ธุรกิจ

รู้หรือไม่ว่า ผลิตภัณฑ์ทาผิวเป็นภัยต่อรถได้อย่างไร ?


ผลิตภัณฑ์ทาผิว ของใช้ใกล้ตัวที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน อย่างเจลล้างมือ และครีมกันแดดค่าปกป้องสูง ถึงแม้ว่าจะดีต่อสุขภาพอนามัย แต่อาจเป็นผลเสียต่อรถ เพราะสารเคมีที่พบในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในบางยี่ห้อ อาจทำให้พื้นผิวภายในรถเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น หากไม่ได้เคลือบสารป้องกันพิเศษ

ความท้าทายที่วิศวกรของ ฟอร์ด ต้องประสบทุกวัน คือ การทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ บนวัสดุที่ใช้ในรถแต่ละคันอย่างต่อเนื่อง และช่วยพัฒนาสารเคลือบเพื่อป้องกันสารเคมีจากผลิตภัณฑ์เหล่านั้น เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้พื้นผิวภายในรถคงสภาพเดิมไปอีกหลายปี

มาร์ค มอนต์โกเมอรี วิศวกรอาวุโสด้านวัสดุ จากศูนย์เทคโนโลยีวัสดุ สถาบันเทคนิคดันตัน ประเทศอังกฤษ ของ ฟอร์ด ยุโรป กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นเจลล้างมือ ครีมกันแดด และยาทากันแมลง ทเรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ก็ออกมาวางขายในตลาดอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน แม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ที่ดูปลอดภัยที่สุด ยังสามารถสร้างปัญหาได้เมื่อสัมผัสกับพื้นผิวภายในรถเป็นร้อยเป็นพันครั้งใน 1 ปี

ในตลาดยุโรป ผลิตภัณฑ์ล้างมือ ทั้งแบบเจล แบบโฟม และกระดาษเปียก บางยี่ห้ออาจมีส่วนประกอบของเอธานอล มีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้น 60 % จาก 371.92 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถึง 593.62 เหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2024 ส่วนครีมกันแดดค่าปกป้องสูง มีสารไททาเนียมออกไซด์ในปริมาณที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทำปฏิกิริยากับพลาสติค และน้ำมันธรรมชาติที่อยู่ในแผ่นหนัง โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อน ในขณะที่ยาทากันแมลง ก็มักพบว่ามีไดเอทิลโทลูอะไมด์ หรือ DEET เป็นสารเคมีหลัก

ทีม ฟอร์ด ในดันตัน และในโคโลนญ์ ประเทศเยอรมนี ทดสอบความทนทานต่อความร้อนภายในรถยนต์ ในอุณหภูมิที่สูงถึง 74 องศาเซลเซียส อุณหภูมิที่สูงที่สุดเท่าที่ห้องโดยสารที่จอดอยู่กลางแดดริมทะเลจะร้อนได้ นอกจากนี้ ยังมีการทดลองอื่นๆ ที่จำลองสถานการณ์เมื่อรถตากแดดเป็นเวลานาน ด้วยการใช้แสงอุลทราไวโอเลทสาดลงไปที่รถ เทียบเท่ากับการจอดรถไว้ในที่ที่แดดแรงที่สุดเป็นเวลานานกว่า 1,152 ชั่วโมง หรือ 48 วัน

พวกเขายังทดสอบความทนทานของพลาสติคในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า -30 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่ทำให้พลาสติคเปราะบางที่สุด และโยนลูกบอลยาง ซึ่งมีความหนักกว่าลูกฟุตบอลปกติ 10 เท่า ใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้แน่ใจว่าพลาสติคไม่แตก

จากผลการทดลอง พบว่าองค์ประกอบทางเคมีของสารเคลือบสามารถป้องกันพื้นผิวภายในรถได้ นับว่าการทดลองต่างๆ เหล่านี้ ช่วยให้ ฟอร์ด บรรลุเป้าหมายในการรักษาสภาพภายในห้องโดยสารให้ดูดีตลอดอายุการใช้งานของรถ การทดสอบนี้ยังนำไปใช้กับอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ที่ขายในศูนย์บริการ ฟอร์ด ไม่ว่าจะเป็นแผ่นรองท้ายรถ และพลาสติคหุ้มภายในรถ

ริชาร์ด ไคล์ วิศวกรด้านวัสดุจากดันตัน กล่าวอีกว่า บางครั้งเราก็ต้องทำงานเหมือนนักสืบ มีกรณีตัวอย่างในตุรกีที่ภายในรถเสื่อมสภาพลงมาก และเราพบว่าเอธานอลเป็นตัวการหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจลล้างมือบางยี่ห้อที่ได้รับความนิยม ที่มีเอธานอลสูงถึง 80 % ซึ่งเป็นปริมาณสูงกว่าที่เราเคยพบ เมื่อรู้ว่าสาเหตุคืออะไร เราก็สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/5OINl
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 16 สิงหาคม 2562 เวลา 09:00 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน