บทความ

ทดลองขับ Honda Civic รุ่น RS ดูดี เครื่องแรง ยังไม่พอ.. ระบบความปลอดภัยต้องจัดเต็มด้วย !


 

หลังจากเปิดตัวไปได้ไม่นานในงาน Motor Expo 2018 ทาง Honda จัดทริพทดลองขับ กับ Civic รุ่นปรับโฉมล่าสุด โดยรุ่นทอพ RS เสริมจุดเด่นด้วยระบบความปลอดภัย Honda Sensing เป็นครั้งแรกในรถอนุกรมนี้ เรามารีวิวผ่านการขับขี่บนถนนจริงกัน

 

DSC_1511

DSC_1676

 

รูปทรงเดิมๆ เพิ่มเติมความลงตัว

Honda Civic กับการปรับโฉมล่าสุด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก จุดที่พอจะมองเห็นได้ชัดเจน คือ รูปทรงของกันชนหน้า ส่วนขอบด้านบนบริเวณไฟตัดหมอก (รุ่นทอพเป็นสีดำ ส่วนรุ่นอื่นจะเป็นโครเมียม) ล้อแมกสีดำลายใหม่สำหรับรุ่น RS ขณะที่กันชนท้ายมีการเพิ่มขอบด้านล่างเข้ามา และเสาวิทยุรูปทรงครีบฉลาม

 

DSC_1711

DSC_1630

DSC_1374

 

เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 173 แรงม้า

อีกหนึ่งสิ่งที่ยังคงเหมือนเดิม คือ รุ่นทอพ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รตน. แรงบิดสูงสุด 22.4 กก.-ม. ที่ 1,700-5,500 รตน. เกียร์อัตโนมัติแปรผัน (มีแพดเดิล ชิฟท์) อัตราเร่งทำได้ดี เร่งแซงได้ทันใจ การส่งกำลังทำได้ต่อเนื่อง เทอร์โบไม่มีอาการรอรอบ มีจังหวะการทำงานเข้ากับเกียร์อัตโนมัติแปรผัน เพิ่มความสปอร์ทด้วยแพดเดิล ชิฟท์ หากใช้ความเร็วต่ำ มีการประหยัดเชื้อเพลิงที่น่าพอใจ เนื่องจากเครื่องที่ใช้มีขนาดเล็ก ตามสมัยนิยม

 

DSC_1379

DSC_1683

 

ทดลอง Honda Sensing กับการใช้งานจริง

จุดเด่นของ Honda Civic โฉมล่าสุด คือ การติดตั้งระบบความปลอดภัยที่มีชื่อว่า Honda Sensing โดยก่อนหน้านี้มีการติดตั้งในซีดานรุ่นพี่อย่าง Accord เท่านั้น ในการทดลองขับครั้งนี้เราได้มีโอกาสทดลองใช้งานระบบความปลอดภัยดังกล่าว ภายใต้สภาวะการขับขี่บนถนนจริง ..มาดูกัน

 

DSC_6794

DSC_6707

 

ทริพทดลองขับครั้งนี้ใช้เส้นทาง ถ.มิตรภาพ มุ่งหน้า เขาใหญ่ ระหว่างเส้นทางเราเปิดใช้ระบบครูส คอนทโรล แบบแปรผันความเร็วตามรถยนต์คันหน้า ปุ่มใช้งานจะอยู่บริเวณฝั่งขวาของพวงมาลัย ทำงานที่ความเร็วประมาณ 30 กม./ชม. ขึ้นไป ผู้ขับสามารถเพิ่ม/ลดความเร็วได้ตามต้องการ พร้อมกับการปรับระยะห่างจากรถยนต์คันหน้าได้ด้วย (มี 3 ระดับ ใกล้ กลาง และไกล คำนวณตามความเร็วที่ใช้) การทดลองขับช่วงความเร็ว 80-90 กม./ชม. ระยะใกล้สุดของระบบ จะห่างจากรถคันหน้าประมาณ 2-3 ช่วงรถ

 

DSC_0875

 

หลังจากปรับแต่งตามต้องการแล้ว ที่เหลือก็เป็นการทำงานของระบบดังกล่าว เมื่อแล่นเข้าใกล้รถยนต์คันหน้า (ที่มีความเร็วน้อยกว่าเรา) ระบบจะชะลอความเร็วลงอย่างนุ่มนวล และแล่นตามความเร็วของรถคันหน้า โดยแสดงผลความเร็วบนจอดิจิทอลกึ่งกลางมาตรวัด เราสังเกตว่าตัวรถสามารถแล่นได้ดี ความเร็วคงที่พอดีกับรถคันหน้า แล่นตามกันได้เป็นระยะทางไกล เมื่อคันหน้าชะลอความเร็ว ตัวรถ Civic จะทำการเบรคโดยอัตโนมัติ เพื่อชะลอความเร็ว (ไฟเบรคยังคงทำงานตามปกติ) การเบรคยังคงทำได้อย่างนุ่มนวลเช่นกัน สามารถทดแทนการขับขี่จริงได้อย่างยอดเยี่ยม โดยที่ผู้ขับแทบไม่ต้องควบคุมแป้นเบรค/คันเร่งแม้แต่น้อย แต่ยังต้องมีสมาธิกับการควบคุมพวงมาลัย และการจราจรบนท้องถนนอยู่

 

DSC_6673

 

ในกรณีที่รถคันหน้าหยุดสนิทสักระยะหนึ่ง (เช่น การจอดที่แยกสัญญาณไฟจราจร) ระบบจะยังคงทำงานอยู่ แต่จะไม่เคลื่อนรถออกตัวตามรถคันหน้าทันที ผู้ขับต้องกดคันเร่งเล็กน้อย จนความเร็วขึ้นมาอยู่ในระดับที่ระบบพร้อมจะแปรผันโดยอัตโนมัติต่อไป จากนั้นรถจะแล่นตามโดยอัตโนมัติต่อไป คาดว่าลักษณะการทำงานเช่นนี้เพื่อความปลอดภัย ในกรณีที่ผู้ขับจอดรถจริงๆ

 

DSC_1330

 

โดยรวมแล้ว เรามีความรู้สึกว่า ระบบแปรผันความเร็วใน Honda Civic โฉมล่าสุด (รุ่นทอพ RS) มีการทำงานที่ยืดหยุ่นดีมาก ทั้งการใช้ความเร็วคงที่ หรือแม้กระทั่งช่วงความเร็วต่ำ กระทั่งรถหยุดสนิท ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายขณะขับขี่ รวมถึงความปลอดภัยขณะขับขี่บนท้องถนน โดยเฉพาะทางไกล แต่ไม่ควรใช้งานท่ามกลางสภาพการจราจรหนาแน่นมากๆ

 

DSC_6682

 

จุดสังเกตที่ผู้ขับต้องระวัง คือ แม้จะขับขี่ภายใต้ระบบความปลอดภัยดังกล่าว ผู้ขับต้องมีสมาธิบนท้องถนนไม่เปลี่ยนแปลง เผื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด นอกจากนี้ต้องระวังขณะเข้าโค้ง เนื่องจากระบบจะตรวจจับรถยนต์คันหน้า ในทางโค้งที่รถคันหน้าเบี่ยงออกไปจากด้านหน้า ระบบจะทำการเพิ่มความเร็วขึ้นมา จุดนี้ต้องระวังเล็กน้อย และสภาพการจราจรที่หนาแน่น อาจมีรถมอเตอร์ไซค์แล่นอยู่ด้านข้างของเลน หากระบบไม่ตรวจพบ ผู้ขับควรชะลอความเร็วด้วยตัวเองไว้ก่อน (เป็นกรณีที่ไม่พบบ่อยนัก แต่เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น)

 

DSC_0909

 

เพิ่มเติมระบบเตือนการเปลี่ยนเลนโดยไม่เจตนา

นอกเหนือจากระบบครูส คอนทโรลแบบแปรผันความเร็วแล้ว ระบบ Honda Sensing ยังมีระบบเตือนการเปลี่ยนเลนโดยไม่เจตนา พร้อมการควบคุมทิศทางพวงมาลัยให้อยู่ในเลน การเตือนจะใช้การแสดงผลบนจอภาพดิจิทอลกึ่งกลางมาตรวัด มองเห็นชัดเจน นอกจากนี้ยังควบคุมทิศทางพวงมาลัย ให้ตัวรถกลับเข้ามาอยู่กึ่งกลางเลนด้วย การควบคุมทิศทางของพวงมาลัยจะไม่รุนแรงนัก ผู้ขับยังสามารถฝืนแรงได้อยู่ (เพื่อการทดลองขับเท่านั้น) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในกรณีที่ตัวรถเคลื่อนออกนอกเลนโดยไม่เจตนาได้ดี รวมถึงการออกนอกแนวถนนโดยไม่เจตนาเช่นกัน

 

DSC_1025

 

อย่างไรก็ตาม เราพบว่าระบบ Honda Sensing ใน Civic รุ่นล่าสุด ไม่มีระบบเตือนจุดบอดสายตาด้านข้างจากรถที่แล่นมาทางด้านหลัง แต่ยังคงมีระบบกล้องมองภาพด้านข้างทางฝั่งซ้ายให้ใช้งานเท่านั้น (เป็นระบบที่มีใช้งานในรถยนต์ Honda หลายรุ่นแล้ว) แต่เราคิดว่า ระบบตรวจจับจุดบอดจากด้านหลัง ทั้งฝั่งซ้าย และขวา จะมีความจำเป็นยิ่งกว่า

 

DSC_1630

 

อีกหนึ่งระบบที่ติดตั้งเข้ามา แต่เราไม่มีโอกาสได้ลอง เนื่องจากเป็นการขับขี่ในเวลากลางวัน นั่นคือ ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบสภาวะรอบคัน หากไม่มีรถยนต์คันหน้า หรือรถที่แล่นสวนทาง ไฟหน้าจะปรับการส่องสว่างเป็นไฟสูงอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบรถยนต์ที่อยู่ในระยะใกล้ ระบบจะปรับให้เป็นไฟปกติโดยอัตโนมัติ (มีติดตั้งในรุ่นทอพ RS เท่านั้น)

 

ห้องโดยสารอารมณ์สปอร์ท

รูปแบบการตกแต่งของ Civic โฉมล่าสุด ในรุ่น RS มีจุดเปลี่ยนแปลง คือ รูปทรงของคอนโซลหน้าบริเวณผู้โดยสารข้างคนขับ มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เบาะนั่งคู่หน้ามีรูปทรงรองรับสรีระได้ดีขึ้น มีการตกแต่งเน้นความสปอร์ทกว่าเดิม ด้วยการเดินด้ายสีแดง รวมถึงการออกแบบของแผงประตูด้านใน นอกจากนี้หน้าจอของระบบเครื่องเสียงถูกออกแบบให้มีสีสัน และการจัดวางที่ลงตัวขึ้น

 

DSC_1300

DSC_1311

 

ระหว่างการขับขี่ เราพบว่า Honda Civic รุ่นนี้ มีตำแหน่งของเบาะนั่งค่อนข้างต่ำ เข้ากับรูปทรงของตัวรถที่มีความปราดเปรียว แต่ทัศนวิสัยโดยรวมยังน่าพอใจ มองเห็นได้ชัดเจน เบาะทุกตำแหน่งกว้างขวาง นั่งได้สบาย คอนโซลหน้าค่อนข้างหนา มีช่องเก็บของมากมาย แต่พลักไฟ และช่อง USB กลับซ่อนอยู่ด้านล่างคอนโซล ใช้งานไม่สะดวกเท่าใดนัก

 

DSC_1358

 

สรุป: ตัวทอพที่ครบเครื่องทั้งความแรง และความปลอดภัย

Honda Civic กับรุ่นทอพ RS จัดเป็นอีกหนึ่งนิยามที่เหมาะสมกับความเป็น “ตัวทอพ” นอกเหนือจากเครื่องยนต์เน้นสมรรถนะแล้ว ยังจัดเต็มได้แง่ของระบบความปลอดภัยที่ครบเครื่องของ Honda Sensing (หากเป็นไปได้ เราอยากเห็นระบบความปลอดภัยดังกล่าวติดตั้งในรถยนต์รุ่นอื่นๆ ของ Honda) ให้ความมั่นใจขณะขับขี่บนท้องถนน ตอบสนองรูปแบบการขับขี่ได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้รถรุ่นนี้มีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมกว่าเดิม ทั้งในแง่ของความแรง และความปลอดภัยในหนึ่งเดียว

 

DSC_1719

  • ขอขอบคุณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับทริพทดลองขับครั้งนี้

 

ราคาของ Honda Civic โฉมล่าสุด

  • รุ่น RS : 1,219,000 บาท
  • รุ่น Turbo : 1,104,000 บาท
  • รุ่น 1.8 EL : 964,000 บาท
  • รุ่น 1.8 E : 874,000 บาท

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Honda Civic



------------------------------
เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์ poukhem@imc.co.th
คอลัมน์ Online : ทดลองขับ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/MdEry
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 16:53 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
21 Oct 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th