บทความ

กรมการขนส่งทางบก พัฒนาสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค สู่การเป็นศูนย์กลางด้านลอจิสติคส์ในอาเซียน 


สนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งสินค้า และมีแผนในการพัฒนา “สถานีขนส่งสินค้า” เพื่อเพิ่มศักยภาพประเทศไทยในการเป็นผู้นำและเป็นศูนย์กลางด้านลอจิสติคส์ของอาเซียน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทย ปี 2558-2565 โดยสถานีขนส่งสินค้าแต่ละแห่ง จะทำหน้าที่เป็นจุดรวบรวมและกระจายสินค้า เป็นจุดเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งสินค้าทางถนน (Node) ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนลอจิสติคส์ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงฐานการผลิตและฐานการส่งออกที่สำคัญ และรองรับการเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสู่ระบบราง ประกอบด้วย แผนพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าในเมืองหลัก 8 แห่ง เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและกระจายสินค้าภายในประเทศอย่างเป็นระบบ รองรับการพัฒนาเส้นทางหลักระหว่างเมืองพร้อมเชื่อมต่อระบบการขนส่งทางรางและการขนส่งรูปแบบอื่น แผนพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าชายแดนอีก 11 แห่ง ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ รองรับพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและแนวระเบียงเศรษฐกิจที่สำคัญตามนโยบายรัฐบาลเชื่อมระบบการขนส่งผ่านแดนสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยภายในสถานีขนส่งสินค้าแต่ละแห่ง ประกอบด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าต่างๆ เช่น อาคารรวบรวมและกระจายสินค้า (Distribution Center) คลังสินค้า (Warehouse) ลานกองเก็บตู้สินค้า (Container Yard) รวมถึงลานเปลี่ยนหัวลาก-หางพ่วง และพื้นที่เขตปลอดอากรสำหรับสถานีขนส่งสินค้าในจังหวัดชายแดน นอกจากนี้ ยังดำเนินการควบคู่กับการยกระดับเพิ่มศักยภาพสถานีขนส่งสินค้าที่ให้บริการแล้ว 3 แห่ง ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (พุทธมณฑล คลองหลวง และร่มเกล้า) รวมเป็น 22 แห่งทั่วประเทศ

ในส่วนของแผนเปิดให้บริการสถานีขนส่งสินค้าครบทั้ง 19 แห่ง ในปี 2566 โดยมีการดำเนินการ ดังนี้ โครงการนำร่อง 2 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย เริ่มการก่อสร้างตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา และพร้อมเปิดให้บริการในปี 2563 ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม อยู่ในขั้นตอนการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2562 และเปิดให้บริการในปี 2564 สถานีขนส่งสินค้าจังหวัดชายแดน 9 แห่ง (เชียงราย, ตาก, หนองคาย, มุกดาหาร, สระแก้ว, ตราด, กาญจนบุรี, สงขลา, นราธิวาส) ดำเนินการวางผังและออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ เตรียมการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินในปี 2561 และมีแผนการเปิดให้บริการในปี 2565 สถานีขนส่งสินค้าเมืองหลัก 8 แห่ง (เชียงใหม่, นครสวรรค์, พิษณุโลก, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, นครราชสีมา, ปราจีนบุรี, สุราษฎร์ธานี)  เตรียมการวางผังและออกแบบรายละเอียดในปี 2561 และมีแผนการเปิดให้บริการในปี 2566 โดยกรมการขนส่งทางบกเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุนและบริหารจัดการสถานีขนส่งสินค้า ทั้ง 19 แห่ง ในรูปแบบ Public-Private Partnership (PPP) โดยอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบการคมนาคมขนส่งและลอจิสติคส์ของประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถือว่ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน และด้านการบริหารจัดการ ทั้งยังมีความพร้อมในการดำเนินการเชื่อมต่อระบบการขนส่งสินค้าทั้งในรูปแบบเดียวกัน (รถบรรทุก-รถบรรทุก) และการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (รถบรรทุก-รถไฟ) ที่จะทำให้โครงข่ายการขนส่งสินค้าทั่วประเทศมีการเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนลอจิสติคส์ของผู้ประกอบการขนส่งสินค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำ และเป็นศูนย์กลางด้านลอจิสติคส์ของอาเซียน ทั้งในด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ และความมั่นคงปลอดภัย



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/NRCnc
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน 2560 เวลา 13:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
18 Jan 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,990,000
2.
990,000
3.
1,397,000
4.
4,090,000
5.
16,950,000
6.
3,500,000
7.
3,065,000
8.
11,530,000
9.
24,500,000
10.
17,440,000
11.
14,900,000
12.
679,000
13.
21,900,000
14.
14,900,000
15.
3,699,000
16.
2,930,000
17.
1,290,000
18.
21,890,000
19.
3,090,000
20.
75,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New