ธุรกิจ

ฮอนดา จัดแสดง ซิที และซีวิค แฮทช์แบค ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36″


บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดแสดง ฮอนดา ซิที ใหม่ เจเนอเรชันที่ 5 อีกขั้นแห่งยนตรกรรมซิทีคาร์ และฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค ใหม่ พร้อมด้วยยนตรกรรม ฮอนดา รุ่นอื่นๆ รวม 9 รุ่น ร่วมในงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36″ (The 36th Thailand International Motor Expo 2019) มาพร้อมแคมเปญสุดพิเศษ “ฮอนดา ดีจัดต้องบัด NOW!” รับฟรีจักรยานพับโมดูโล และพโรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนดา อัลทิเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) พร้อมด้วยหลากหลายข้อเสนอเพื่อให้เป็นเจ้าของรถยนต์ ฮอนดา ได้ง่ายยิ่งขึ้น ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน–10 ธันวาคม 2562

พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ยนตรกรรมไฮไลท์ที่ ฮอนดา นำมาจัดแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36″ ได้แก่ ฮอนดา ซิที ใหม่ เจเนอเรชันที่ 5 ที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ซึ่งได้เข้ามาเปิดทุกความเป็นไปได้ให้กับมาตรฐานใหม่ของรถซิทีคาร์ในประเทศไทย ยกระดับภาพลักษณ์การออกแบบที่สปอร์ทหรูหรายิ่งขึ้นทั้งภายนอกและภายใน เสริมความสปอร์ทเร้าใจอีกขั้นในรุ่น RS ด้วยชุดแต่งรอบคัน ห้องโดยสารที่กว้างเกินคลาสส์ในทุกมิติ ครบครันด้วยฟังค์ชันการใช้งานอันล้ำสมัย และราคาขายที่ปรับลดลงในทุกเกรดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยนับจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเพียง 3 วัน ก็ได้รับความสนใจและกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม จากสื่อมวลชนและลูกค้า พร้อมด้วยอีกหนึ่งไฮไลท์ คือ ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค ใหม่ ที่สปอร์ทโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ทแบบ RS พร้อมด้วยท่อไอเสียแบบคู่ตรงกลาง มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนดา เซนซิง ที่ช่วยเสริมความมั่นใจในทุกการเดินทาง

ฮอนดา ซิที ใหม่ มาพร้อมดีไซจ์นภายนอกและภายใน ที่ยกระดับภาพลักษณ์ความสปอร์ทยิ่งขึ้น สะกดทุกสายตาด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบพโรเจคเตอร์พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าแบบโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซจ์นใหม่ขนาด 15 นิ้ว ภายในห้องโดยสารมอบความกว้างขวางจนเกินคลาสส์ในทุกมิติ หรูหราเหนือระดับด้วยโทนสีดำ พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังค์ชันการใช้งานระดับพรีเมียมที่ครบครัน อาทิ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ AppleCar Play ท้าทายข้อจำกัดทุกการขับขี่ด้วยขุมพลังเทอร์โบใหม่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC Turbo ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รตน. ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-4,500 รตน. ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานไอเสียยูโร 5  ปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย และ Honda Connect

พิเศษเป็นครั้งแรกกับรุ่น RS ที่เปลี่ยนมุมมองรถซิทีคาร์ให้สปอร์ทหรูหรามากกว่าที่เคย ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ทแบบ RS รอบคัน ล้ออัลลอยดีไซจ์น์สปอร์ทขนาด 16 นิ้ว เบาะหนังกลับดีไซจ์นใหม่ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง และดึงดูดทุกสายตาด้วยสีภายนอกใหม่ สีแดงอิกไนท์ (Ignite Red) เฉพาะรุ่น RS โดยมีให้เลือก 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น RS ราคา 739,000 บาท รุ่น SV ราคา 665,000 บาท รุ่น V ราคา 609,000 บาท และรุ่น S ราคา 579,500 บาท

ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค ใหม่ สปอร์ทพรีเมียมแฮทช์แบค 5 ประตู ที่มาพร้อมความสปอร์ทเร้าใจมากขึ้นกว่าเดิม ดีไซจ์นการออกแบบที่ยกระดับความสปอร์ท และโฉบเฉี่ยวทั้งภายนอกและภายใน ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ทแบบ RS รอบคัน พร้อมท่อไอเสียแบบคู่ตรงกลาง ท้าท้ายทุกความเร้าใจด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร DOHC VTEC Turbo 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ให้สมรรถนะการขับขี่เทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนดา เซนซิง  ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม พร้อมด้วย Honda Connect นวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ รวมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมอื่นๆ โดยรุ่น Hatchback Turbo RS ราคา 1,229,000 บาท

นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดงยนตรกรรม ฮอนดา อีก 7 รุ่น ได้แก่ แจซซ์ โมบิลีโอ ซีวิค แอคคอร์ด บีอาร์-วี เอชอาร์-วี และซีอาร์-วี โดยยนตรกรรมแต่ละรุ่นมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่แตกต่างกัน เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ ฮอนดา ได้ง่ายขึ้น ดังนี้
• ข้อเสนอพิเศษสำหรับ ฮอนดา ซิที ใหม่ รับสิทธิ์ในแคมเปญ “Double Smile” รับสิทธิ์ดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบายเริ่มต้นที่ 5,500 บาท เมื่อใช้บริการสินเชื่อกับฮอนดา ลีซิง พร้อมรับนาฬิกา Fitbit Smart Tracker รุ่น Charge3 สี Graphite/Black มูลค่า 6,490 บาท เมื่อจองรถตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2562 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2563
• ข้อเสนอพิเศษสำหรับ ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค ใหม่ ลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 2.29 % เมื่อดาวน์ 25 % และผ่อนชำระค่างวดตั้งแต่ 12–48 เดือน หรือเลือกรับสิทธิ์ในแคมเปญ “Double Smile” รับสิทธิ์ดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบายเริ่มต้นที่ 13,000 บาท เมื่อใช้บริการสินเชื่อกับ ฮอนดา ลีซิง ทั้งนี้ สำหรับพนักงานบริษัทเอกชนทั่วไป รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษลดลงจากดอกเบี้ยปกติอีก 0.15 % ลูกค้าปัจจุบัน (Honda Loyalty) รับดอกเบี้ยพิเศษลดลงสูงสุด 0.30 % อีกทั้งรับพโรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนดา อัลทิเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. เมื่อจองรถตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2562 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562
ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ ฮอนดา รุ่นที่ร่วมรายการภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36″ (The 36th Thailand International Motor Expo 2019) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน–11 ธันวาคม 2562 และรับรถยนต์ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน–31 ธันวาคม 2562 ได้แก่
• แคมเปญ “Honda ดีจัดต้องบัด NOW!” สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ ฮอนดา รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน–11 ธันวาคม 2562 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน–31 ธันวาคม 2562 รับจักรยานพับ โมดูโล (Modulo Foldable Bicycle) มูลค่า 7,990 บาท ณ ผู้จำหน่ายรถยนต์ ฮอนดา ที่ลูกค้ารับรถยนต์
• รับพโรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนดา อัลทิเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ ฮอนดา รุ่นที่ร่วมรายการ รับสิทธิพิเศษขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมงอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ต่อจากการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กม. สิ้นสุด รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/hvWMr
วันที่เผยแพร่ : วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม 2562 เวลา 07:41 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน