บทความ

โบช แนะให้เปลี่ยนไส้กรองอากาศตามระยะเวลาที่เหมาะสม ช่วยทำให้อากาศภายในห้องโดยสารรถยนต์สะอาดขึ้น


ปัญหาการจราจรที่ติดขัดและมลภาวะเป็นพิษในประเทศไทยนั้นเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ซึ่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารหลีกเลียงไม่ได้เลยที่จะต้องเผชิญกับมลพิษบนท้องถนน โบช บริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก ใส่ใจในสุขภาพของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร แนะนำถึงการใช้ไส้กรองอากาศที่มีคุณภาพ และควรจะทำการเปลี่ยนทุกๆ 15,000 กิโลเมตร หรือปีละครั้ง หรือเมื่อพบว่ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้องโดยสาร
 
องค์กรรณรงค์อิสระระดับโลกที่ลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติ และพฤติกรรม ปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสันติภาพ หรือกรีนพีศ เผยถึงคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2561 เข้าสู่ระดับที่ย่ำแย่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารต้องเผชิญขณะอยู่บนท้องถนน และจากการประเมินสภาพจราจรทั่วโลก หรือ Global Traffic Scorecard ปี 2560 ของ NRIX ชี้ให้เห็นว่าผู้ขับขี่ในกรุงเทพฯ นั้นใช้เวลาอยู่กับการจราจรที่ติดขัดมากถึง 64.1 ชั่วโมง ในปี 2559 นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังติดอยู่ในอันดับที่ 12 ของประเทศที่แออัดที่สุดในโลก การเปลี่ยนไส้กรองอากาศเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่มักจะมองข้าม ซึ่งจะต่างจากแบทเตอรีรถยนต์ที่หากผู้ขับขี่ไม่ได้ทำการเปลี่ยนแบทเตอรีจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของรถอย่างชัดเจน แต่การที่รถยนต์มีไส้กรองอากาศไม่สะอาด หรือเสื่อมคุณภาพ จะทำให้อากาศเสียภายในรถเพิ่มขึ้นได้ถึง 6 เท่า เนื่องจากมลพิษที่เข้าไปในห้องโดยสารจะไหลเวียนอยู่ภายในรถตลอดเวลา ทำให้ผู้โดยสารหายใจเอาอากาศที่ไม่บริสุทธิ์เข้าไปกุลธัช บุญบงการ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายอะไหล่รถยนต์ โบช ประเทศไทย กล่าว มลพิษระดับ PM 2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นละอองที่มีขนาด 2.5ไมครอน หรือเล็กกว่า เป็นอันตรายต่อสุขภาพเนื่องจากฝุ่นละอองมลพิษเหล่านี้ สามารถเข้าสู่ระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ โบช สนับสนุนให้ผู้ขับขี่หันมาใส่ใจในสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก โดยการเลือกไส้กรองอากาศที่มีคุณภาพที่สามารถป้องกันไม่ให้มลพิษเหล่านี้เข้าสู่ภายในรถยนต์ได้ นอกจากนี้ควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศอย่างสม่ำเสมอเพื่อประสิทธิภาพในการกรองอากาศที่ดีที่สุด”
รถยนต์โดยทั่วไปมีไส้กรองอากาศติดตั้งมากับตัวรถยนต์ นั่นก็เพื่อทำการดักและป้องกันมลพิษขนาดเล็กที่สามารถเข้ามาสู่ภายในห้องโดยสารได้ แต่ไส้กรองอากาศก็มีความแตกต่างทั้งในแง่ของคุณภาพและความหนาแน่นของเส้นใยกระดาษไส้กรอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของไส้กรองอากาศ และการดักจับมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองที่มีค่าระดับ PM2.5 หรือสูงเกินค่ามาตรฐานเมื่อเวลาผ่านไปไส้กรองอากาศจะเกิดการอุดตันของฝุ่นที่เกิดจากการรวมตัวของมลพิษและจำเป็นต้องทำการเปลี่ยนไส้กรอง เพราะไส้กรองอากาศที่อุดตันจะขัดขวางการไหลเวียนของอากาศที่จะเข้าไปในห้องโดยสาร ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ระบบทำความเย็นภายในห้องโดยสารทำงานหนักขึ้นเพื่อทำให้อากาศภายในรถเย็นลง ซึ่งจะใช้พลังงานและเชื้อเพลิงเกินกว่าที่จำเป็น และที่แย่ไปกว่านั้น คือ มลพิษสามารถแทรกผ่านไส้กรองอากาศที่อุดตันสู่ห้องโดยสารได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการทำลายประสิทธิภาพการทำงานของไส้กรองอากาศทั้งสิ้น โบช แนะนำเพิ่มเติมอีกว่าผู้ขับขี่ไม่ควรที่จะทำการดูดฝุ่นไส้กรอง หรือใช้งานไส้กรองอากาศที่อุดตัน เพราะการทำเช่นนั้นจะไม่สามารถกำจัดฝุ่นมลพิษออกจากแผ่นกรองได้อย่างสิ้นเชิง และอาจจะเป็นการลดทอนประสิทธิภาพของการดักจับมลพิษต่างๆ อีกด้วย
 
โบช นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ไส้กรองอากาศคาร์บอนที่หลากหลายสำหรับตลาดในประเทศไทย ไส้กรองอากาศเหล่านี้สามารถดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กเท่ากับ 0.3 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าความหนาเส้นผมของมนุษย์ถึง 300 เท่า รวมทั้งละอองเกสร ฝุ่นละอองบนท้องถนน ควันไอเสีย และแบคทีเรีย นอกจากนี้ชั้นถ่านกัมมันต์ของไส้กรองอากาศยังช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และแกสที่เป็นอันตรายจากอากาศที่ผ่านเข้ามาภายในห้องโดยสารได้อีกด้วย
 
สามารถหาซื้อไส้กรองอากาศของ โบช ได้ ณ ร้านค้าอะไหล่ยานยนต์ชั้นนำทั่วไป ศูนย์บริการ โบช คาร์ เซอร์วิส และร้านค้าโบช ออฟฟิเชียล สโตร์ บนเวบไซท์ https://www.lazada.co.th/boschofficialstoreautomotive/ 


------------------------------
เรื่องโดย : สุดาภรณ์ ไกรแก้ว
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/4ALuf
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 3 กรกฏาคม 2561 เวลา 14:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
18 Jul 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th