บทความ

กรมการขนส่งทางบก พร้อมเสริมรถโดยสารทุกเส้นทาง


กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) พร้อมเสริมรถโดยสารจากทุกเส้นทางรองรับหากมีการหยุดวิ่งให้บริการ ยืนยันกำหนดอายุการใช้งานรถตู้โดยสารประจำทางไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก เหมาะสมเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือเปลี่ยนรถโดยสารขนาดเล็กมาตรฐานความปลอดภัย

เชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ พันเอกสมบัติ ธัญญะวัน รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์, จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และคมสัน โชติประดิษฐ์ รองผู้อำนวยการเดินรถเอกชนร่วมบริการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อเตรียมมาตรการรองรับกรณีที่มีการหยุดวิ่งของรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการสาธารณะเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งสามารถใช้อำนาจตามมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ. 2522 เพื่อสั่งเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินรถ เวลา และจำนวนเที่ยวของการเดินรถ หรือให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งนำรถที่ตนได้รับอนุญาตไปช่วยเหลือเป็นการชั่วคราวตามควรแก่กรณี 

ทั้งนี้ นโยบายการกำหนดอายุการใช้งานรถตู้โดยสารประจำทางไม่เกิน 10 ปีนั้น เป็นไปตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ครั้งที่ 8/2551 เมื่อวันที่ พฤษภาคม 2551 ซึ่งมีผลใช้บังคับตามกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย รักษามาตรฐานคุณภาพการให้บริการ สำหรับประเด็นที่มีผู้เรียกร้องให้พิจารณาขยายอายุการใช้งานรถตู้โดยสารนั้น กรมการขนส่งทางบกได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ครั้งที่ 7/2561 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้มีการผ่อนผันให้รถตู้โดยสารประจำทางหมวด 2 ที่ครบอายุการใช้งานแล้ว มีเวลาในการจัดหารถมาทดแทนคันเดิมได้ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 โดยเงื่อนไขต้องเป็นรถมาตรฐาน 2 ที่ไม่ใช่รถตู้โดยสาร มีระบบเบรคแบบ ABS (Anti-lock Brake System) หรือระบบห้ามล้อแบบอื่นที่มีมาตรฐานเท่ากัน หรือสูงกว่า พร้อมติดตั้ง GPS Tracking และอุปกรณ์แสดงผลความเร็ว (Speed Monitor)

ทั้งนี้ จากสถิติจำนวนรถตู้โดยประจำทางทั่วประเทศ ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 16,694 คัน พบว่ารถตู้โดยสารทยอยครบอายุการใช้งานมาตั้งแต่ปี 2559 – 2570 และเฉพาะปี 2561 มีรถตู้โดยสารครบอายุการใช้งานแบ่งเป็นหมวด 1 จำนวน 954 คัน และหมวด 2 จำนวน 379 คัน เท่านั้น โดยผู้ประกอบการสามารถใช้รถโดยสารขนาดเล็กมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดมาให้บริการในเส้นทางได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถสาธารณะของประชาชน ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเริ่มนำรถโดยสารขนาดเล็กมาให้บริการทดแทนรถตู้โดยสารหมวด 2 และหมวด 3 ที่ครบอายุการใช้งานแล้วจำนวนทั้งสิ้น 70 คัน เป็นเส้นทาง หมวด 2 จำนวน 28 คัน และหมวด 3 จำนวน 42 คัน ซึ่งมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยด้วยรถโดยสารขนาดเล็กมาตรฐานความปลอดภัยนั้น 

กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการแบบเป็นขั้นตอน เริ่มทดแทนเฉพาะรถตู้โดยสารที่ครบอายุการใช้งาน (ครบ 10 ปี) ดังนี้ รถตู้โดยสารประจำทาง หมวด 2 ที่วิ่งเส้นทางกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด และรถตู้โดยสารประจำทาง หมวด 3 วิ่งเส้นทางระหว่างจังหวัดกับจังหวัดที่มีจุดจอดรับส่งผู้โดยสารระหว่างทาง เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ส่วนรถตู้โดยสารประจำทาง หมวด 1 ที่วิ่งเส้นทางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หมวด 3 ที่วิ่งเส้นทางระหว่างจังหวัดกับจังหวัดที่ไม่มีจุดจอดรับส่งผู้โดยสารระหว่างทาง และหมวด 4 ที่วิ่งในท้องที่ จะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป และได้มีการสร้างความเข้าใจเพื่อให้เกิดความร่วมมือ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือนร้อน ลดผลกระทบของผู้ประกอบการ มีช่วงเวลาปรับตัว รองรับภาคการผลิตในประเทศ ควบคู่กับการกำหนดมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมเพื่อจูงใจและลดผลกระทบของผู้ประกอบการ สำหรับรถโดยสารขนาดเล็กมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด คือ รถโดยสารขนาดเล็กมาตรฐาน 2 (จ) จำนวนที่นั่งไม่เกิน 20 ที่นั่ง (ที่ไม่ใช่ลักษณะรถตู้) และหรือรถโดยสารมาตรฐาน 2 (ค) จำนวนที่นั่งตั้งแต่ 21-30 ที่นั่ง ต้องมีระบบเบรคแบบ ABS (Anti-lock Brake System) หรือระบบห้ามล้อแบบอื่นที่มีมาตรฐานเท่ากันหรือสูงกว่า พร้อมติดตั้ง GPS Tracking และอุปกรณ์แสดงผลความเร็ว (Speed Monitor)

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บขส.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ภายใต้โครงการ เปลี่ยนรถโดยสารประจำทางขนาดเล็กแทนรถตู้โดยสาร” โดยมีวงเงินกู้ต่อราย 20 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด MRR-1.5 % ต่อปี และสามารถใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มวงเงินแทนการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมทั้งยังให้สินเชื่อเพื่อชำระค่าเบี้ยประกันภัยรถโดยสาร และประกันชีวิต วงเงินกู้โครงการรวม 2,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังได้อำนวยความสะดวกแก้ไขระเบียบการขอจดทะเบียนเป็นรถนั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (ป้ายฟ้า) ให้รถตู้โดยสารที่ปลดระวาง สามารถนำไปจดทะเบียนใช้งานเป็นการส่วนตัวได้โดยสะดวก ทั้งนี้ จะมีการติดตามประเมินผลหลังจากเริ่มใช้รถโดยสารขนาดเล็กในการให้บริการ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มอัตราการใช้บริการของประชาชน พร้อมกันนี้ ได้ว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ศึกษาโครงสร้างต้นทุนการประกอบการและแนวทางอุดหนุนรถโดยสารประจำทางทั้งระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7JjTb
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 26 กันยายน 2561 เวลา 09:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th