พ่วงแบทเตอรี ดูเหมือนง่าย แต่ไม่ง่าย


ปัญหาแบทเตอรีหมด เป็นเรื่องที่คนใช้รถอย่างเรามักประสบพบเจอกันเป็นประจำ เนื่องจากแบทเตอรีส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 2-3 ปี เมื่อใกล้ถึงหรือเลยระยะนี้ไปแล้ว ย่อมร้อนๆ หนาวๆ กันเป็นธรรมดา การแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดเมื่อแบทเตอรีหมด คือ การ “พ่วงแบท” ซึ่งเป็นวิธีที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำยาก

timthumb

หน้าที่ของแบทเตอรี

แบทเตอรีทำหน้าที่หลายอย่าง อย่างแรก สะสมพลังงานไฟฟ้าไว้สำหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์ หน้าที่ต่อมา คือ จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ต่างๆ (แทนไดชาร์จของรถ) ตอนที่เครื่องยนต์ไม่ทำงาน เช่น เปิดฟังเพลงหรือวิทยุ เป็นต้น หน้าที่ลำดับต่อมา คือ เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรอง เมื่อใดที่เราใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่างพร้อมกัน จนกระแสไฟที่ใช้เกินกว่ากระแสไฟที่ไดชาร์จผลิตได้ เช่น รถติดเป็นเวลานานตอนกลางคืนแล้วฝนตก ทำให้ต้องใช้ทั้งไฟหน้า/หลัง เครื่องปรับอากาศ ที่ปัดน้ำฝน เครื่องเสียง โดยที่เครื่องยนต์หมุนแค่รอบเดินเบาเท่านั้น
หน้าที่สุดท้าย คือ จ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์บางอย่างที่ต้องทำงานแม้จะดับเครื่องแล้ว เช่น ระบบกันขโมย ระบบลอคประตูไฟฟ้า หน่วยความจำวิทยุ เป็นต้น

5f6dca2f

ชนิดของแบทเตอรี

ที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เป็นแบบตะกั่ว-น้ำกรด (Lead-Acid Battery) หรือที่เรียกว่า “แบบเปียก” นั่นเอง แบทเตอรีแบบนี้เก็บและคายพลังงานไฟฟ้า โดยอาศัยปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างตะกั่วและน้ำกรด ขณะทำปฏิกิริยาจะเกิดความดันภายในตัวแบทเตอรี เลยต้องมีรูระบายไอระเหยของน้ำกรดไว้ จึงทำให้ต้องหมั่นเติมน้ำกลั่นอยู่เรื่อยๆ ปัจจุบันมีการผลิตแบทเตอรีแบบเปียกรุ่นใหม่ ที่เป็นระบบหมุนวนไอระเหยจากน้ำกรด (Maintenance Free) หรือระบบปิดนั่นเอง แบบนี้จะไม่มีรูเติมน้ำกลั่น ไอที่ถูกดันออกจะมีช่องวนกลับไปที่เดิม จึงทำให้ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น แบทเตอรีแบบเปียกนี้มีอายุการใช้งานประมาณ 2-3 ปี แล้วแต่การใช้งาน

แบทเตอรีอีกชนิดหนึ่ง คือ “แบบแห้ง” มักนิยมใช้ในเมืองหนาว ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น แต่มีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับแบบเปียก

แบตฯ (5)A

รักษาแบทเตอรี ให้อยู่ได้นาน

อายุของแบทเตอรีนั้น สามารถอยู่ได้ถึง 3-4 ปี ถ้าเราดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพปกติตลอดเวลา วิธีที่ง่ายที่สุด คือ ตรวจดูระดับน้ำให้อยู่ในระดับ Max หรือขีดบนสุดอยู่เสมอๆ ถ้ามองไม่เห็น ให้หมุนเปิดเกลียวด้านบนดู โดยต้องให้น้ำกรดท่วมแผ่นธาตุตะกั่วขึ้นไปประมาณ 1 เซนติเมตร และต้องใช้น้ำกลั่นเท่านั้นในการเติม แบทเตอรีอายุยิ่งนานยิ่งกินน้ำกลั่น ฉะนั้นควรตรวจระดับน้ำกรดในแบทเตอรีทุกสัปดาห์

ไม่ควรใช้ขั้วลบของแบทเตอรีเป็นกราวน์ด (Ground) จากการต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆ ควรใช้วิธีการต่อสายกราวน์ดจากตัวถังรถจะดีที่สุด ถ้าใช้ขั้วลบของแบทเตอรีเป็นกราวน์ดมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อแบทเตอรี ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

 

 

10

ทำไมต้องพ่วงแบทเตอรีอย่างถูกวิธี ?

แบทเตอรีมีทั้งขั้วบวก และลบ เราต้องระวังอย่าให้ 2 ขั้วนี้มาโดนกันเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดประกายไฟ เป็นอันตรายได้ การพ่วงแบทเตอรีจึงต้องมีวิธีการพ่วงตามลำดับเสมอ ขั้นตอนแรก ต่อสายสีแดงที่เป็นขั้วบวกของแบทเตอรีที่หมดก่อน เพราะถ้าปลายสายสีแดงอีกด้านไปสัมผัสกับส่วนที่เป็นโลหะเข้า ก็จะไม่ทำให้เกิดประกายไฟ หรืออาจเกิดขึ้นได้แต่ประกายไฟก็จะน้อยกว่า ขั้นตอนที่เหลือก็คือ การต่อแบทเตอรีให้ครบวงจร และทำการต่อสายกราวน์ดเป็นเส้นสุดท้าย

การที่ไม่ต่อแบทเตอรีขั้วลบสายสีดำ (เส้นสุดท้าย) เข้ากับแบทเตอรีที่ไม่มีประจุไฟโดยตรง เนื่องจากว่า เราไม่ต้องการให้ประกายไฟที่อาจเกิดขึ้น เข้าไปในแบทเตอรีได้ ซึ่งอาจทำให้แบทเตอรีเกิดการระเบิดได้ แบทเตอรีรถยนต์นั้นมีสายกราวน์ดซึ่งต่อเข้ากับตัวถังรถอยู่แล้ว ดังนั้นการต่อสายพ่วงแบทเตอรี (เส้นสุดท้าย) เข้ากับตัวถังรถนั้น จึงเหมือนกับการต่อสายกราวน์ดเข้าแบทเตอรีอย่างไม่ผิดเพื้ยนนั่นเอง

อุปกรณ์
อุปกรณ์
1. สายพ่วงแบทเตอรีขั้วบวก (สายสีแดง)
2. สายพ่วงแบทเตอรีขั้วลบ (สายสีดำ)

ขั้นตอนการพ่วงแบทเตอรี

2

1. นำรถคันที่มีประจุไฟดี (ไฟเต็ม) มาจอดคู่ โดยหันหน้ารถเข้าหากันในระยะที่สายยาวถึง

4
2. นำสายพ่วงแบทเตอรีสายสีแดง ต่อพ่วงกับขั้วบวก ของรถที่แบทเตอรีหมด

5
3. จากนั้นนำปลายสายอีกด้านหนึ่ง (สายสีแดง) ต่อเข้ากับขั้วบวกของแบทเตอรีที่ประจุเต็ม

6
4. นำสายพ่วงแบทเตอรีสายสีดำ ต่อพ่วงกับขั้วลบของแบทเตอรีที่ประจุเต็ม

7
5. จากนั้นนำปลายสายอีกด้านหนึ่ง (สายสีดำ) ต่อลงกราวน์ดของรถ (ชิ้นส่วนที่เป็นตัวถังรถ)

8
6.หลังจากนั้นให้สตาร์ทเครื่องยนต์รถที่ไฟเต็ม และรถที่แบทเตอรีหมดจนเครื่องยนต์ติด แล้วปล่อยไว้ 30 นาที

9
7. ขั้นตอนการถอด ต้องถอดขั้วลบ (สายกราวน์ดสีดำบนตัวถังรถที่แบทเตอรีหมด) ออกก่อน เพื่อเป็นการตัดวงจร

10
8. จากนั้นถอดปลายสายสีดำอีกด้านหนึ่งที่เป็นขั้วลบ ของรถที่มีประจุไฟเต็มออก

11
9. ถอดสายสีแดงที่เป็นขั้วบวก ในรถที่มีประจุไฟเต็มออก อย่างระมัดระวัง

12
10. หลังจากนั้นถอดสายอีกด้านหนึ่ง (ขั้วบวก) ของรถที่แบทเตอรีหมดออก เป็นอันเสร็จ

 



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ
คอลัมน์ Online : เรื่องรถ…เรื่องง่าย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/rut6p
วันที่เผยแพร่ : วันพฤหัสบดี ที่ 29 มีนาคม 2561 เวลา 17:21 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
19 Nov 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
474,000
4.
494,000
6.
2,149,000
7.
1,299,000
8.
539,000
9.
499,000
10.
1,599,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th