บทความ

งานปล่อยของสุดเร้าใจ ! Porsche World Roadshow 2019 กับการขับขี่แบบเน้นสมรรถนะด้วยสปอร์ทหลากรุ่นหลายสไตล์ !


Porsche World Roadshow 2019 งานรวมดาวสปอร์ทตัวแรงของ Porsche จากการร่วมมือของ Porsche บริษัทแม่ และผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย นั่นคือ AAS Auto Service ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์ กิจกรรมในงานถูกแบ่งออกเป็น 4 สถานี ต้องใช้ทักษะการขับขี่ที่หลากหลาย ภายใต้ การฝึกสอน และการให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญจากทาง Porsche ทีมงานของเราได้เป็นหนึ่งในกลุ่มสื่อมวลชนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

 

52820170_2243782632354797_8234019925014872064_o

 

ก่อนเริ่มกิจกรรมในแต่ละสถานี ผู้ฝึกสอนชาวต่างประเทศจาก Porsche บริษัทแม่ จะทำการสาธิตการปรับเบาะนั่งให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อการควบคุมรถที่แม่นยำที่สุด เราพบว่าลักษณะการนั่งจะมีระยะแขนสั้นกว่าความคุ้นเคยทั่วไป เพื่อการหักเลี้ยวพวงมาลัยที่คล่องแคล่ว ระยะขาจะบังคับให้มีการงอเข่าพอประมาณ เพื่อแรงเบรคที่หนักแน่นขณะเหยียบลงไป และช่วงหัวเข่าไม่บาดเจ็บหนัก ในกรณีเกิดการชนด้านหน้า (สำหรับการขับขี่บนถนนจริง)

 

53110670_599514977234541_6816646155733041152_n

 

  1. สถานี Slalom
  • รถที่ใช้ Porsche 718 Boxster GTS : กำลังสูงสุด 365 แรงม้า : ราคาเริ่มต้น 8,400,000 บาท

กิจกรรมครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 สถานี แยกแต่ละกลุ่ม ทีมงานของเราประเดิมด้วยสถานี Slalom กับรถที่มีความคล่องตัวสูง สมรรถนะดุดัน นั่นคือ Porsche 718 Boxster GTS สปอร์ทโรดสเตอร์ เครื่องยนต์วางกลางลำ พละกำลังสูงเป็นพิเศษ บุคลิกของตัวรถเน้นความฉับไว ระบบรองรับหนึบแน่น เหมาะสมสำหรับการหักเลี้ยวในที่แคบของสถานีนี้ การขับแบบ Slalom แสดงให้เห็นถึงความเป็นสปอร์ทตัวแรงที่ขับสนุกมาก

 

52474390_2243753745691019_2715292012591972352_o

52813744_2209112589341913_169873103382380544_n

 

  1. สถานี Road Tour
  • รถที่ใช้ Porsche Panamera 4 e-Hybrid Sport Turismo/Executive กำลังสูงสุด 462 แรงม้า : ราคา 9,500,000 บาท , Cayenne 4 e-Hybrid กำลังสูงสุด 462 แรงม้า : ราคาเริ่มต้น 6,300,000 บาท

สถานีนี้จะเปลี่ยนแนวเล็กน้อย กับการขับขี่บนถนนจริง นอกเหนือจากสนามปทุมธานีปีดเวย์ รถที่ใช้จึงเป็นระบบพลัก-อิน ไฮบริดทุกคัน ทีมงานของเราเริ่มด้วย Cayenne 4 e-Hybrid เอสยูวีหรู สมรรถนะดี ตกแต่งห้องโดยสารทันสมัย พร้อมความกว้างขวาง สามารถเลือกโหมดขับเคลื่อนได้หลากหลาย ห้องโดยสารกว้างขวาง ทัศนวิสัยดี ภายใต้ราคาที่น่าสนใจมาก

 

 

52596527_264297051130679_665291890144313344_n

 

ถัดมามีการเปลี่ยนรถที่ขับเป็น Panamera 4 e-Hybrid Sport Turismo กับรูปแบบใหม่ของสายพันธุ์ซีดานของ Porsche ตัวถังต่อส่วนท้ายออกมาเล็กน้อย ก้ำกึ่งระหว่างการเป็นรถแฮทช์แบค และสเตชันแวกอน ห้องโดยสารมีพื้นที่มากกว่ารุ่นซีดาน เบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้พอประมาณ ส่วนผู้ขับให้ความรู้สึกสปอร์ท พวงมาลัยมีน้ำหนักพอเหมาะ ขับขีได้สะดวกสบาย

 

52569855_550505472129946_2817107712741998592_n

 

ตบท้ายด้วย Porsche Panamera 4 e-Hybrid Executive ซีดานฐานล้อยาวพิเศษ โดดเด่นเรื่องพื้นที่ส่วนขาของผู้โดยสารด้านหลัง ราวกับลีมูซีนหรู (แต่รองรับผู้โดยสารได้ 4 ตำแหน่ง) เรามีโอกาสทดลองขับระบบไฟฟ้าล้วน การตอบสนองทำได้ไหลลื่น รองรับความเร็วได้สูงสุด 140 กม./ชม. หากขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสมของการใช้งานจริง สามารถแล่นได้เป็นระยะทางประมาณ 40 กม. เลยทีเดียว (ตามสเปคผู้ผลิต) นับเป็นการผสมผสานระหว่างความสปอร์ท และความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว

 

52323658_837221566625412_6271702161210474496_n

 

  1. สถานี Braking & Slalom
  • รถที่ใช้ Porsche 911 Turbo กำลังสูงสุด 540 แรงม้า : ราคา 19,000,000 บาท , Porsche 911 Targa 4 GTS กำลังสูงสุด 450 แรงม้า : ราคา 15,300,000 บาท

สถานีนี้ถือว่าเร้าใจ และท้าทายที่สุดอันหนึ่ง กับการขับขี่จำลองสถานการณ์ฉุกเฉิน พิสูจน์การตอบสนองที่หนักแน่น และมั่นคงของสปอร์ทตัวแรงทั้ง 2 รุ่น นั่นคือ 911 Turbo และ 911 Targa 4 GTS เราเริ่มต้นด้วยการขับขี่ในส่วน Braking ซึ่งไม่ใช่การเบรคอย่างเดียว แต่ต้องหักหลบไฟพร้อมกัน ภายใต้การออกตัวด้วยการกดคันเร่งสุด พละกำลัง 540 แรงม้า ปลดปล่อยออกม่าอย่างรวดเร็ว ชั่วอึดใจก็ทะยานมาถึงจุดเบรคที่ความเร็วกว่า 100 กม./ชม. ผู้ขับต้องเหยียบเบรคสุดแรงทันใด พร้อมกับหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวาง ตัวรถกลับมีความมั่นคงอย่างน่าทึ่ง สมกับการเป็นสปอร์ทสมรรถนะสูง การหน่วงความเร็วทำได้ฉับไว แต่ยังควบคุมทิศทางได้แม่นยำ ไม่มีอาการไถลแม้แต่น้อย รองรับสมรรถนะได้แบบเอาอยู่

 

52466031_635602366887843_1130790865275453440_n

52598145_2243768959022831_4901767585613217792_o

 

ส่วนต่อมา คือ การขับแบบ Moose Test ถือการจำลองหักหลบสิ่งกีดขวางบนท้องถนน และหักกลับมาในเลนของตนเอง การขับจะเป็นไปในลักษณะหักเลี้ยวกะทันหัน 2 ครั้งซ้อน ในทิศทางตรงกันข้าม กับ 911 Targa 4 GTS สปอร์ทหลังคากระจก ขับเคลื่อน 4 ล้อ สมรรถนะเอาเรื่อง ครูฝึกทำการปิดระบบช่วยเหลือ และออกตัวด้วยระบบ Launch Control เพื่อความเร็วสูงสุด เมื่อถึงจุดยกคันเร่ง (ไม่มีการเบรค) การบังคับเลี้ยวแบบต่อเนื่อง ทำให้ตัวรถมีอาการท้ายปัดเล็กน้อย ต้องอาศัยการควบคุมพวงมาลัยพอสมควร แต่ยังสามารถควบคุมตัวรถได้อยู่ เสริมการช่วยเหลือด้วยระบบขับเคลื่อน และระบบรองรับประสิทธิภาพดี สามารถผ่านอุปสรรคได้อย่างราบรื่น

 

52700572_2243749489024778_1656756172411109376_o

52651770_2243759739023753_695046371304013824_o

 

  1. สถานี Handling
  • รถที่ใช้ Porsche 911 GT3 กำลังสูงสุด 500 แรงม้า : ราคา 18,400,000 บาท , 718 Cayman GTS กำลังสูงสุด 365 แรงม้า : ราคา 8,400,000 บาท , Panamera GTS กำลังสูงสุด 460 แรงม้า : ราคา – (สอบถามผู้จัดจำหน่าย) , Macan S กำลังสูงสุด 340 แรงม้า : ราคา 6,100,000 บาท

กิจกรรมดำเนินมาถึงสถานีสุดท้าย กับการขับขี่ท่ามกลางหลากหลายเส้นทางโค้ง โดยมีผู้ฝึกสอนขับขี่ Cayenne Turbo นำหน้า เพื่อความเร็วที่เหมาะสม และความปลอดภัยโดยรวม กับรถสปอร์ทจำนวน 4 คัน เราเริ่มด้วย 911 GT3 สปอร์ทกลิ่นอายตัวแข่ง ปรับแต่งมาเพื่อการขับขี่แบบเน้นสมรรถนะ ไม่มีโหมดขับเคลื่อนอื่นใด ตัวรถตอบสนองคันเร่งไวมาก รอบเครื่องยนต์สูง อัตราเร่งเร้าใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ ความหนึบแน่นที่ยอดเยี่ยม เข้าโค้งได้สนุก ดุดันในทางตรง สมเป็นรุ่น GT3

 

52392563_2243751372357923_620855200722190336_o

 

คันถัดมาถือว่าเปลี่ยนอารมณ์การขับขี่โดยสิ้นเชิง เราได้เปลี่ยนมาขับ Macan S ครอสส์โอเวอร์ขนาดเล็ก รูปทรงปราดเปรียว พละกำลังพอตัว แต่การขับขี่ตามกันเป็นขบวน กลับไม่น้อยหน้าบรรดาตัวแรงที่อยู่ด้านหน้า (รถคันนี้อยู่ในลำดับหลังสุดของขบวน) การเข้าโค้งอาจเป็นรองบรรดาสปอร์ทพันธุ์แท้ แต่ถือว่าหนึบแน่น ไว้ใจได้ ในแง่ของการเป็นครอสส์โอเวอร์สไตล์เอสยูวี จุดได้เปรียบ คือ พื้นที่ใช้สอย และห้องโดยสารที่โปร่งโล่งยิ่งกว่า

 

52341846_2243784475687946_7615965687214768128_o

 

ต่อกันเลย กับ Panamera GTS สปอร์ทซีดาน มาดเข้ม อัตราเร่งดุดัน อารมณ์การขับขี่จะแตกต่างจากรุ่นพลัก-อิน ไฮบริดที่เน้นความสะดวกสบาย ในรุ่น GTS จะมีความหนึบแน่นมากกว่า ขุมพลังเทอร์โบ ไร้อาการรอรอบขณะกดคันเร่งออกจากโค้ง พวงมาลัยมีน้ำหนักค่อนข้างมาก แม้จะปรับโหมดการขับขีได้หลากหลายก็ตาม (เราขับด้วยโหมด Sport+) โดยรวมแล้วเป็นซีดานทีได้ทั้งความหรูหรา และการขับขี่แบบสปอร์ทเต็มเม็ดเต็มหน่วย

 

52422262_2241406276177505_599485273113362432_n

 

ปิดท้ายที่ Porsche Cayman GTS สปอร์ทหลังคาแข็ง เครื่องยนต์วางกลางลำ ตัวเล็ก คล่องแคล่ว พละกำลังเหมาะสมกับขนาดตัว จุดเด่น คือ ความคล่องแคล่ว และหนึบแน่น การเข้าโค้งบางช่วงไม่ต้องใช้เบรคมากเท่าสปอร์ทรุ่นใหญ่ อาศัยการยกคันเร่งก็สามารถทะยานผ่านโค้งได้อย่างเร้าใจ เหมาะสมกับบุคลิกของตัวรถเป็นอย่างดี

 

52020603_2243750099024717_2514261627306508288_o

 

หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม เราได้สัมผัสถึงตัวตนของ Porsche มากมายหลายรุ่น อารมณ์ความสปอร์ท คือ DNA ที่ถูกปลูกฝังอยู่ในสปอร์ทหลากหลายสไตล์ พละกำลังหลายระดับ ภายใต้ระบบเด่น นั่นคือ PSM : Porsche Stability Management ช่วยให้การควบคุมสปอร์ทแต่รุ่น ทำได้อยู่มือ มั่นคง และปลอดภัย รองรับสมรรถนะได้อยู่หมัด ขณะที่ตัวถังซีดาน หรือ เอสยูวี ก็ไม่ลืมเรื่องความหรูหรา สะดวกสบาย ที่ผสมผสานอย่างลงตัวเช่นกัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีให้สัมผัสในงาน Porsche World Roadshow 2019

 

52592599_2524694937601753_5609420815507390464_n

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : AAS Auto Service



------------------------------
เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์ poukhem@imc.co.th
คอลัมน์ Online : ทดลองขับ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/RnsC1
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 12:15 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
18 Jul 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th