โค้งอันตราย

โค้งอันตราย : New Normal แวดวงรถยนต์


 

น่าจะรู้จักคำว่า New Normal กันดีพอสมควรอยู่แล้ว ในช่วงที่ต้อง WFH หรือ เวิร์ค ฟรอม โฮม

ที่ต้องสื่อสารกันทางโซเชียลมีเดียกันมานานนับเดือน จากการเกิดโรคระบาดร้ายแรง COVID-19 และต้องร่วมมือกัน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” พร้อมหน้าพร้อมตาโดยทั่วกัน

องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ให้คำจำกัดความของคำว่า New Normal เป็นคำศัพท์ทางธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ ซึ่ง Bill Gross นักลงทุนในตราสารหนี้ ให้นิยามถึงสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยลง และไม่สามารถกลับไปเติบโตได้ในระดับเดิมอีกแล้ว

ราชบัณฑิตยสภา ให้คำจำกัดความของ New Normal หมายถึง ความปกติใหม่, ฐานวิถีชีวิตใหม่ หมายถึง รูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากอดีตอันเนื่องจากมีบางสิ่งมากระทบ จนแบบแผนและแนวทางปฏิบัติที่คนในสังคมคุ้นเคยอย่างเป็นปกติและเคยคาดหมายล่วงหน้าได้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีใหม่ภายใต้หลักมาตรฐานใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

New Normal ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้จะส่งผลอะไรบ้าง ? โดยเฉพาะในแวดวงรถยนต์

แน่นอนว่าช่วงที่ต้อง WFH บรรดาค่ายรถยนต์ต่างก็หันไปใช้วิธีการทางโซเชียลมีเดีย ในการประชุมทางไกล ผ่านโซเชียล มีรายการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ กันทางการถ่ายทอดสด ด้วยพโรแกรมใหม่ๆ ทางโซเชียล แทบว่าจะไม่ได้พบกันตัวเป็นๆ เลยทีเดียว

และเชื่อได้เลยว่า หลังจากโบกมือลาจากโรคระบาดร้ายแรงครั้งนี้ แวดวงรถยนต์จะหันมาใช้งานทางโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นแนวทางให้เกิดพฤติกรรม Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งช่วยป้องกันการระบาดของโรคได้เป็นอย่างดี

มาดูความเป็นไปในห้วงที่ผ่านมา เรื่องใหญ่เรื่องแรก ที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และสถาบันยานยนต์ มีความเห็นต้องตรงกัน โดยคาดการณ์เป็น 2 แบบ คือ

  1. ตลาดรถยนต์อาจจะฟื้นตัวได้ภายในไตรมาสที่ 2 ประเทศไทยจะผลิตรถยนต์ได้ 1,400,000 คัน/ปี แบ่งออกเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 700,000 คัน และผลิตเพื่อส่งออก 700,000 คัน
  2. ตลาดรถยนต์อาจจะฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ประเทศไทยจะผลิตรถยนต์ได้ 1,000,000 คัน/ปี แบ่งออกเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 500,000 คัน และผลิตเพื่อส่งออก 500,000 คัน

จากเดิมที่ประมาณการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี ว่าปีนี้ ประเทศไทย จะผลิตรถยนต์ได้ 2 ล้านคัน ก่อนเกิดโรคระบาดครั้งใหม่นี้

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจฯ ออกแถลงการณ์ จีดีพี ไตรมาส 1/2563 ติดลบ 1.8 % พร้อมปรับประมาณการทั้งปีติดลบ 5-6 % จากเดิมคาดว่าจะขยายตัวได้ 1.5-2.5 % จากผลกระทบจาก COVID-19 ซึ่งกระทบการส่งออก-ท่องเที่ยว เช่นเดียวกับเศรษฐกิจโลกที่ จีดีพี มีการติดลบหลายประเทศ และการส่งออกที่ชะลอตัวลง อันเนื่องมาจากประเทศคู่ค้า ก็ประสบปัญหาจากโรคระบาดร้ายแรงเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังปรับลดประมาณการ จีดีพี ปีนี้เป็นติดลบ 5 % ถึงลบ 6 % (ค่ากลางลบ 5.5 %) จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.5-2.5 %

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ที่แน่นอนที่สุด คือ ความไม่แน่นอนของการสิ้นสุดของการระบาดของโรค COVID-19 โดยยังมีการระบาดอยู่ต่อเนื่อง รวมทั้งการคิดค้นวัคซีนที่จะมาช่วยหยุดยั้ง ก็คาดกันว่าจะใช้เวลาอีกอย่างน้อยนานนับปีทีเดียว

นอกจากนี้ แนวโน้มความปกติใหม่ที่คาคว่าจะเกิดขึ้นจากการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเพื่อลดการพึ่งพาการส่งออก และการท่องเที่ยวลงด้วย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาอีกมาก และยังส่งผลกระทบต่อรายได้ของประชาชนในระยะต่อไป

รวมทั้งการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ หลัง COVID-19 ก็จะส่งผลต่อการส่งออกและการจ้างงานของประเทศไทยในระยะต่อไปด้วย

ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดการจำหน่ายของรถยนต์อย่างมีนัยสำคัญ ตามประมาณการณ์ที่ผู้รู้ในแวดวงทานประเมินเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่า กว่าจะฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิมนั้น ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรทีเดียว

ก็ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน ที่จะช่วยกันยับยั้งโรคระบาดร้ายแรงนี้ให้ได้ในเร็ววัน

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Mu60v
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน 2563 เวลา 11:40 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
13 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
1.3-1.7 ล้าน
2.
2.8 ล้าน
3.
0.9-1.1 ล้าน
4.
0.8-1.0 ล้าน
5.
1.2-1.6 ล้าน
6.
0.7-1.0 ล้าน
7.
7.7 แสน
8.
5.8-8.9 ล้าน
9.
5.4-8.5 ล้าน
10.
9.3 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ