงาน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพบุคลากรรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยใช้หลักการ Up Skill -Re Skill-New Skill สร้างความเข้มแข็งจากภายใน (InsideOut)  ด้วยการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีควบคู่กับการปรับแนวคิด เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และจัดทีมงานสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจหลักเดิม และทีมงานที่จะพัฒนาธุรกิจใหม่ เสริมด้วย OutsideIn เปิดกว้างทางความคิด รับเอาบริบททางสังคม เทคโนโลยี ตลาด และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงมากำหนดรูปแบบธุรกิจ และสร้างความร่วมมือกับคู่ค้า และพันธมิตรทุกภาคส่วน  ทั้งรัฐวิสาหกิจ เอกชน ผู้ประกอบการไทย และ SMEs ส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศธุรกิจใหม่ (New Ecosystem) เพื่อร่วมกันส่งต่อคุณค่า สร้างมูลค่าเพิ่ม สู่มือผู้บริโภค” 

ตลอดช่วงที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. ยังคงเคียงข้างสังคมไทยโดยสนับสนุนการดำเนินงานสู้ภัย COVID-19  ในรูปของการสนับสนุนส่วนลดราคา LPG แก่ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  ลดราคาขายปลีกเอนจีวี (NGV) ให้กับกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ  และการสนับสนุนด้านงานวิจัยพัฒนา และจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน และเจลแอลกอฮอล แก่บุคลากรทางการแพทย์  รวมถึงการบริจาคเงินแก่โรงพยาบาล คิดเป็นมูลค่ารวม 861 ล้านบาท  อีกทั้ง ปตท. ยังได้เตรียมแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจให้สังคมไทย  ภายใต้แนวคิด “พลังพัฒนา เศรษฐกิจชุมชน” โดยมุ่งเน้นการสร้าง หรือเพิ่มรายได้ให้ชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ผ่าน “โครงการชุมชนยิ้มได้” ด้วยการดำเนินงานใน 3 ด้าน ประกอบด้วย  การสนับสนุนช่องทางประชาสัมพันธ์ สร้างการตลาดให้สินค้าชุมชน ผ่านสื่อต่างๆ ของกลุ่ม ปตท. เช่น Facebook  Line   Website www.ชุมชนยิ้มได้.com เป็นต้น  เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดแก่ชุมชน การกระตุ้นเศรษฐกิจ…ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้  ผ่านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพชุมชนเครือข่าย ปตท. ด้วยการยกระดับการบริหารจัดการชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงนวัตวิถี เสริมทักษะ…สร้างอาชีพ  รวบรวมและเผยแพร่ทักษะ ศักยภาพชุมชน ทั้งด้านเกษตรกรรม การแปรรูปสินค้า และพลังงาน

นอกจากนั้น เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ปตท. ได้ขยายผลโครงการอย่างเป็นรูปธรรม คือ Cafe Amazon for Chance ร้านกาแฟของผู้ด้อยโอกาสในสังคม อาทิ ผู้พิการทางการได้ยิน ผู้พิการทางการเรียนรู้ ผู้สูงวัย ซึ่งผลกำไรจะนำไปใช้ขยายผลสร้างสาขาเพื่อผู้ด้อยโอกาสแห่งต่อไป ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว สาขา และตั้งเป้าหมายขยายสาขาเพิ่มให้ครบ 12 แห่ง ภายในสิ้นปี 2563  และอยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกิจ ในความร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรมพัฒนาโรงงานผลิตยาที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงยาได้ในราคาที่จับต้องได้ และเป็นการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไปได้ในอนาคต

ในฐานะรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงพลังงาน  โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่  ปตท. ขอเป็นอีกหนึ่งพลังร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย  ด้วยการผลักดันการดำเนินงานตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนด้วยแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน  และระดับประเทศด้วยการเดินหน้าธุรกิจ และการลงทุน  ตลอดจนผลจากการดำเนินงานจะนำส่งเป็นรายได้เข้ารัฐทั้งในรูปแบบเงินปันผล และภาษีเงินได้นิติบุคคล  เพื่อกลับคืนสู่งบประมาณในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน  ให้เราสามารถข้ามผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/RTWir
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2563 เวลา 09:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
25 Sep 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
0.8-1.0 ล้าน
2.
7.0-8.8 แสน
3.
5.1-5.4 แสน
4.
5.4-6.0 แสน
5.
6.0-7.3 แสน
6.
6.8-8.4 แสน
7.
5.1 ล้าน
8.
5.3-6.7 แสน
9.
5.4-6.8 แสน
10.
3.3-7.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ