บทความ

Toyota เตรียมเปิดตัวรถไฟฟ้ากว่า 10 รุ่น ในปี 2020-2025


Toyota มีแผนเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวนกว่า 10 รุ่น ภายในปี 2020-2025

20190607_01_11

Toyota ประกาศจะเร่งแผนรถยนต์ไฟฟ้าในระยะเวลา 5 ปี โดยร่วมมือกับผู้ผลิตแบทเตอรีรายใหม่ เพื่อความปลอดภัยในการจัดการผลิตเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ และหวังว่าจะมีราคาที่ถูกลง

Toyota ได้ประกาศถึงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับรถไฟฟ้าของตน โดยมีเป้าหมายเพื่อจะขายรถไฟฟ้า 5.5 ล้านคัน ภายในปี 2025 รวมถึงพัฒนาแบทเตอรีแบบ Solid-State ให้เสร็จภายในกลางปี 2020

ในระหว่างบรรยายสรุปกับสื่อมวลชนในสัปดาห์นี้ Shigeki Terashi รองประธานบริหารของ Toyota กล่าวว่า Toyota ตั้งเป้าวางจำหน่ายรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (ทั้งรถไฟฟ้า, รถไฮบริด, พลัก-อิน ไฮบริด และรถฟิวล์ เซลล์) ให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมดภายในปี 2025 โดยประเมินว่าจะสามารถจำหน่ายรถยนต์ไฮบริด และพลัก-อิน ไฮบริดทั่วโลกกว่า 4.5 ล้านคัน รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (EV) และรถพลังงานฟิวล์ เซลล์ อีกมากกว่า 1 ล้านคัน

toyota-e-tnga-platform (2)

 

ก่อนหน้านี้ Toyota มุ่งเน้นไป (HEV), พลัก-อิน ไฮบริด (PHEV) แต่ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะบุกตลาดรถไฟฟ้าอย่างจริงจัง Toyota วางแผนที่จะลงทุนผลิตแบทเตอรี เพราะรถพลังงานไฟฟ้าต้องใช้แบทเตอรีจำนวนที่มากขึ้นต่อการผลิตรถหนึ่งคัน โดยจะร่วมงานกับ Amperex (CATL) และ BYD โดย Shigeki Terashi กล่าวว่า “เมื่อย้อนกลับไป เราพัฒนาแบทเตอรีสำหรับ Prius แต่มีช่องว่างระหว่างปริมาณของแบทเตอรีที่เราสามารถผลิตได้ กับปริมาณของแบทเตอรีที่เราอาจต้องการ” การร่วมมือกับผู้ผลิตแบทเตอรี 2 รายของจีนจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ Toyota คาดว่ายอดขาย BEV (Battery Electric Vehicle) ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศจีนซึ่งได้ดำเนินการตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า

toyota-e-tnga-platform

Toyota วางแผนผลิตรถไฟฟ้าในปี 2020 โดยใช้พแลทฟอร์ม BEV ใหม่ รวม 6 รุ่น โดยใช้พแลทฟอร์ม  E-TNGA หลังจาก Toyota ละเลยการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามานานหลายปี แผนใหม่ยานยนต์ไฟฟ้าของ Toyota ทั้งหมด จะเริ่มตั้งแต่ปี 2563 (เริ่มจาก Toyota C-HR BEV และ Toyota IZOA BEV ฝาแฝดในประเทศจีน และ Toyota กล่าวว่าในปี 2568 ทุกรุ่นจะมีเวอร์ชันไฟฟ้า (อย่างน้อย คือ ไฮบริด)

toyota-e-tnga-platform (2)

หากเราดูที่แผนที่ Toyota สามารถสังเกตได้ว่ายอดขาย BEV ทาง Toyota คาดว่าจะต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับไฮบริดและพลัก-อิน ไฮบริด และน่าสนใจที่ Toyota ไม่เห็นส่วนแบ่งการตลาดสำหรับรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนในปี 2050 “งานจำนวนมากอยู่ข้างหน้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายให้คนนิยมหันมาใช้รถ BEVs โดยเฉพาะเราจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนายานพาหนะที่มีความทนทานที่ดีขึ้นและการนำแบทเตอรีมาใช้ซ้ำ ด้วยการทำงานเปิดกว้างร่วมมือกับพันธมิตรโดยเรามุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในสังคมที่ดีกว่า”

toyota-six-bevs-for-global-deployment (1)

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Toyota และ Subaru ได้ระบุว่าอยู่ระหว่างการพัฒนาพแลทฟอร์มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือที่จะเรียกว่า e-TNGA ซึ่งรองรับทั้งรถยนต์ขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวมถึงระบบขับเคลื่อนทั้งแบบล้อหน้า, ล้อหลัง และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยจะเน้นไปทางรถยนต์ซีดาน เอสยูวีขนาดกลาง และขนาดใหญ่ เป็นหลัก นอกจากนี้ Toyota ยังอยู่ระหว่างการร่วมมือกับ Daihatsu เพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับการใช้งานในเมืองอีกด้วย

toyota-e-tnga-platform (1)

Toyota และ Subaru ได้ออกมายืนยันว่าพวกเขาจะจับมือกันเพื่อพัฒนาพแลทฟอร์ม EV พแลทฟอร์มดังกล่าวจะนำจุดแข็งของแต่ละบริษัทมารวมกัน เช่น เทคโนโลยีการผลิตพลังไฟฟ้าของ Toyota และความเชี่ยวชาญในระบบขับเคลื่อน AWD ของ Subaru มาเป็นพื้นฐานให้กับรถนั่งขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ที่จะจัดจำหน่ายภายใต้บแรนด์ของแต่ละบริษัท

01-toyota-c-hr-ev-and-toyota-izoa-ev-2020

ปัจจุบัน Toyota มีรถพลังงานไฟฟ้าเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น คือ รถที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Shanghai Auto Show 2019  ประกอบด้วย Toyota C-HR EV และ Toyota IZOA EV ซึ่งทั้งคู่จะถูกนับเป็นรถประเภท BEV (Battery Electric Vehicles) 2 รุ่นแรกของ Toyota ที่เริ่มทำตลาดในจีน เบื้องต้นการจำหน่ายจะมีขึ้นในช่วงปี 2020 เป็นต้นไป ทั้งคู่ก็คือ Toyota C-HR เพียงแต่ผลิตโดยบริษัทร่วมทุนในจีน 2 แห่ง ได้แก่ GAC Toyota Motor ซึ่งรับหน้าที่ผลิตและจำหน่าย C-HR อยู่ก่อนหน้า ในขณะที่ FAW Toyota Motor จะจำหน่าย C-HR โดยใช้ชื่อ Toyota IZOA นั่นเอง



------------------------------
เรื่องโดย : พรเทพ คงลาภอำนวย
คอลัมน์ Online : สารคดี/บทความ/รายงาน/กิจกรรม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/F6uVL
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน 2562 เวลา 16:43 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
20 Jun 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
679,000
2.
1,079,000
4.
1,269,000
5.
765,000
6.
640,000
7.
1,475,000
8.
14,790,000
9.
1,180,000
10.
970,000
11.
22,500,000
12.
5,499,000
13.
2,490,000
14.
5,099,000
15.
8,999,000
18.
5,260,000
19.
4,310,000
20.
1,550,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th