บทความ

ชีวิตคือความรื่นรมย์: ฉุยฉายเอย…เจ้าช่างงามขำ


ในฐานะครูภาษาไทยเก่า ข้าพเจ้ารู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่มีคนนำเอาคำที่มีความหมายดีๆ ไปใช้ในความหมายที่คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความหมายในด้านไม่ดี
ยกตัวอย่าง เอาคำว่า “อรหันต์” ซึ่งเป็นคำเรียกเฉพาะพระสงฆ์สาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่บรรลุธรรมวิเศษขั้น “อรหันต์” คือ เป็นอริยบุคคลที่เปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ปราศจากกิเลสทั้งปวง

แต่นักสื่อมวลชนยุคใหม่นำไปใช้ในความหมายที่ค่อนข้างไปในด้านไม่ดีไม่งาม

หรือนำคำเรียก “สามเณร” ซึ่งเป็นบุคคลที่สละเพศสามัญชนเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์บรรพชาเป็นผู้ตาม เพื่อศึกษาเล่าเรียนธรรมะในพุทธศาสนา โดยนับถือศีล 10 ประการ ก่อนจะอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์เมื่ออายุถึงวัยอันควร

แต่คนกลับนำไปเรียกพลทหารเกณฑ์ว่า “ไอ้เณร” ในเชิงเหยียดหยามที่เป็นพลทหารชั้นผู้น้อย ส่วนมากมาจากเด็กชาวบ้านคนยากคนจน ถูกนายทหารชั้นผู้ใหญ่นำไปรับใช้ในครอบครัว ดังนี้เป็นต้น

ในช่วงหลายปีมานี้ สื่อมวลชนก็นำคำ “ฉุยฉาย” ไปใช้เป็นฉายาในเชิงประชดประชันรัฐมนตรีหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอมีหน้าที่ต้องออกสู่สังคมในฐานะเป็นคนดูแลกรมประชาสัมพันธ์และองค์การสื่อสารมวลชน หาว่าเธอไม่ทำงานในหน้าที่ให้มีผลงาน ได้แต่ฉายไปฉายมาซึ่งเป็นข้อไม่ค่อยเป็นธรรมสำหรับเธอนัก

เมื่อคำนึงถึงฉายานี้ครั้งไร ผู้เขียนก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า การรำ “ฉุยฉาย” ของนักนาฏศิลป์นั้น ไม่ใช่ทำกันได้ง่ายๆ บ่อยๆ หรือสุกเอาเผากิน อย่างที่คนเข้าประกวดนางงาม หรือ “มิส” อะไรต่ออะไรรำเหมือนนกปีกหัก กระโดกกระเดกบิดไปบิดมาเหมือนคนเป็นไข้หนัก

แท้จริงแล้วการรำฉุยฉาย ซึ่งครูนาฏศิลป์ท่านอุตส่าห์คิดเรียบเรียงและฝึกสอนแทบเป็นแทบตาย กว่าจะมีใครที่ฝีมือถึงจะรำออกมาได้ดีเป็นที่พอใจของครู

คนที่รำฉุยฉายนั้น ในอดีตก็โด่งดังอย่าง พิสมัย วิไลศักดิ์, ทรงศรี เทวคุปต์ จนทุกวันนี้คนยังพูดถึงฝีไม้ลายมืออยู่ไม่ลืมเลือน นั่นเป็นเพราะมีฝีมือจริง และทั้ง 2 คนก็สวยสมที่จะเป็นนางเอกของเรื่องจริงๆ

ดาราละครกรมศิลปากร เมื่อประมาณ 30 กว่าปีมาแล้ว ก็มีดาราโด่งดังทาง รำฉุยฉายพราหมณ์ ในยุคหนึ่ง คือ 5 พราหมณ์ อันได้แก่ เวณิกา บุนนาค, กรรณิการ์ (ปิ่นโมรา) วงศ์สวัสดิ์ (ซึ่งต่อมาทั้งสองเป็นอาจารย์ประสาทวิชาอยู่ในวิทยาลัยนาฏศิลป์) นันทพร แก้วฤทัย และฝาแฝด นุชนารถ-วาสนา ใหญ่อรุณ คนมีฝีมือเช่นนี้ ยังมีคนจดจำได้จนถึงบัดนี้

หรืออย่างคุณครูจำเรียง พุทธประดับ ศิลปินแห่งชาติ ต้นฉบับหนึ่งของ
“ครูนาง” ครูก็ยังรำ เคยรำฉุยฉายมาได้หยดย้อยจนคนติดใจกันจนทุกวันนี้

การรำฉุยฉาย โดยเฉพาะ “ฉุยฉายพราหมณ์” นั้น คนรำต้องมีฝีมือจริงๆ จึงจะรำได้สวย คน “รำไทยได้” ทั่วไป ไม่สามารถ “รำฉุยฉายพราหมณ์” ได้ดีทุกคน ต้องคน “รำเป็น” จึงจะประทับใจคนดู เพราะต้องมีลีลาหรืออย่างที่ภาษาละครรำว่า “มีที” จึงจะเห็นว่ามีฝีมือ มีครู

การรำฉุยฉายนั้น จริงๆ แล้วต้องผ่านการฝึกมาพอสมควร มิใช่ใครใคร่รำก็รำได้
โดยปกติแล้ว การเรียนรำไทยนั้น ครูมักจะเริ่มด้วยการหัดท่า “มาตรฐาน” (หรือเบสิค) ซึ่งเรียกว่า “เพลงช้า-เพลงเร็ว” ให้คล่องพอใช้ได้เสียก่อน
ขั้นต่อมาจึงเริ่มจับท่าทางโดยอาศัยท่า “แม่บท” ซึ่งละครรำทุกคนต้องผ่านขั้นนี้
ท่าของ “แม่บท” นี้จะเป็น “แม่” ของท่ารำต่าง ๆ ไปตลอดชีวิตการรำไทย เพราะฉะนั้นทุกคนต้องผ่านขั้นนี้ไปก่อน ละครจึงจะ “รำเป็น” รำสวย
ท่าของ “แม่บท” นั้น ถ้าเป็น “แม่บทใหญ่” จะมีมากมายหลายท่า แต่สำหรับเยาวชน คนทั่วไปจะหัดเพียง “แม่บทเล็ก” หรือ “แม่บทธรรมดา” ผ่านขั้นนี้ก็นับว่า เข้าท่าพอใช้แล้ว นั่นคือ

เทพพนม, ปฐม, พรหมสี่หน้า,       สอดสร้อยมาลา เฉิดฉิน
ทั้งกวางเดินดง, หงส์บิน,                กินรินเลียบถ้ำอำไพ
อีก ช้านางนอน, ภมรเคล้า,             แขกเต้า, ผาลาเพียงไหล่,
เมขลาโยนแก้วแววไว                    มยุเรศฟ้อนในอัมพร
ยอดตองต้องลม, พรหมนิมิต,        อีกพิสมัยเรียงหมอน,
ย้ายท่ามัจฉาชมสาคร,                    พระสี่กรขว้างจักรฤทธิรงค์
 

(ฝ่ายว่านนทุกก็รำตาม                        ด้วยความพิสมัยใหลหลง
ถึงท่านาคาม้วนหางวง                        ก็ชี้ลงถูกเพลาทันใด)
จะเห็นว่า มีท่ารำอยู่ถึง 19 ท่า (ทั้งหมดนี้ได้มาจากเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนางนารายณ์แปลงมาหลอกนนทุกให้รำตามแล้วเอานิ้วเพชรของตนชี้ลงตรงขาของตนเองตามอุบายของพระนารายณ์แปลง)
เมื่อรำในท่าแม่บทคล่องแล้ว ครูจึงจะสอนบทเรียนสั้นๆ น่ารักๆ ที่เรียกว่า “รำสีนวล” (โปรดนึกภาพเยาวนารีของไทยสมัยก่อน สวมเสื้อคอกระเช้า นุ่งโจงกระเบนออกมารำสีนวลอ่อนช้อยน่ารักนักหนา)
“สีนวลชวนชื่นเมื่อยามเช้า                      รักเจ้าสาวสีนวลหวนคิดถึง
แม้นไม่แลเห็นเจ้าเฝ้าคะนึง                     อยากให้ถึงวันที่รำสีนวล”
จบบทเรียนสั้นๆ นี้แล้ว ครูรู้สึกว่ามีฝีมือใช้ได้แล้วครูจะสอนรำฉุยฉายให้ โดยเฉพาะฉุยฉายพราหมณ์นั้น แต่งพราหมณ์แล้วรำน่ารักยิ่งนัก

“ฉุยฉายเอย ช่างงามขำ ช่างรำโยกย้าย สะเอวแสนอ่อน อรชรช่วงกาย วิจิตรยิ่งลายที่คนประดิษฐ์
สองเนตรคมขำ แสนดำมันขลับ ชะม้อยเนตรจับ ช่างสวยสุดพิศ
น่าชมเอย น่าชมเจ้าพราหมณ์ ดูทั่วตัวงาม ไม่ทรามจนนิด ดูผุดดูผ่อง เหมือนทองทาติด ยิ่งเพ่งยิ่งพิศ ยิ่งคิดชมเอย
น่ารักเอย น่ารักดรุณ เหมือนแรกจะรุ่น จะรู้เดียงสา เจ้ายิ้มเจ้าแย้ม แก้มเหมือนมาลา จ่อจิตติดตา เสียจริงเจ้าเอย”

คนมีฝีมือเท่านั้นจึงจะรำฉุยฉายพราหมณ์ได้ “จ่อจิตติดตา” ถ้ารำเหมือนหมายกเท้าฉี่ นี่คือการทำลายวัฒนธรรมของชาติ ใครที่มีหน้าที่กำกับดูแลละครทีวี ช่วยกันระมัดระวังทีเถิดเจ้าข้า !
สิ่งสำคัญที่ “ต้อง” คำนึง นาฏศิลป์ไทยก็เหมือนศิลปะทุกประเภท คือ “มีครู” ใครทำอะไรสุกเอาเผากินเหมือนการดูถูกครูบาอาจารย์ ทำอะไรนอกจากไม่เจริญแล้ว ยังนำไปสู่การวิบัติอีกด้วย !



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ชองทอง
คอลัมน์ Online : สารคดี/บทความ/รายงาน/กิจกรรม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/w6dUC
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 27 มิถุนายน 2561 เวลา 11:13 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th