ธุรกิจ

“พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเพอร์ไบค์” เป้าหมายใหม่…สู่เรศอันดับ 1 ของเอเชีย


2 (7)

 

ศึกสองล้อชิงแชมพ์ประเทศไทย “พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเพอร์ไบค์ 2019” ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร จาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซิง ทีม ได้แชมพ์ประจำปี 3 สมัยซ้อน ด้าน เนวิน ชิดชอบ ตั้งเป้าพัฒนาจากการแข่งขันซูเพอร์ไบค์ที่ดีที่สุดในอาเซียน สู่เรศอันดับ 1 ของเอเชีย รวมทั้งผลักดันผู้ที่ได้รับสิทธิ์ไวลด์คาร์ด แข่งขันคว้าแชมพ์ของเอเชียในฤดูกาลหน้านี้ให้ได้

นับตั้งแต่ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท ถูกก่อตั้งขึ้นใน จ. บุรีรัมย์ เมื่อปี 2014 ได้สร้างความแตกต่างครั้งใหญ่ขึ้นกับวงการมอเตอร์สปอร์ทไทยอย่างมาก ทั้งการนำเรศระดับโลกอย่าง MotoGP มาดวลความเร็วในไทย รวมถึงการเปิดทางลัดของไทยออกไปสู่โลกกว้างด้วย เวิร์ลด์ ซูเพอร์ไบค์ และ MotoGP ในเวลาต่อมา แต่สิ่งสำคัญที่ก้าวเดินไปพร้อมกัน คือ “ความตั้งใจ” ในการผลักดัน “นักกีฬาแข่งรถชาวไทย” ให้ก้าวสู่ระดับอินเตอร์มากขึ้น นั่นเป็นที่มาของ “พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเพอร์ไบค์” ในปัจจุบัน

 

5 (7)

 

สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท เริ่มต้นเปิดฉากการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ รายการ บีอาร์ไอซี ซูเพอร์ไบค์ แชมเพียนชิพ ครั้งแรกในปี 2015 ด้วยมาตรฐานของสนามระดับ MotoGP และแนวทางใหม่ในการจัดการแข่งขัน โดยยึดรูปแบบ และกติการะดับโลก ทำให้เกมความเร็วสองล้อรายการนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว

เนวิน ชิดชอบ ประธาน สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท กล่าวว่า ปัจจุบัน “พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเพอร์ไบค์ แชมเพียนชิพ” ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์  กลายเป็นการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเมืองไทย มีนักบิดชั้นนำของประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 250 คน ในแต่ละฤดูกาล ด้วยรางวัลเกียรติยศอย่างสิทธิ์ไวลด์คาร์ดของรายการระดับโลกอย่าง เวิร์ลด์ ซูเพอร์ไบค์ แชมเพียนชิพ ทำให้นักบิดไทย และทีมไทยต่างทุ่มเทอย่างหนักเพื่อคว้าสิทธิ์นั้นมาให้ได้

“มันเป็นมากกว่าแชมพ์ประเทศไทย แต่มันคือ การบอกได้ว่า คุณ คือ นักบิดที่ดีที่สุด ทีมแข่งที่ดีที่สุด ทีมช่างที่ดีที่สุดในเมืองไทย เพื่อคว้าแชมพ์ในรายการของเราได้ สิ่งสำคัญ คือ การได้ยกระดับให้สามารถไปต่อกรกับทีมแข่งระดับสากลได้ ตอนนี้นักกีฬาแข่งรถไทยนั้นได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากเรศระดับโลกมากมาย ได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แถมทีมแข่งไทยหลายทีมก็สามารถก้าวไปแข่งขันระดับสากลอย่างที่ไม่แพ้ชาติอื่นๆ ด้วย นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่า พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเพอร์ไบค์ ก้าวมาถึงจุดที่เป็นเสาหลักของวงการมอเตอร์สปอร์ทไทยแล้ว สำหรับเป้าหมายในปีหน้า คือ การรักษามาตรฐานของการแข่งขันซูเพอร์ไบค์ที่ดีที่สุดในอาเซียนไว้ พัฒนานักแข่ง ทีมแข่ง และการแข่งขันสู่เรศที่ดีที่สุดของเอเชียต่อไปในอนาคต รวมทั้งการผลักดันให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ไวลด์คาร์ดไปแข่งขัน เอเชีย โรด เรซิง คว้าตำแหน่งแชมพ์ของเอเชียในฤดูกาลหน้าให้ได้”  เนวิน เผย

ชุมพล สุรพิทยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้วที่ทาง โออาร์ ได้สนับสนุนให้เกิดการจัดการแข่งขัน เริ่มจากการแข่งขันในประเทศ ที่จะสร้างนักบิดไทย ทีมแข่งไทยให้แข็งแกร่ง ได้พัฒนาฝีมือ ทักษะต่างๆ จนพัฒนาไปสู่การแข่งขันในระดับโลกได้ สานต่อในการร่วมพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ทอย่างต่อเนื่อง

 

4 (7)

 

โดยในปีนี้เราได้นักแข่งไทย ที่จะได้สิทธิ์ไวลด์คาร์ดไปแข่งขัน เอเชีย โรด เรซิง ถึง 3 คน ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่นักแข่งไทยจะได้ร่วมประลองฝีมือกับนักแข่ง และลงแข่งขันในสนามแข่งในต่างประเทศ สร้างชื่อเสียงของประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ นำโดย “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร แชมพ์ 3 สมัยในรุ่น ซูเพอร์ไบค์ 1,000 ซีซี เอสบี 1 จาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซิง ทีม, โคลิน บัตเลอร์ จาก ยูทีอาร์ เรซิง ทีม คว้าแชมพ์ประจำปีในรุ่น ซูเพอร์สตอค 1,000 ซีซี เอสที 1 โดยทั้งคู่ได้รับสิทธิ์ไวลด์คาร์ดเข้าร่วมแข่งขันใน เอเชีย โรด เรซิง แชมเพียนชิพ ในคลาสส์ เอเชีย ซูเพอร์ไบค์ 1,000 ซีซี

 

6 (2)

 

ขณะที่ “เบิร์ด” ประวัติ ญาณวุฒิ จาก ยามาฮา เพาเวอร์สปีด เรซิง ทีม คว้าแชมพ์ในคลาสส์ ซูเพอร์สปอร์ท 600 ซีซี เอสเอส 1 คว้าสิทธิ์ไวลด์คาร์ดในคลาสส์ ซูเพอร์สปอร์ท 600  ซีซี ของศึก เอเชีย โรด เรซิง แชมเพียนชิพ ไปครองด้วย

 

4-1 (1)

 

ทั้งนี้ “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร จาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซิง ทีม แชมพ์ 3 สมัย เปิดเผยว่า “ปี 2019 เป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ยากลำบาก เพราะตัวผมเองได้รับบาดเจ็บอย่างหนักในการแข่งขัน เวิร์ลด์ ซูเพอร์ไบค์ ในช่วงต้นปี ทำให้คาดว่าจะต้องพักฟื้นไปกว่า 6 เดือน แต่ด้วยปาฏิหาริย์ และการที่ไม่ยอมแพ้ เลยสามารถฝ่าฟันจนลงแข่งขันสนามแรกของปีได้ ต้องขอบคุณทีมงาน คาวาซากิ, พีทีที และทุกคนในทีมที่ทุ่มเทอย่างหนัก จนสามารถคว้าแชมพ์ประจำปีได้อีกครั้ง รวมถึงครอบครัวที่อยู่เคียงข้างตลอดครับ”

โดยในปี 2020 “พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเพอร์ไบค์ แชมเพียนชิพ” จะยังคงสานต่อความมุ่งมั่น เพื่อผลักดันนักบิดไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล และระดับโลกต่อไป และนี่คือกลไกแห่งความสำเร็จในอนาคตของวงการมอเตอร์สปอร์ทไทยอย่างแท้จริง



------------------------------
เรื่องโดย : สุดาภรณ์ ไกรแก้ว
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/tPyEJ
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
28 Nov 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
2.6-3.8 ล้าน
2.
11.5-15.8 ล้าน
3.
3.4 ล้าน
4.
5.9-7.4 แสน
5.
5.7-8.3 แสน
6.
6.0-6.4 แสน
7.
1.9-2.1 ล้าน
8.
4.4-4.9 ล้าน
9.
2.3 ล้าน
10.
2.0-2.3 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ
เพิ่มเพื่อน