ธุรกิจ

กรมการขนส่งทางบก เตือน ใช้อุปกรณ์รบกวนหรือตัดสัญญาณ GPS มีความผิด


กรมการขนส่งทางบก เตือน การใช้อุปกรณ์รบกวนหรือตัดสัญญาณ GPS มีความผิดตามกฎหมาย ผู้ขับรถปรับสูงสุดและพักใช้ใบอนุญาตขับรถทันที ส่วนผู้ประกอบการขนส่ง อาจพิจารณาพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ย้ำ !!! ติดตามข้อมูลของรถโดยสารและรถบรรทุกที่ติดตั้ง GPS ทุกคัน หากพบความผิดแจ้งความดำเนินคดีถึงที่สุดทุกราย

กมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบก ได้ประกาศกำหนดให้รถโดยสารและรถบรรทุกต้องติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ (GPS) เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลจากการใช้รถ มายังศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ได้แบบเรียลไทม์ เพื่อควบคุมกำกับดูแลผู้ขับรถให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ได้มีการตรวจสอบพบรายงานข้อมูลการเดินรถที่ผิดปกติ เช่น รถมีการเคลื่อนที่แต่มีอัตราความเร็วเป็นศูนย์ พิกัดตำแหน่งของรถไม่ถูกต้อง ซึ่งเกิดจากผู้ประกอบการขนส่งหรือผู้ขับรถบางราย หลบเลี่ยงการส่งข้อมูลการใช้รถ โดยใช้อุปกรณ์ หรือเครื่องรบกวนสัญญาณ หรือตัดสัญญาณ GPS ทำให้ข้อมูล พิกัด ตำแหน่งเคลื่อนที่ของรถไม่สามารถส่งข้อมูลมายังศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ซึ่งการกระทำดังกล่าว มีความผิดตามกฎหมายทั้งผู้ขายและผู้ใช้ ดังนี้ ผู้ขับรถมีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่ง ไม่ใช้เครื่องอุปกรณ์ และส่วนควบของรถตามที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 102 (4) ประกอบมาตรา 127 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก 2522 และนำอุปกรณ์ หรือเครื่องรบกวนสัญญาณ หรือตัดสัญญาณ GPS ที่ยึดไว้พร้อมผู้ขับรถที่กระทำความผิดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม 2558 มาตรา 6 และมาตรา 23 ส่วนผู้ประกอบการขนส่งมีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่ง ไม่จัดทำรายงานข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการขนส่ง และไม่ควบคุมกำกับดูแลให้ผู้ขับรถใช้เครื่องอุปกรณ์ และส่วนควบของรถตามที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 36 ประกอบกับมาตรา 131 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก 2522 และอาจพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งอีกด้วย นอกจากนี้ หากพบความเกี่ยวข้องกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งหรือผู้ให้บริการระบบติดตามรถ (Vendor) ให้ดำเนินการตามกฎหมายทุกกรณี

นอกจากนี้ จากการประสานข้อมูลกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  พบว่าอุปกรณ์หรือเครื่องตัดสัญญาณดังกล่าว จัดเป็นอุปกรณ์ที่ต้องห้ามมิให้ผู้ใดทำมีไว้นำเข้านำออกหรือจำหน่าย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม 2558 กรมการขนส่งทางบกจะเร่งรวบรวมหลักฐานที่มีผู้ขายผู้โฆษณาอุปกรณ์ดังกล่าวในทุกช่องทาง รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลของรถในระบบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายทันที เพื่อให้มาตรการด้านความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบกเกิดผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับความคุ้มครองด้านความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยสังคมสาธารณะมีส่วนร่วมในการส่งข้อมูล แจ้งเบาะแส หรือติดตามรถโดยสารสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS ตลอด 24 ชั่วโมง



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/jGnBP
วันที่เผยแพร่ : วันจันทร์ ที่ 28 มกราคม 2562 เวลา 13:00 นาฬิกา
เพิ่มเพื่อน