บทความ

Grab เปิดตัว “ทริพ พแลนเนอร์”


Grab  เปิดตัว “ทริพ พแลนเนอร์” (Trip Planner) ฟีเจอร์และบริการวางแผนเดินทางใหม่ล่าสุด ที่เชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะเข้าในแอพพลิเคชัน  พร้อมเสริมทางเลือกด้วยบริการจาก Grab เพื่อตอบโจทย์การเดินทางจากต้นทางสู่ปลายทาง (FMLM-First Mile/Last Mile) เชื่อมต่อระหว่างระบบขนส่งสาธารณะ เป็นเจ้าแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ลักษณวดี ธนามี ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศการขนส่งและจราจร สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ภายใต้กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีภารกิจหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและให้บริการคมนาคมขนส่ง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ยกระดับคุณภาพชีวิต ความมั่นคง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ถือเป็นองค์กรหลักที่กำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการพัฒนาระบบคมนาคม ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี (2560-2579) เพื่อเป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยในระยะยาว ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 การเสวนาในวันนี้จึงถือเป็นหนึ่งในความพยายามอันเป็นรูปธรรม ในการร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่โครงข่ายคมนาคมขนส่งที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงนำเทคโนโลยีนวัตกรรม และระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่ง ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงระบบคมนาคมขนส่งได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และทั่วถึง ด้วยการริเริ่มกรุยทางไปสู่ระบบขนส่งอัจฉริยะ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบคมนาคมขนส่ง ที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งสร้างความ ‘มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน’ ต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้

ดร. ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวว่า ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การขนส่งและจราจรถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สามารถนำเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ หนึ่งในรูปแบบระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ซึ่งหลายประเทศได้เริ่มทดลองใช้ คือ Mobility as a Service (MaaS) ที่ผู้เดินทางสามารถเลือกใช้รูปแบบการเดินทาง ที่เป็นการขนส่งสาธารณะของรัฐบาล และการขนส่งของภาคเอกชน ได้ตามความต้องการผ่านพแลทฟอร์มผู้ให้บริการ โดยจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนหรือตามที่ใช้จริง สำหรับประเทศไทย รัฐบาลได้ริเริ่มแผนการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยมีระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) เป็นหนึ่งในแกนหลักในการพัฒนาเมือง การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาดมาประยุกต์ใช้กับระบบจราจร และขนส่งอัจฉริยะอย่างฟีเจอร์วางแผนการเดินทางหรือแนวคิดในการพัฒนา Mobility as a Service (MaaS) ของ Grab จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการผสานความร่วมมือ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของภาคเอกชน เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้เกิดผลเป็นรูปธรรมผ่านโครงการของภาครัฐ โดยนอกจากประชาชนที่อาศัยอยู่ใน จังหวัดนำร่อง ซึ่งได้แก่ กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา นักท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้ยังจะได้รับประโยชน์ และสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายผ่านบริการดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบรับโลกแห่งเทคโนโลยีในปัจจุบันด้วยอีกทางหนึ่ง

รศ. ดร. สรวิศ นฤปิติ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การจราจรติดขัดยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของประเทศไทย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างพื้นฐานขนส่งมวลชนยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้การเดินทางจากต้นทางและสู่ปลายทาง (FMLM-First Mile/Last Mile) ยังไม่เชื่อมต่อกันอย่างเต็มรูปแบบ และผู้คนยังคงจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางสัญจรในชีวิตประจำวัน โดยทางออกหนึ่งที่สามารถช่วยบรรเทาปัญหาจราจรได้ คือ การใช้บริการรถยนต์ร่วมโดยสาร (Ride-Hailing) และการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ใช้รถใช้ถนนให้สามารถเลือกรูปแบบการเดินทาง เส้นทาง และค่าโดยสาร ที่ตรงความต้องการ อาทิ ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางที่หนาแน่น ซึ่งผู้ให้บริการที่สามารถช่วยวางแผนและผนวกรูปแบบการเดินทางขนส่งที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกันในรูปแบบ Mobility as a Service (MaaS) นี้ จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง ลดความแออัดของการจราจร ลดความจำเป็นในการใช้รถส่วนตัว และลดปัญหารถติดและมลพิษ ทำให้การเดินทางมีความคล่องตัว เข้าถึงง่าย มีราคาเหมาะสม และเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ของประเทศอีกทางหนึ่ง

ธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกร็บ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในกรุงเทพฯ มีจำนวนรถส่วนตัวและมอเตอร์ไซค์ที่จดทะเบียนกว่า 9.8 ล้านคัน ซึ่งมากกว่าปริมาณที่ถนนและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ สามารถรองรับได้ถึง เท่า และยังคงเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถส่วนตัวดังกล่าว เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหารถติดในกรุงเทพฯ เราจึงมีวิสัยทัศน์ที่จะสร้างระบบการคมนาคมขนส่งที่เชื่อถือได้และไร้รอยต่อ ซึ่งจะทำให้ผู้คนลดการใช้รถส่วนตัวในที่สุด ระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพเป็นทางออกเดียวที่จะแก้ไขปัญหาการจราจรโดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณรถบนท้องถนน และด้วยฟีเจอร์ “ทริพ พแลนเนอร์” เราจึงสามารถนำเสนอทางเลือกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้ง่าย ในราคาที่เหมาะสมสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือเป็นทางเลือกที่สามารถแทนที่การใช้รถส่วนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 ด้วยฟีเจอร์วางแผนการเดินทาง ทริพ พแลนเนอร์ (Trip Planner) ซึ่ง Grab ได้ปูรากฐานและนำร่องบริการ Mobility as a Service (MaaS) ในประเทศไทย ซึ่งเรามีเป้าหมายในการเรียนรู้และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแนวคิดดังกล่าว รวมถึงหาวิธีที่จะแก้ไขปัญหาการเดินทางในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้า และเรือโดยสาร หรือการใช้บริการ Just Grab หรือ Grab Bike (วิน) ผู้เดินทางจะมีอิสระในการเลือกทั้งราคา และระดับความสะดวกสบายที่ต้องการ นอกจากนี้ การนำร่องแนวคิด  บริการ Mobility as a Service (MaaS) ยังถือเป็นการสร้างอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่สอดรับกับวิสัยทัศน์เมืองอัจฉริยะ  อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกและเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งต่าง ๆ  ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน” 

หลังจากที่ได้เปิดตัวในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา “ทริพ พแลนเนอร์” (Trip Planner) ได้ขยายการให้บริการและเปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ สิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์ ผู้ใช้ที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นประจำ สามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวเพื่อวางแผนการเดินทาง ด้วยข้อมูลที่แม่นยำ พร้อมดูเส้นทางการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางในแต่ละขั้นตอนได้ผ่านแอพพลิเคชัน Grab ผู้ใช้สามารถตรวจสอบตารางการเดินรถของรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน เรือ และรถโดยสารประจำทาง ในกรุงเทพฯ ทำให้การเดินทางมีความคล่องตัว เข้าถึงง่าย และมีราคาเหมาะสมสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน

ผู้ใช้แอพพลิเคชัน Grab สามารถระบุจุดหมายปลายทางผ่านฟีเจอร์ “ทริพ พแลนเนอร์” (Trip Planner) ระบบจะนำเสนอทางเลือกการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ที่รวดเร็ว ประหยัด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมประมาณเวลาการเดินทางที่จะไปถึง รวมถึงเส้นทางการเดิน ร่วมกับทางเลือกการเดินทางจากต้นทางสู่ปลายทาง (FMLM-First Mile/Last Mile) อื่นๆ ทั้งที่เป็นบริการ Grab Bike (วิน) หรือ Just Grab และระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งผู้ใช้สามารถกดเรียกใช้บริการ Grab ผ่านฟีเจอร์นี้ได้โดยตรง ฟีเจอร์ดังกล่าว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจ และเลือกวิธีการเดินทางตามที่ต้องการพร้อมทั้งยังสามารถประมาณเวลาและวางแผนการเดินทางตลอดเส้นทางได้อย่างแม่นยำ สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น

 

 



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/j32xr
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 1 พฤษภาคม 2562 เวลา 13:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
19 Mar 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,475,000
2.
14,790,000
3.
1,180,000
4.
970,000
5.
22,500,000
6.
5,499,000
7.
2,490,000
8.
5,099,000
10.
2,379,000
11.
3,999,000
12.
16,900,000
13.
689,000
15.
8,999,000
17.
5,260,000
18.
4,310,000
20.
1,550,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th