บทความ

บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์ 8


teaser-for-bmw-8-series-previewing-concept-debuting-at-2017-concorso-deleganza-villa-deste_100606328_l

บีเอมดับเบิลยู ตั้งท่าให้เป็นรถธงของค่าย ในปี 2561 เพื่อให้ทัดเทียมคู่ต่อสู้  ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของการแข่งขัน ระหว่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ ในรุ่น เอส-คลาสส์ คูเป เช่นเดียวกับน้องใหม่ เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีที  (Bentley Continental GT) ขณะที่ บีเอมดับเบิลยู ห่างหายจากวงการรถสปอร์ทคูเป เสียนาน

ประธานของ บีเอมดับเบิลยู ฮาราลด์ ครูเกอร์ (Harald Krüger) ออกมายืนยันในการประชุมประจำปี กับผู้ถือหุ้น ว่าจะแนะนำน้องใหม่ในปี 2561 โดยคันต้นแบบมีแผนที่จะเปิดตัวในงานแสดงรถโบราณที่อิตาลี ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ ก่อนส่งรถคันจริงลงตลาดปีหน้า ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะนำรถออกแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท ให้ผู้บริโภคได้ชมกันในปีนี้

“การผลิต บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์ 8 คูเป จะเป็นไปตามมาตรฐานการผลิตรถสปอร์ทคูเป รวมถึงระดับหรูของเรา เพิ่มเติมเข้าไปในสายการผลิต ด้วยความหลงใหลในยนตรกรรมยานยนต์” ครูเกอร์ ว่า “เราพยายามที่จะให้ ซีรีส์ 8 คูเป เป็นผู้นำในรถระดับหรู ผมบอกได้เลยว่า รุ่นนี้จะเป็นรถสปอร์ทคูเประดับหรูอย่างแท้จริง”

บีเอมดับเบิลยู วางแผนให้ ซีรีส์ 8 เป็นรถธงที่พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยี ด้วยระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่, โครงสร้างพื้นฐานประกอบด้วยวัสดุหลายชนิด ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่ง, อุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบเชื่อมต่ออันทันสมัย น่าจะคล้ายคลึงกับ ซีรีส์ 7 เจเนอเรชัน 6 ที่แนะนำมาก่อนหน้านี้ โดยน่าจะผลิตที่โรงงานที่ Dingolfing ในเยอรมนี นับแต่ปี 2561

ขณะที่แหล่งข่าวใน บีเอมดับเบิลยู ระบุว่า ศูนย์ค้นคว้าและพัฒนาของ บีเอมดับเบิลยู ในมิวนิค นำเสนอแนวทางสำหรับ ซีรีส์ 8 2 แบบ ให้ ครูเกอร์ พิจารณา ซึ่งเป็นนโยบายของเขาเอง ที่ต้องการให้ บีเอมดับเบิลยู ก้าวขึ้นไปในระดับรถหรู

แนวทางแบบแรก เป็นรถ 4 ประตู ที่ “คล้ายกับต้นแบบของ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์ 6 กแรนด์ คูเป เพียงแต่ใหญ่และหรูหรากว่า” อีกรุ่นหนึ่งเป็นแบบคลาสสิค คูเป 2 ประตู เปรียบเทียบกับรถเปิดประทุน แต่จากที่ ครูเกอร์ นำเสนอในที่ประชุม น่าจะเป็นรถต้นแบบ 2 ประตู ที่ได้รับการคัดเลือกให้ขึ้นสายการผลิต

เหตุผลหลักที่ ครูเกอร์ ต้องการให้ บีเอมดับเบิลยู ขึ้นไปอยู่ในระดับรถหรู ก็เพราะต้องการสืบทอดความสำเร็จและผลกำไร ที่ เมร์เซเดส-เบนซ์ ทำได้ โดยเฉพาะในรุ่น เอส-คลาสส์ ในตลาดสำคัญๆ ทั่วโลกนี้ ทั้งอเมริกา และจีน

ความสำเร็จของ เมร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 2558 คือ การส่งมอบ เอส-คลาสส์ มากกว่า 125,000 คัน ขณะที่ บีเอมดับเบิลยู ส่งมอบ ซีรีส์ 7 ได้เพียง 36,364 คัน เท่านั้นเอง

การแนะนำ ซีรีส์ 7 เจเนอเรชันที่ 6 ครั้งนี้ บีเอมดับเบิลยู คาดว่าจะได้ยอดขายเพิ่มขึ้นราว 70,000 คัน ในปี 2559 แม้ว่านักการตลาดบอกได้ทันทีว่า ยังตามหลัง เมร์เซเดส-เบนซ์ สำหรับตัวเลขยอดการขายประจำปี อยู่อีกพอควร

บีเอมดับเบิลยู ใช้การตรวจสอบภายใน ระบุว่า เมร์เซเดส-เบนซ์ มีผลกำไรจากการจำหน่าย เอส-คลาสส์ หนึ่งคัน อย่างน้อย 30,000 ยูโร ราว 120,000 บาท และจากตัวเลขการขายทั่วโลก หมายความว่า เมร์เซเดส-เบนซ์ มีผลกำไรมากกว่า บีเอมดับเบิลยู 1 พันล้านยูโร สำหรับการขาย เอส-คลาสส์ เทียบกับการขาย ซีรีส์ 7

“การตัดสินใจที่จะนำ ซีรีส์ 8 คืนสู่ตลาดอีกครั้ง แม้ว่าจะทำให้มีความเสี่ยงจากการพิจารณาผลกำไรในการขายต่อคัน” แหล่งข่าวในบีเอมดับเบิลยู กล่าวกับ ออโทคาร์

ข่าวการกลับมาของ ซีรีส์ 8 มีมาตั้งแต่ปี 2553 แต่ก็ได้รับการปฏิเสธอย่างเป็นทางการทุกครั้ง นับจาก บีเอมดับเบิลยู ผลิต ซีรีส์ 8 รถคูเป 2 ประตู ออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปี 2542



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/uvsTI
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2560 เวลา 16:05 นาฬิกา

บทความที่น่าสนใจ

อัพเดทล่าสุด
24 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th