ทดลองขับ
MG Extender ไม่ใช่มือใหม่...แต่เป็นพิคอัพขับสบายที่ต้องลอง

MG Extender แม้ว่าจะเป็นพิคอัพน้องใหม่ในบ้านเรา แต่ถ้าได้ทดลองขับ บอกได้เลยว่า ขับดีไม่แพ้พิคอัพ 5 ค่ายใหญ่
นอกจากไฟหน้า Projector พร้อมระบบควบคุมการเปิด/ปิดอัตโนมัติ ไฟขับขี่เวลากลางวัน Daytime Running Lights และกล้องมองหลัง พร้อมเซนเซอร์ถอยหลัง อุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น Grand แล้ว รุ่น 4WD ยังเพิ่มความสบายด้วยไฟหน้า LED Projector พร้อมระบบควบคุมไฟหน้าปรับการเลี้ยวตามองศาพวงมาลัยอัตโนมัติ
พื้นที่กระบะท้ายรุ่น Double Cab ยาว 1,485 มม. กว้าง 1,510 มม. และสูง 530 มม. สั้นกว่ารุ่น Giant Cab 415 มม.
ห้องโดยสารของ MG Extender กว้างขวาง โดยเฉพาะรุ่น Double Cab นั่งสบายทั้งด้านหน้า และด้านหลัง คอนโซลและแผงข้างประตูบุนุ่ม เบาะที่นั่งบุหนังแท้ และหนังสังเคราะห์ สีดำสไตล์สปอร์ท เพิ่มความรู้สึกหรูหรา เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเอนนอนได้ถึง 150 องศา
เบาะหลังขนาดใหญ่ มีระยะห่างจากช่วงขาใกล้เคียงเอสยูวี และซีดานขนาดใหญ่ มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ช่วยลดอุณหภูมิ ช่องจ่ายไฟ 12 โวลท์ ที่วางแขนพับเก็บได้ และเมื่อพับพนักพิงลงมายังมีช่องเก็บของซ้าย/ขวา เพื่อไม่ให้ของหลังเบาะกระจาย
ในรุ่น Grand X และ Grand 4x4 X นอกจากจะมีจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว และสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ผ่านบูลทูธ ยังติดตั้งระบบเชื่อมต่อ i-Smart รองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย ระบบนำทางพร้อมรายงานการจราจร (แบบ Real Time) สามารถแสดงผลสถานะรถ และตำแหน่งของตัวรถผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือแบบสมาร์ทโฟน รวมถึงการสั่งสตาร์ทรถพร้อมเปิดแอร์ล่วงหน้าได้ (ไม่เกิน 10 นาที)
เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ระบบระบายความร้อนแบบแยกส่วน เพลาข้อเหวี่ยงแบบเยื้องศูนย์ ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูงของ Bosch (ถึง 2,000 บาร์) ระบบวาล์วควบคุมการไหลเวียนของไอดีแบบแปรผัน กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 38.3 กก.-ม. ที่ 1,500-2,400 รตน. เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบพาร์ทไทม์ มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 14.1 กม./ลิตร
เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ สามารถเลือกบวก/ลบ ตำแหน่งเกียร์ได้ ยังเลือกรูปแบบการขับได้ 3 โหมด โหมดมาตรฐาน (Normal) โหมดประหยัด (Eco) และโหมดกำลัง (Power) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบพาร์ทไทม์ สามารถเลือกเปลี่ยนจากขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ ความเร็วสูง (4H) ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. ด้วยการหมุนสวิทช์ โดยไม่ต้องหยุดรถ และหยุดรถเพื่อเปลี่ยนเป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ ความเร็วต่ำ (4L) หากต้องลุย ซึ่งจะมาพร้อมระบบลอคเฟืองท้าย (Rear Axle Differential Look)
ระบบรองรับด้านหน้า อิสระ ปีกนกคู่ ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น ออกแบบตามสไตล์ European Tuning Suspension และชอคอับพัฒนาโดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญอย่าง Sachs ในประเทศออสเตรเลีย และปรับแต่งให้เข้ากับความเหมาะสมของบ้านเรา ผลที่ได้กับรุ่นทอพ MG Extender Double Cab Grand 4WD X 6AT หลังจากได้ทดลองขับในสภาพถนนจริง บอกได้เลยว่า แน่นหนึบ ใกล้เคียงกับเอสยูวี การยืดยุบของชอคอับเมื่อขับผ่านคอสะพานทำได้ดี ไม่นุ่มจนคนขับเหนื่อย หรือแข็งจนผู้โดยสารเบาะหลังนั่งไม่ได้ และต้องชมช่างฝีมือคนไทย ที่ทำเบาะนั่งได้ดี นั่งสบายด้วย
กล้องมองภาพรอบทิศทาง เพื่อการควบคุมทิศทางที่แม่นยำยิ่งขึ้น ในรุ่น Double Cab Grand 4WD X 6AT นอกเหนือจากมีสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

