ธุรกิจ

Nissan ประกาศแผนระยะ 4 ปี เพื่อสร้างการเติบโต และผลกำไร


Nissan Motor (นิสสัน มอเตอร์) ประกาศแผนระยะ 4 ปี เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน เสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงิน และความสามารถในการสร้างผลกำไร ภายในสิ้นปีงบประมาณปี 2566 โดยแผนปฏิรูปการดำเนินธุรกิจนี้ยังครอบคลุมถึงการจัดการต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์ขององค์กรจากเดิมที่ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจมากจนเกินไป

ภายใต้แผนระยะ 4 ปีนี้ Nissan ตัดสินใจที่จะปฏิรูปการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยลดธุรกิจที่ไม่ทำกำไร และโรงงานที่เกินความจำเป็นลง ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างองค์กร พร้อมลดต้นทุนคงที่ โดยพิจารณากำลังการผลิตรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่จำหน่ายอยู่ทั่วโลก และรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายใต้การบริหารจัดการอย่างมีระเบียบแบบแผน บริษัทฯ มุ่งให้ความสำคัญ และลงทุนในธุรกิจที่จะช่วยให้ฟื้นฟูองค์กรให้สร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนเท่านั้น

Nissan คาดการณ์ว่าการดำเนินงานตามแผนดังกล่าว จะช่วยให้บริษัทฯ มีอัตรากำไรจากผลการดำเนินงานที่ร้อยละ 5 และมีสัดส่วนทางการตลาดทั่วโลกคิดเป็นร้อยละ 6 เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2566 ซึ่งรวมถึงสัดส่วนรายได้ที่มาจากการร่วมลงทุนร้อยละ 50 ในประเทศจีน

มาโคโตะ อูชิดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nissan กล่าวว่า แผนปฏิรูปของเรามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้เกิดการเติบโตอย่างมั่นคง แทนที่จะให้ความสำคัญต่อการเพิ่มยอดขายมากจนเกินไป โดย Nissan จะมุ่งเน้นเรื่องความสามารถหลักขององค์กร พร้อมยกระดับคุณภาพทางธุรกิจ และรักษาระเบียบวินัยทางการเงิน รวมถึงรายได้สุทธิต่อหน่วยเพื่อสร้างผลกำไรตามเป้าที่วางไว้ โดยทั้งหมดนี้จะมีการดำเนินงานควบคู่ไปกับการรื้อฟื้นวัฒนธรรม “ความเป็น Nissan” เพื่อเดินหน้าสู่ยุคใหม่ของ Nissan อย่างแท้จริง

แผนระยะ 4 ปีของ Nissan วางอยู่บนกลยุทธ์ 2 ด้าน ที่อยู่บนชื่อเสียงของ Nissan ที่มีรากฐานมาจากการเป็นผู้ริเริ่มด้านนวัตกรรม ฝีมือการผลิต การให้ความสำคัญแก่ลูกค้า และคุณภาพ และยังรวมไปถึงการปฏิรูปด้านวัฒนธรรมองค์กร

กระบวนการทำให้เกิดประสิทธิภาพ : แนวทางปฏิบัติเพื่อปรับโครงสร้าง ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

  • ปรับอัตราการผลิตของ Nissan ลงร้อยละ 20 ให้เหลือเพียง 5.4 ล้านคัน/ปี ภายใต้การปฏิบัติงานตามช่วงเวลาการทำงานตามมาตรฐานปกติ
  • เพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตให้ได้มากกว่าร้อยละ 80 เพื่อเพิ่มผลกำไร
  • ลดจำนวนรุ่นรถยนต์ทั่วโลกลงร้อยละ 20 (ให้เหลือเพียง 55 รุ่น จากเดิม 69 รุ่น)
  • ลดต้นทุนแบบคงที่ลงประมาณ 3 แสนล้านเยน
  • ยุติการดำเนินงานของโรงงาน ณ บาร์เซโลนา ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก
  • ควบรวมการผลิตของรถยนต์รุ่นสำคัญต่างๆ ในอเมริกาเหนือ
  • ยุติการดำเนินงานของโรงงานในประเทศอินโดนีเซีย และมุ่งให้ความสำคัญกับโรงงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตแห่งเดียวในอาเซียน
  • ร่วมมือบริษัทในกลุ่มพันธมิตรในการใช้ทรัพยากร เช่น การผลิต รุ่นรถยนต์ และเทคโนโลยีต่างๆ ร่วมกัน
  • การให้ความสำคัญกับตลาดหลัก และรถยนต์รุ่นสำคัญ

ตามแผนงาน

  • มุ่งเน้นธุรกิจของ Nissan ในประเทศญี่ปุ่น จีน และทวีปอเมริกาเหนือ
  • ใช้ประโยชน์จากความร่วมมือของกลุ่มพันธมิตร เพื่อรักษาฐานทางธุรกิจของ Nissan ในอเมริกาใต้

อาเซียน และยุโรป

  • ยุติการการดำเนินงานในประเทศเกาหลีใต้ ยุติการดำเนินธุรกิจของ Datsun (ดัทสัน) ในรัสเซีย รวมถึงปรับแผนการดำเนินธุรกิจของบางประเทศในอาเซียน
  • ให้ความสำคัญกับรถยนต์รุ่นหลักในกลุ่ม C และ D-Segment รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถสปอร์ท
  • เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 12 รุ่น ในอีก 18 เดือนข้างหน้า
  • เพิ่มจำนวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึง เทคโนโลยี e-POWER โดยตั้งเป้าจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 1 ล้านคัน ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2566
  • ในประเทศญี่ปุ่น Nissan จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 2 รุ่น และรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยี e-POWER จำนวน 4 รุ่น เพื่อเพิ่มสัดส่วนของยอดขายของรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ถึงร้อยละ 60 ของยอดขายทั้งหมด
  • นำระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ ProPILOT มาใช้ในรถยนต์มากกว่า 20 รุ่นที่วางขายใน 20 ประเทศ โดยตั้งเป้าว่าจะมีรถยนต์จำนวนกว่า 1.5 ล้านคัน ที่ใช้ระบบ ProPILOT ภายในสิ้นปี 2566

อูชิดะ กล่าวปิดท้ายว่า Nissan ต้องส่งมอบคุณค่าของบแรนด์ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก โดยเราต้องนำนวัตกรรม ทั้งด้านยานยนต์ เทคโนโลยี และเจาะตลาดที่เรามีศักยภาพในการแข่งขัน นี่คือ DNA ความเป็น Nissan และในยุคใหม่ของเรา คนยังเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดสำหรับ Nissan เพื่อให้ Nissan ส่งมอบเทคโนโลยีที่คิดค้นมาเพื่อทุกคน และเพื่อรับมือกับความท้าทาย ซึ่งมีแต่ Nissan เท่านั้นที่สามารถทำได้



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/hJZZe
วันที่เผยแพร่ : วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน 2563 เวลา 09:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
13 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
1.3-1.7 ล้าน
2.
2.8 ล้าน
3.
0.9-1.1 ล้าน
4.
0.8-1.0 ล้าน
5.
1.2-1.6 ล้าน
6.
0.7-1.0 ล้าน
7.
7.7 แสน
8.
5.8-8.9 ล้าน
9.
5.4-8.5 ล้าน
10.
9.3 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ