ธุรกิจ

ยามาฮา รุกตลาดรถกอล์ฟ ตั้งเป้าขึ้นแท่นเบอร์ 1 เมืองไทย ภายในปี 2022


IMG_7247

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ยามาฮา และสินค้า ยามาฮา เดินหน้ารุกตลาดรถกอล์ฟเต็มสูบ ภายใต้สโลแกน “Drive to be No.1” ชูจุดแข็งด้านมาตรฐานการผลิตของโรงงานในเมืองไทยและคุณภาพบริการหลังการขาย ตั้งเป้าเติบโต 15-20 % ภายใน 3 ปี พร้อมทะยานขึ้นเบอร์ 1 ในไทยและส่งออกสู่ตลาดโลกกว่า 12 ประเทศ

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดตัวธุรกิจรถกอล์ฟด้วยการผลิตและจัดจำหน่าย ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ปลายปี 2558 โดยวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับพรีเมียม จนถึงปัจจุบัน รถกอล์ฟ ยามาฮา วายดีอาร์ ครูซ (Yamaha YDR Cruise) ได้ถูกผลิตในเมืองไทยเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศแล้วไม่ต่ำกว่า 4,000 คัน โดย รถกอล์ฟ ยามาฮา วายดีอาร์ ครูซ มีต้นแบบมาจากรถกอล์ฟ ยามาฮา ดไรฟ (Yamaha Drive) ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้รับสิทธิบัตรส่งเสริมการลงทุน BOI จากทางรัฐบาล จนเป็นที่ยอมรับและอยู่ภายใต้มาตรฐานการผลิต (Quality Management Control) ที่เข้มงวดจากประเทศญี่ปุ่น เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ภายใต้บแรนด์ ยามาฮา ทั่วโลก

IMG_7249

รถกอล์ฟ ยามาฮา วายดีอาร์ ครูซ จากโรงงานไทยยามาฮ่ามอเตอร์ฯ ถูกส่งออกไปกว่า 10 ประเทศทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, เมียนมาร์, อินเดีย, ปากีสถาน และมัลดีฟส์ เป็นต้น ขณะเดียวกัน ยามาฮา ยังเตรียมขยายตลาดไปอีก 2 ประเทศในอาเซียน อย่างลาว และกัมพูชา ในปีนี้และปีถัดไป เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตลาดรถกอล์ฟอีกด้วย

จินตนา อุดมทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันความต้องการเปลี่ยนรถกอล์ฟใหม่ เพื่อใช้งานในสนามกอล์ฟทั่วประเทศไทย มีอยู่ราว 4,000 คัน/ปี คิดเป็นมูลค่าตลาดประมาณ 760 ล้านบาท/ปี ซึ่งในตลาดมีบแรนด์หลักๆ ที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ไม่กี่บแรนด์ ประกอบกับธุรกิจรถกอล์ฟสามารถอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น เห็นได้ว่าในปัจจุบันรถกอล์ฟไม่ได้ถูกใช้งานแค่ในสนามกอล์ฟเท่านั้น แต่กลับมีความต้องการนำมาใช้ในธุรกิจประเภทอื่นๆ อาทิ ธุรกิจการท่องเที่ยว, โรงแรม, รีสอร์ท และธุรกิจด้านบริการต่างๆ นอกจากนี้ยังขยายมาถึงภาคธุรกิจอุตสาหกรรม, นิคมโรงงาน อสังหาริมทรัพย์และภาคธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ธุรกิจรถกอล์ฟ จะสามารถขยายฐานตลาดให้กว้างขวางมากขึ้น”

“ในปัจจุบันตลาดรถกอล์ฟเป็นที่ต้องการจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีหลากหลาย บแรนด์ที่ได้เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย อีกทั้งยังมีการนำเข้ารถกอล์ฟที่ประกอบในประเทศจีน เพื่อลดต้นทุนและสร้างความได้เปรียบทางการค้า เพื่อจัดจำหน่ายในประเทศไทย แต่รถกอล์ฟภายใต้บแรนด์ ยามาฮา นั้นเป็นที่รู้จักและยอมรับจากทั่วโลกในผลิตภัณฑ์หลายๆ ด้าน เราจึงมั่นใจในเรื่องคุณภาพและการบริการหลังการขาย ซึ่งถือเป็นจุดแข็งและข้อได้เปรียบทางการค้า นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นในการออกแบบที่สวยงาม โดดเด่น ระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่ง ทนทาน แต่ยังคงให้ความนุ่มนวลในการใช้งาน ไม่แตกต่างจากการขับรถยนต์ ซึ่ง ยามาฮา มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ โดยมีพื้นฐานจากรถ ยามาฮา เอทีวี (Yamaha ATV) ที่โด่งดังในต่างประเทศ จึงทำให้รถกอล์ฟ ยามาฮา สามารถตอบสนองการใช้งานของลูกค้าได้เป็นอย่างดี และด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมา แม้เราจะวางตำแหน่งรถไว้ในระดับสินค้าพรีเมียมเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด แต่เราสามารถรับประกันได้ถึงความคุ้มค่าต่อการลงทุนอย่างแน่นอน”

IMG_7250

นอกจากนี้ จินตนา ยังกล่าวถึงเป้าหมายของ ยามาฮา กับการดำเนินธุรกิจรถกอล์ฟว่า “เราต้องการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้สูงขึ้น จากเดิมที่อยู่ราว 8-10 % ภายใต้สโลแกน “Drive to be No.1” เราวางแผนที่จะขับเคลื่อนธุรกิจด้วยรถกอล์ฟที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมและตอบสนองการใช้งานของลูกค้าได้ในทุกเซกเมนท์ ภายใน 3 ปีต่อจากนี้ โดยคาดการณ์ว่าส่วนแบ่งการตลาดรถกอล์ฟ ยามาฮา จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดขึ้นไปอีก 15-20 % และในปี 2022 ยามาฮา หวังว่าจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นที่ 1 ในตลาดได้ ทั้งนี้ทางบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จะเดินเกมรุกในด้านความหลากหลายของสินค้า รักษามาตรฐานคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพและการเข้าถึงบริการหลังการขายที่เป็นกันเองและรวดเร็ว ดังที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นเสมอมา พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีกับสนามกอล์ฟแต่ละสนาม โดยเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมกอล์ฟของสนามพันธมิตรและรายการแข่งขันทัวร์นาเมนท์ต่างๆ ร่วมกับภาคธุรกิจอื่นๆ ด้วยองค์ความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญ ความเป็นกันเอง เรามั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มศักยภาพให้สามารถแข่งขันและสร้างบแรนด์ในตลาดได้ทุกเซกเมนท์ ด้วยการเติบโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่องตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ โดยเป้าหมายและแนวทางทั้งหมดที่ ยามาฮา วางไว้ทั้งในปีนี้ และอีก 3 ปีข้างหน้านั้น เพื่อมุ่งเน้นที่จะส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ สร้างความสุขและความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้านั่นเอง”



------------------------------
เรื่องโดย : สุดาภรณ์ ไกรแก้ว
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Xa8SW
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 15 มิถุนายน 2561 เวลา 14:00 นาฬิกา
เพิ่มเพื่อน