สารคดี/บทความ/รายงาน/กิจกรรม

อัพเกรด Mazda CX-5 ไทยแอบลุ้นเครื่องยนต์ใหม่


ในงานแถลงข่าวเปิดตัว Mazda 3 ใหม่ ที่ประเทศมาเลเซีย Bermaz Motor (ตัวแทนจำหน่าย Mazda ในมาเลเซีย) ได้พูดเป็นนัยว่า Mazda CX-5 จะมีการอัพเกรดอุปกรณ์และเครื่องยนต์ใหม่ และมีกำหนดเปิดตัวหลังจากนี้ไม่นาน ซึ่ง Mazda Thailand ใช้ประเทศมาเลเซียเป็นฐานการผลิตรถ Crossover SUV รุ่นนี้ สำหรับตลาดในประเทศไทย

 

2020-Mazda-CX-5-review

 

สำหรับ Mazda CX-5 ปี 2018 ในมาเลเซียจะมีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อย ได้แก่

– Mazda CX-5 2.0L GL Skyactiv-G 2WD          ราคา 134,605 ริงกิต (1.06 ล้านบาท)

– Mazda CX-5 2.0L GLS Skyactiv-G 2WD        ราคา 148,605 ริงกิต (1.17 ล้านบาท)

– Mazda CX-5 2.5L GLS Skyactiv-G 2WD        ราคา 160,996 ริงกิต (1.27 ล้านบาท)

– Mazda CX-5 2.2L GLS Skyactiv-D 2WD        ราคา 164,579 ริงกิต (1.30 ล้านบาท)

– Mazda CX-5 2.2L GLS Skyactiv-D AWD        ราคา 175,179 ริงกิต (1.38 ล้านบาท)

 

2019-Mazda-CX-5-05

 

โดย Mazda CX-5 รุ่นปรับปรุงใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในญี่ปุ่น มีการอัพเดทเพิ่มเติม ประกอบด้วย

– มีขุมพลังเบนซินเทอร์โบ Skyactiv-G 2.5T ให้เลือกใช้เป็นครั้งแรก (เดิมไม่มีเทอร์โบ) ซึ่งเป็นแบบ 4 สูบเรียง ขนาด 2.5 ลิตร แบบฉีดตรง อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 230 แรงม้า ที่ 4,250 รตน. และแรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รตน. ซึ่งแรงบิดสูงสุดนั้นเพิ่มจาก Skyactiv-G 2.0 ที่วางจำหน่ายในไทยเกือบเท่าตัว แถมยังมาที่รอบต่ำเพียงครึ่งหนึ่ง

– ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่ เจเนอเรชันที่ 2 G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย โดย GVC Plus จะเพิ่มการทำงานโดยอาศัยแรงเบรคเพื่อช่วยลดอาการหน้าดื้อโค้ง (มุม Yaw) นอกเหนือจากการลดแรงบิดของเครื่องยนต์ใน GVC รุ่นก่อน เพื่อลดอาการโคลงตัวรถ (มุม Roll) อันเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี Skyactiv-Vehicle Dynamics

 

181011c-1

นอกจากการเพิ่มแฮนดลิงซึ่งช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้แล้ว GVC Plus ยังเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ การขับขี่บนพื้นผิวถนนทีเปียกลื่น อาทิ ฝนตกหนัก หรือหิมะปกคลุม ทำให้ตัวรถมีประสิทธิภาพในการเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น แม้จะขับขี่ด้วยความเร็วสูง

– ระบบหลีกเลี่ยงการชน Advanced Smart City Braking Support ที่ตรวจจับคนเดินถนนในเวลากลางคืนได้

– กล้องมองภาพแบบ 360 องศา อุปกรณ์มาตรฐานในแพคเกจ Exclusive Mode ส่วนรุ่นอื่นเป็นออพชัน

– Mazda Connect รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto

– ล้ออลูมิเนียม ขนาด 17 นิ้ว ลายเดิม แต่เปลี่ยนสีจาก Dark Silver เป็น Gray Metallic

– ปรับดีไซจ์นแผงอุปกรณ์ และควบคุมอุณหภูมิใหม่ที่ให้สัมผัสพรีเมียมขึ้น

 

mazda-cx5-gvc-plus-1

ในเวอร์ชันญี่ปุ่นมีแพคเกจตกแต่ง Exclusive Mode ให้เลือกทั้ง 2 เครื่องยนต์ คือ Skyactiv-G 2.5T และ Skyactiv-D 2.2 ประกอบด้วยการตกแต่งที่หรูหรามากขึ้น

– หนัง Nappa เนื้อละเอียด ให้ผิวสัมผัสเนียน นุ่มนิ่ม สีน้ำตาลเลือดหมู (Deep Red) แผงบุหลังคาสีดำ

– แผงประดับไม้แท้

– กระจกมองหลังไร้กรอบ ลดแสงสะท้อน

– ล้ออลูมิเนียม ขนาด 19 นิ้ว สี Dark Gloss

– เบาะคู่หน้าแบบเจาะรู พร้อมระบบระบายอากาศในตัว (Ventilation System)

– จอสีแสดงข้อมูลการขับขี่บนมาตรวัด แบบ TFT LCD ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว

– ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารแบบ LED พร้อมไฟส่องที่วางเท้าทั้งเบาะหน้า-หลัง

Mazda-CX-9-Turbocharged-SKYACTIV-G-2.5T

อย่างไรก็ตาม Mazda CX-5 มีแนวโน้มว่าในประเทศไทย อาจเลือกใช้เครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.5T เป็นทางเลือกใหม่ แต่สำหรับเทคโนโลยี GVC Plus คาดว่าใส่มาให้อย่างแน่นอน และคงได้เห็นช่วงงานใหญ่ปลายปีนี้ นอกจาก CX-5 แล้ว Mazda ระบุว่าจะติดตั้ง GVC Plus ไว้ในรถรุ่นใหม่ทุกรุ่นที่จะเปิดตัวออกจำหน่ายจากนี้เป็นต้นไป



------------------------------
เรื่องโดย : พรเทพ คงลาภอำนวย
คอลัมน์ Online : สารคดี/บทความ/รายงาน/กิจกรรม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7ZdLg
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 19 กรกฏาคม 2562 เวลา 16:14 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน