บทความ

คอนทิเนนทัล โชว์เทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะในงาน TechRide


คอนทิเนนทัล ผู้พัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับผู้ใช้ยานยนต์ ได้จัดงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ “Thailand TechRide” เป็นครั้งแรก ณ สนามมอเตอร์สปอร์ทพาร์ค ในวันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ คอนทิเนนทัล ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะมากมายมานำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีระบบขับขี่อัตโนมัติ (Automated Driving) ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver Assistance Systems) และระบบข้อมูลและความบันเทิงภายในยานยนต์ (Infotainment System) ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้การขับขี่ปลอดภัย ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ สะดวกสบาย รวมถึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์มีการเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของผู้บริโภคจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นความต้องการทางด้านความปลอดภัย เทคโนโลยีสะอาดที่ช่วยลดการปล่อยแกสเรือนกระจก หรือระบบการเชื่อมต่อที่ล้ำสมัย เพเทร์ รางเคิล ประธาน คอนทิเนนทัล ออโทโมทีฟ อาเซียน กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของเรา คือ การตอบสนองความต้องการที่จำเป็นเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ เพื่อปกป้องชีวิตมนุษย์และอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่บนโลกให้ยั่งยืนที่สุด รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับผู้ใช้ยานยนต์ให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ส่วนประเทศไทยนั้นอัตราการเกิดอุบัติเหตุและจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนยังคงเป็นปัญหาสำคัญ คอนทิเนนทัล จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety) และระบบป้องกันภัยเมื่อเกิดเหตุ (Passive Safety) ที่ช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างมาก

“ในครั้งนี้ คอนทิเนนทัล ได้จัดงาน Thailand TechRide เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์และมุมมองทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมรอบด้าน พร้อมทั้งร่วมทดลองขับขี่ยานยนต์ทดสอบที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีและชิ้นส่วนยานยนต์จาก คอนทิเนนทัล นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานสามารถสอบถามและแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ที่มาจาก 3 กลุ่มธุรกิจด้วยกัน คือ กลุ่มธุรกิจช่วงล่างและความปลอดภัย กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์ภายในรถยนต์ และกลุ่มธุรกิจระบบขับเคลื่อน”

โดยทางกลุ่มธุรกิจช่วงล่างและความปลอดภัยนั้นได้นำชิ้นส่วนยานยนต์ต่างๆ มากมายมานำเสนอภายในงานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety) ระบบป้องกันภัยเมื่อเกิดเหตุ (Passive Safety) และเทคโนโลยีระบบขับขี่อัตโนมัติซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์มีตั้งแต่ระบบเบรคอีเลคทรอนิค และระบบเบรคไฮดรอลิค ระบบควบคุมช่วงล่างจนถึงเซนเซอร์ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง รวมถึงถุงลมอีเลคทรอนิคส์ และระบบเซนเซอร์ของถุงลมนิรภัย โดยผลิตภัณฑ์หลักในงานครั้งนี้ก็จะมีระบบเบรคมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake หรือ EPB) สำหรับยานยนต์ขนาดเล็กที่ใช้ดุมเบรค ซึ่งข้อดีของผลิตภัณฑ์นี้สำหรับผู้ผลิตยานยนต์ คือ การลดต้นทุน น้ำหนัก และขนาดของรถยนต์นั่นเอง ต่อมาก็จะเป็นระบบเบรค (Integrated Brake System MK C1) สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง เซนเซอร์เรดาร์ระยะไกล (Long Range Radar) สำหรับสนับสนุนระบบช่วยเบรคฉุกเฉินขณะขับขี่ยานยนต์ผ่านสี่แยกหรือทางม้าลาย ซึ่งขณะเดียวกันก็สามารถตรวจจับรถจักรยานยนต์และผู้ขี่รถจักรยานด้วยเช่นกัน และเทคโนโลยีด้านการสื่อสารสำหรับส่งผ่านข้อมูลจากยานพาหนะไปยังสิ่งต่างๆ (Vehicle to Everything หรือ V2X) อาทิ ระหว่างยานยนต์ด้วยกันเอง โครงสร้างพื้นฐาน หรือจะเป็นผู้ใช้ถนนก็สามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์ล่วงหน้าที่อาจเป็นอันตรายได้

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์ภายในรถยนต์ยังนำเสนอโซลูชันด้านการจัดการข้อมูลภายในยานยนต์เพื่อให้ยานพาหนะในอนาคตมีการใช้งานง่าย สะดวกสบาย ปลอดภัย และมีความอัจฉริยะยิ่งขึ้น ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์ประเภทต่างๆ เช่น เรือนไมล์  (Instrument Cluster) ระบบข้อมูลและความบันเทิงภายในยานยนต์ (Infotainment System) แผงควบคุมอุณหภูมิสำหรับเครื่องปรับอากาศ (Control Panel) รวมทั้งการบริการและโซลูชันสำหรับระบบเทเลเมทิคส์ และระบบขนส่งอัจฉริยะ ซึ่ง Key as a Service หรือ KaaS หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นำมาแสดงในงานครั้งนี้ สิ่งนี้เป็นเสมือนกุญแจที่ผู้ขับสามารถเปิด/ปิดประตูยานยนต์ผ่านทางสมาร์ทโฟนโดยการดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน ซึ่งเป็นโซลูชันที่เหมาะมากสำหรับครอบครัว หรือกลุ่มธุรกิจบริการยานยนต์ให้เช่า รวมถึงเรือนไมล์ดิจิทัล (Full Digital Instrument Cluster) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยานยนต์เชิงพาณิชย์ด้วยระบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่กับยานยนต์

สำหรับกลุ่มธุรกิจระบบขับเคลื่อนก็มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยียานยนต์ระบบไฟฟ้า และโซลูชันในการควบคุมมลพิษทางอากาศเพื่อสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ผลิตภัณฑ์ที่นำมาแสดงจะเป็นระบบไฮบริด (48V Mild Hybrid system) สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล และเบนซิน เพื่อลดการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ ระบบคันเร่งไฟฟ้ารุ่นล่าสุด (Electronic Throttle Control หรือ ETC) เพื่อเพิ่มการควบคุมแรงบิดของมอเตอร์ให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้นสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน รวมถึงเครื่องยนต์ที่ใช้แกสธรรมชาติซีเอนจี (CNG) แอลพีจี (LPG) และแกสโซฮอล นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอัจฉริยะเซนเซอร์วัดระดับแกสไนโตรเจนออกไซด์ (Smart NOx Sensor) เพื่อวิเคราะห์การทำงานของระบบ SCR ในการลดการปล่อยแกสไนโตรเจนออกไซด์

 



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/CRs6g
วันที่เผยแพร่ : วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม 2561 เวลา 13:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
27 Mar 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,180,000
2.
970,000
3.
22,500,000
4.
5,499,000
5.
2,490,000
6.
1,500,000
7.
5,099,000
9.
2,379,000
10.
3,999,000
11.
16,900,000
12.
689,000
14.
655,000
15.
1,350,000
16.
5,350,000
17.
8,999,000
18.
1,550,000
20.
6,990,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th