แกะกล่องรถใหม่

Ford​ Ranger​ 2018


Ford​ เปิดตัว​ Ranger อย่างเป็นทางการ พร้อมนำเสนอรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยยิ่งขึ้น มอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้น

Raptor_Wildtrak_Cover-Image8Ford​ Ranger​ รถกระบะที่สร้างนิยาม “เกิดมาแกร่ง” รุ่นใหม่นี้ สานต่อศักยภาพและสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ทั้งบนทางเรียบและทางลุย เพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย​

07_WT_4x4_Saberระจังหน้าที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่ายแต่มีมิติที่เด่นชัด และกันชนล่างปรับให้ช่องนำอากาศกว้างขึ้นด้วยดีไซจ์นที่ลงตัว Ford​ Ranger​ Wildtrak และรุ่น​ Limited มาพร้อมไฟเดย์ไลท์ LED และไฟหน้า HID เพื่อทัศนวิสัยที่ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Ford​ Ranger​ ใหม่ แต่ละรุ่นยังมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันชัดเจน ด้วยสีและการตกแต่งที่สื่อถึงลักษณะที่โดดเด่นของแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่พร้อมรองรับทุกงานหนัก เช่น​ Ranger​ XL XLS หรือรุ่น​ Wildtrak​ ที่พร้อมลุยไปทุกที่

10_WT_alloyการตกแต่งเส้นสายด้วยโครเมียมใน​ Ranger​ XLT และ Limited รวมไปถึงการตกแต่งแบบโดดเด่นในรุ่น​ Wildtrak ยังมาพร้อมสีภายนอกใหม่เฉพาะรุ่น คือ​ สีส้มประกายบลอนด์ Saber ซึ่งตัดกันอย่างงดงามกับกระจังหน้าสีเทาเข้ม สปอร์ทบาร์และล้ออัลลอย 18 นิ้ว ยังช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับตัวรถได้เป็นอย่างดี

Car Key on the seat Keyless startingฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่มอบความสะดวกสบายด้วยกุญแจอัจฉริยะ (PEPS) และปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น Limited และรุ่น Wildtrak

WT_interior2ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง​ ตกแต่งในโทนสีดำ พร้อมพื้นผิววัสดุตรงจุดสัมผัสที่ทนทานเพื่อคุณภาพการใช้งานที่ยาวนาน พร้อมเพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งรายละเอียดด้วยโครเมียมและการเดินด้ายสีเงิน​ และสีส้มในรุ่น​ Wildtrak

นอกจากนี้ ยังเพิ่มระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (Active Noise Cancellation) ในรุ่น​ Wildtrak 4×4 อีกด้วย

ระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) รองรับ Apple CarPlay และ Andriod Auto พร้อมบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลล์คัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้งาน Apple Maps และระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียมซึ่งติดตั้งมากับรถเมื่อออกนอกพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ นอกจากนี้ ระบบซิงค์ 3 ยังมาพร้อมระบบจดจำเสียงและระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทยเพื่อการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น

WT_interior1ระบบซิงค์ 3 ยังครอบคลุมไปถึงระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance) ซึ่งจะทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อผ่านบลูทูธภายในรถ เพื่อติดต่อไปยังหมายเลข 1669 ในกรณีเกิดอุบัติเหตุจนถุงลมนิรภัยทำงาน หรือระบบตัดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบช่วยโทรฉุกเฉินนี้จะติดตั้งมากับ​ Ford​ Ranger​ ใหม่ทุกคันที่ใช้ระบบซิงค์ 3

Bi-turbo_EngineFord​ Ranger ใหม่ มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกถึง แบบ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานและความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายยิ่งขึ้น ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ  เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 2.0 ลิตร เทอร์โบ และเครื่องยนต์ดูราทอร์ค ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ ที่ผ่านบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งมาแล้ว

เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ของ Ford ผลิตจากวัสดุและการออกแบบทางวิศวกรรมที่ล้ำสมัย อีกทั้งยังมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ทรงพลังและเปี่ยมประสิทธิภาพ ด้วยระบบคอมมอนเรล หัวฉีดไดเรคท์อินเจคชัน ท่อร่วมไอดี และสายพานไทมิงแบบจุ่มในน้ำมันเครื่อง

สำหรับรุ่น​ Raptor และรุ่น​ Wildtrak 4×4 เครื่องยนต์ดีเซล​ Bi-Turbo ขนาด 2.0 ลิตร 213 แรงม้า ที่ 3,750 รตน.​ ใช้ระบบ Sequentail Turbocharging ที่ผสานการทำงานของเทอร์โบชาร์เจอร์ทั้ง ตัว เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเต็มประสิทธิภาพและมอบสมรรถนะสูงสุด โดยเทอร์โบชาร์เจอร์ตัวแรกเป็นแบบเทอร์โบแปรผัน (Vartiable Turbocharger) จะช่วยเร่งการตอบสนองของคันเร่ง และลดช่วงการรอรอบ ช่วยให้เครื่องยนต์มีแรงบิดและแรงม้าสูงแม้ตอนใช้ความเร็วต่ำ ในขณะที่เทอร์โบชาร์เจอร์ตัวที่ 2 ซึ่งเป็นระบบเทอร์โบ Fixed-geometry จะรับหน้าที่ต่อเพื่อเพิ่มกำลังและความเรียบลื่นให้กับเครื่องยนต์ขณะใช้ความเร็วสูง มาพร้อมแรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,000 รตน. เครื่องยนต์ไบเทอร์โบมอบแรงบิดที่เหนือกว่า และอัตราทดเกียร์ที่แคบลงของเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ จะช่วยเพิ่มพลังและแรงเร่ง ทำให้การไต่เขาที่ลื่นและสูงชันง่ายดายยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน Ford​ Ranger​ Raptor และ​ ​Wildtrak ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ ยังคงสมรรถนะที่เหนือชั้นในการบรรทุกและลากจูงได้สูงสุดถึง 3,500 กก.

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ในรุ่น​ Wildtrak 4×2 และรุ่นใหม่​ Limited​ มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ​ ที่ล้ำหน้าของ Ford มอบกำลังสูงถึง 180 แรงม้า ที่ 3,500 รตน.​และแรงบิด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รตน.​ สำหรับรุ่น Limited ยังมีรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ​ให้เลือกอีกด้วย

Ranger XLS-RAP_True Redส่วนรุ่น XLT XLS และ XL มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ มอบกำลัง 160 แรงม้า ที่​ 3,200 รตน.​ และแรงบิด 385 นิวตัน-เมตร 1,600-2,500 รตน.​ พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ​ และเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ

Ford​ Ranger​ ใหม่ มาพร้อมระบบเตือนการชน (Pre-Collision Assist) ที่ผสานระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) เป็นครั้งแรกในตลาดรถกระบะ ระบบนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะด้านหน้า และจะทำการช่วยเบรคจนหยุดนิ่ง เมื่อระบบพบว่าคนขับไม่สามารถตอบสนองได้ทัน  ช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กม./ชม. ขึ้นไป

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) และระบบแจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกจากเลน (Lane Departure Warning) รวมถึงระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) พร้อมระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ยังคงมีอยู่ใน​ Ford​ Ranger​ ใหม่ เช่นเดิม

เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ซึ่งได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถระดับเดียวกัน ยังรวมถึงระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ (Active Park Assist-APA) ซึ่งช่วยให้การเทียบจอดรถข้างทางเป็นเรื่องง่าย โดยระบบกึ่งอัตโนมัติจะบังคับทิศทางของรถให้เข้าสู่ช่องจอด ผู้ขับขี่เพียงควบคุมคันเร่งหรือเบรคเท่านั้น

09_WILDTRAK-DBL_Saber_tailgateนอกจากนี้ Ford​ Ranger​ รุ่น​ ​Wildtrak และ Limited​ มาพร้อมระบบผ่อนแรงฝากระบะท้าย (Easy Lift Tailgate) ครั้งแรกในตลาดรถกระบะ ด้วยกลไกซึ่งช่วยผ่อนแรงของผู้ใช้ลง 70 % ช่วยให้เปิด/ปิดฝากระบะท้ายง่ายดายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

พิเศษสุด Ford​ Ranger​ ยังเพิ่มระบบพวงมาลัยไฟฟ้าในรุ่น XL และ XLS ถือเป็นครั้งแรกของตลาดรถกระบะระดับเดียวกัน ที่อุปกรณ์นี้กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถ Ford มอบสมรรถนะที่เหนือกว่าให้แก่รถกระบะพันธุ์แกร่ง ให้พร้อมรับมือทุกงานหนักในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านขนส่ง การค้าเชิงพาณิชย์ งานในโครงการก่อสร้าง หรืองานเกษตรกรรมทั่วประเทศ

ระบบช่วงล่างได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อลดการโคลงตัวและการควบคุมการทรงตัวที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น โดยเน้นที่การยกระดับประสบการณ์การขับขี่เมื่อบรรทุกและลากของหนัก

16.3 Front Running Shot Dirtด้วยการปรับเปลี่ยนระบบช่วงล่างใหม่นี้ ช่วยให้สมรรถนะในการขับขี่ดีขึ้น ลดการโคลงตัวและเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมทิศทาง โดยยังคงสมรรถนะที่เหนือชั้นในการลากจูงและบรรทุกสิ่งของอันเป็นเอกลักษณ์ของ​ Ford​ Ranger​

Ford​ Ranger​ ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 20 รุ่น ตามราคาจำหน่ายดังต่อไปนี้:

Raptor 

2.0L​ Bi-Turbo ราคา 1,699,000 บาท

Standard Cab

2.2L XL 6MT  559,000 บาท

Open Cab​

2.2L​ XL​ 6MT  599,000 บาท

2.2L​ XL​S 6MT  659,000 บาท

Open Cab Hi-Rider

2.2L XL+ 6MT 649,000 บาท

2.2L​ XL​S​ 6AT  739,000 บาท

2.2L​ XL​S​ 6MT  699,000 บาท

2.2L​ XLT 6AT  789,000 บาท

2.2L​ XLT​ 6MT  749,000 บาท

Open Cab​ 4×4

2.0L​ Turbo Limited​ 6MT  889,000 บาท

Double Cab​ Hi-Rider

2.2L XLS 6MT 789,000 บาท

2.2L XLT 6AT 869,000 บาท

2.2L XLT 6MT 829,000 บาท

Double Cab​ Hi-Rider Limited

2.0L Turbo​ 10AT 949,000 บาท

2.0L Turbo​ 6MT 899,000 บาท

Double Cab​ ​4×4

2.0L Turbo​ Limited​ 10AT 1,029,000 บาท

Double Cab Wildtrak

2.0L Turbo​ Hi-Rider 10AT 1,029,000 บาท

2.0L Bi-Turbo​ 4×4 10AT 1,265,000 บาท

Short Wheel Base 

SWB 2.0L Turbo 4×2 6MT 589,000 บาท​​

SWB 2.0L Bi-Turbo 4×4 10AT 799,000 บาท


Ford​ Ranger​ ใหม่ มีสีภายนอกให้เลือก 
สี ได้แก่ สีใหม่ 2 สี นั่นคือ สีส้ม Saber เฉพาะรุ่น​ ​Wildtrak​ และสีฟ้า Lightning Blue และสีมาตรฐาน ได้แก่ สีเงิน Aluminuim Metallic สีดำ Absolute Black Metallic สีเทา Meteor Grey Metallic สีขาว Frozen White และสีแดง True Red

Ford​ Ranger​ Raptor​ มีสีภายนอกให้เลือก สี ได้แก่ สีเทา​ Conquer Grey ซึ่งเป็นสีใหม่เฉพาะ​ Raptor เท่านั้น และสีฟ้า​ ​Lightning Blue สีแดง​ Race Red สีดำ​ Shadow Black และสีขาว​ Frozen White

นอกจากนี้ ลูกค้า​ Ford​ Ranger​ ใหม่ จะได้รับความคุ้มค่า​ ด้วยบริการฟรีค่าแรงในการตรวจเชคตามระยะ สูงสุดถึง 5 ปี หรือภายในระยะ 75,000 กม.​ เพียงเข้าตรวจเชคระยะทุก 15,000 กม.​ หรือทุก 1 ปี

Ford​ Ranger​ ใหม่ ผลิตที่โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (AAT) และโรงงาน ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ที่จังหวัดระยอง สำหรับการจำหน่ายในประเทศไทย และส่งออกไปยังทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค



------------------------------
เรื่องโดย : Thanasan​ Saowamol
ภาพโดย : Ford
คอลัมน์ Online : แกะกล่องรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/EYYA3
วันที่เผยแพร่ : วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฏาคม 2561 เวลา 12:17 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
25 Sep 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
0.8-1.0 ล้าน
2.
7.0-8.8 แสน
3.
5.1-5.4 แสน
4.
5.4-6.0 แสน
5.
6.0-7.3 แสน
6.
6.8-8.4 แสน
7.
5.1 ล้าน
8.
5.3-6.7 แสน
9.
5.4-6.8 แสน
10.
3.3-7.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ
เพิ่มเพื่อน