รายงานข่าวจากสหราชอาณาจักร ระบุว่า ผู้บริโภคที่ซื้อรถไฟฟ้า โดยเฉพาะรุ่น Jaguar I-Pace ที่มีความต้องการแรงดันกระแสไฟฟ้า 100 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จด่วนในเวลา 45 นาที จะได้ความจุของชุดแบทเตอรี 80 % แต่จุดชาร์จในอังกฤษส่วนใหญ่ จะมีแรงดันกระแสไฟฟ้าเพียง 50 กิโลวัตต์ ซึ่งไม่เพียงพอChargemaster ผู้ให้บริการสถานีบริการชาร์จไฟฟ้า กำลังอยู่ในขั้นพัฒนาจุดชาร์จที่มีแรงดัน 150 กิโลวัตต์ แต่ก็ยังไม่สามารถติดตั้งได้ทันภายในปีนี้ นับแต่ต้นปี 2561 เป็นต้นมา ประเทศในยุโรปบางประเทศ รวมทั้งเยอรมนี ได้รับการติดตั้งจุดชาร์จแรงดันกระแสไฟฟ้า 350 กิโลวัตต์ พร้อมทั้งโครงการติดตั้งให้ได้ 400 แห่ง ภายในปี 2563 แต่สำหรับในอังกฤษ จะยังไม่มีการติดตั้งสถานีแรงดัน 100 กิโลวัตต์ ส่วนผู้บริโภคที่ใช้ Jaguar I-Pace ซึ่งใช้ชุดแบทเตอรีความจุ 90 กิโลวัตต์/ชม. จะต้องใช้เวลาราว 90 นาที เพื่อชาร์จชุดแบทเตอรีให้ได้ความจุ 80 % ด้วยการใช้จุดเชื่อมต่อแรงดัน 50 กิโลวัตต์ ซึ่งติดตั้งเป็นส่วนใหญ่ในอังกฤษ และต้องใช้เวลาราว 2 ชม. เพื่อชาร์จแบทเตอรีที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าเลยจนเต็ม จากจุดชาร์จแรงดัน 50 กิโลวัตต์ Chargemaster ผู้ให้บริการสถานีบริการชาร์จรถไฟฟ้ารายใหญ่ในอังกฤษ กล่าวว่า พัฒนาการของจุดชาร์จแรงดันสูงนี้ ยังอยู่ในขั้นพัฒนา เพราะไม่มีผู้ผลิตอุปกรณ์รายใด ที่จะสามารถจัดหาอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้กับกระแสไฟฟาแรงดันสูง 100 กิโลวัตต์ ในราคาที่เหมาะสมได้ Chargemaster อ้างอิงถึงการสนับสนุนจากรัฐบาล ที่ให้คำมั่นเอาไว้ว่าจะสนับสนุนเงิน 200 ล้านปอนด์ สำหรับช่วยในการติดตั้งจุดชาร์จ ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพงอยู่ในปัจจุบัน และร้องขอให้ภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการติดตั้งทั้งหมด เพราะสิ่งนี้ คือ บริการสาธารณะที่จะต้องจัดหาสำหรับพลเมือง0ที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้นๆ เพราะราคาการติดตั้งแต่ละจุด จะอยู่ในราว 100,000 ปอนด์ หรือราว 4,000,000 บาท

