บทความ

มิเชอแลง ต้อนรับการแข่ง MotoGP ในประเทศไทย


มิเชอแลง และ MotoGP ร่วมมือกันจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์กรองด์ปรีซ์ ระดับโลกขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในขณะที่ทางฝั่งสนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นสนามแข่งขัน ก็มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดสนามต้อนรับ PTT Thailand Grand Prix อย่างเต็มรูปแบบ

มิเชอแลง มุ่งหน้าสู่สนามแข่งขันระยะทางยาว 4,554 เมตร พร้อมกับล้อยางที่ได้ทำการคัดสรรมาอย่างดีหลังจากที่มีการทดสอบ ก่อนจะเปิดฤดูกาลแข่งขันในสนามแห่งนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยการทดสอบก่อนเปิดการแข่งขันนี้ทำให้ มิเชอแลง ได้เรียนรู้สภาพของสนามและจากข้อมูลที่ได้รับ ยางมิเชอแลง เพาเวอร์ สลิค (Michelin Power Slick) ได้รับเลือกสำหรับใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ บุรีรัมย์ เป็นสถานที่จัดใหม่และจากข้อมูลที่เปรียบเทียบในการทดสอบ ทำให้มีการตัดสินใจเลือกใช้ยางล้อหลังแบบที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ต่อสู้กับความร้อนโดยเฉพาะ สำหรับการไปเยือนสนามนี้เป็นครั้งแรกนั้น มิเชอแลง ได้นำยางล้อหลังไปให้เลือก 4 แบบ โดยหวังว่าจะช่วยให้นักขี่และทีมทั้งหมดสามารถดึง ขุมพลัง” จากรถจักรยานยนต์ของพวกเขาออกมาได้อย่างเต็มศักยภาพมากที่สุด ยางที่นำไปมีทั้งแบบ Soft 1 รุ่น แบบ Medium 2 รุ่น และแบบ Hard อีก 1 รุ่น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นยางแบบไม่สมมาตร โดยมีด้านขวาที่แข็งกว่าเพื่อให้เหมาะกับเลย์เอาท์ของสนามที่มีโค้งขวาถึง 7 โค้ง ในขณะที่มีโค้งซ้ายอยู่เพียง 5 โค้ง สำหรับยางล้อหน้า มิเชอแลง ได้เลือกนำยางแบบสมมาตรไป 3 แบบ คือ แบบ Soft, Medium และ Hard  

สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท เปิดให้บริการในปี 2014 และถูกใช้เป็นสถานที่จัดซูเพอร์ไบค์ เวิร์ลด์ แชมเพียนชิพ (World SBK) มาตั้งแต่ปี 2015 ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นนับว่าทันสมัยมาก และมีอัฒจันทร์กแรนด์สแตนด์รอบสนาม ที่จะช่วยให้แฟนๆ มากกว่า 100,000 คน ที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาชม สามารถมองเห็นการแข่งขันได้อย่างชัดเจน สำหรับสภาพอากาศในประเทศไทยในช่วงเดือนตุลาคมนั้นมีความไม่แน่นอนเพราะยังอยู่ในฤดูมรสุม ซึ่งสภาพอากาศที่เปียกชื้นก็อาจส่งผลกระทบกับการแข่งขันอย่างมาก มิเชอแลง เองคำนึงถึงปัจจัยสำคัญอันนี้ด้วย ดังนั้น ยางมิเชอแลง เพาเวอร์ เรน (Michelin Power Rain) ก็อาจจะมีโอกาสถูกนำออกมาใช้ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีทั้งยางหน้าแบบ Soft และแบบ Medium และยางหลังแบบ Medium ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นยางแบบสมมาตร จะมีแค่ยางล้อหลังแบบ Soft เท่านั้นที่มีหน้ายางแบบไม่สมมาตร โดยมีด้านขวาที่แข็งกว่าเหมือนกับยางประเภท สลิค (Slick)

MotoGP จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงสุดสัปดาห์ ด้วยการแข่งขันแบบการฝึกซ้อมจำนวน 2 รอบ ที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ ซึ่งในส่วนของแพดดอคทั้งหมดของสนาม จะมีบรรยากาศครึกครื้นเต็มที่ สำหรับตารางการแข่งขันในวันเสาร์จะมีช่วงซ้อมอีก 2 รอบ ก่อนที่จะใช้เวลาที่ทำได้มาตัดสินตำแหน่งกริดสตาร์ทของวันจริง มิเชอแลง และบรรดาผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดจะลงสนามแข่งจริงในวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม และครั้งนี้เป็นครั้งแรกในปฏิทินการแข่งขันที่จะเริ่มแข่งกันในเวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (08.00 hrs CEST, 07.00 hrs BST และ 06.00 UTC) ซึ่งจะเป็นเวลาที่การแข่งขันจำนวน 26 รอบสนามจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

ปิเอโร ทารามัสโซ ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ท ผลิตภัณฑ์ 2 ล้อ ของ มิเชอแลง กล่าวว่า เรามีการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลแข่งขันที่จังหวัดบุรีรัมย์ และได้รับข้อมูลที่สำคัญมากๆ โดยเราได้นำยางล้อหลังซึ่งได้รับการออกแบบเฉพาะสำหรับทแรคนี้ไปใช้ทดสอบเหมือนกับที่เราเคยทำที่ออสเตรีย และออสเตรเลีย เนื่องจากสนามแห่งนี้มีความแตกต่างจากสนามอื่นๆ และต้องการยางชนิดพิเศษ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่จริงๆ และเพิ่งมีการตัดสินใจหลังจากที่มีการทดสอบไป แต่ก่อนหน้านั้นเราได้เลือกยางที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ ซึ่งเราได้เลือกนำยางแบบ Medium 2 ชนิดไปลองว่าแบบไหนจะเหมาะกับทแรคมากที่สุด และจะได้นำมาช่วยประกอบการตัดสินใจในปีหน้าด้วย และเพื่อให้นักแข่งทั้งหมดได้มีตัวเลือกของยางที่ดีที่สุด เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่ของพวกเขา แต่ทั้งนี้แผนทั้งหมดสำหรับสนามแห้งคงจะใช้ไม่ได้แล้ว เพราะว่าเป็นฤดูมรสุมในประเทศไทย และก็มีโอกาสที่ฝนจะตกด้วย เราหวังว่าจะไม่ แต่ถ้าเกิดมันเป็นอย่างนั้น เราก็ยังมียางมิเชอแลง เพาเวอร์ เรน ซึ่งน่าจะเหมาะกับสภาพอากาศมากกว่า เราตั้งตารอการมาเยือนประเทศไทยของ MotoGP เป็นครั้งแรกนี้มาก และหวังว่าจะมีคนเข้ามาดูกันเยอะๆ เราก็อยากจะทำให้พวกเขาได้ดูการแข่งขันที่ดีที่สุด และมิเชอแลง เองก็จะมีส่วนสำคัญกับงานนี้อย่างแน่นอน

 



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/LnPDp
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 5 ตุลาคม 2561 เวลา 09:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th