บทความ

7 อันดับแรกที่ควรทำเมื่อ “รถชน” (กรณีไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต)


แน่นอนว่าอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดแล้วเราจะจัดการกับเหตุการณ์นี้อย่างไร ให้จบแบบราบรื่น ทั้งผู้ขับเอง และคู่กรณี มาติดตามกัน (ในกรณีร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต)

 

DSC_8980

 

1. หยุดรถ 

เมื่อรู้ว่ารถเราโดนชน หรือไปชนคันอื่น ต้องหยุดรถโดยทันที เพื่อไม่ให้มีความเสียหายมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย และยังเป็นหลักฐานสำคัญในการแจ้งเคลมประกันภัย หรือแจ้งตำรวจได้เป็นอย่างดี

2. ควบคุมอารมณ์

การควบคุมอารมณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้ามีอารมณ์รุนแรง อยู่ในความโมโห เราจะทำอะไรแบบไม่คาดคิด และมีความรุนแรงอยู่เสมอ ให้ใจเย็นกับเหตุการที่เกิดขึ้นเป็นดีที่สุด จะได้พูดคุยกันได้รู้เรื่อง เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย

3. ลงไปสำรวจความเสียหาย

การเกิดอุบัติเหตุบนถนน โดยเฉพาะในเมือง ในบางครั้งก็ไม่รุนแรงอย่างที่เราคิด อาจแค่เฉี่ยวกระจกมองข้าง กระจกไม่หลุด ไม่เป็นรอย ยังใช้งานได้ปกติ หรือรถชนด้านท้าย (อาจจะแค่สะกิด) ก็ตาม ถ้าเราลงไปสำรวจแล้วไม่เป็นรอย หรือไม่ได้รับความเสียหาย หากยอมได้ ก็ควรยอม แค่มีมารยาทรู้จักกล่าวคำว่า “ขอโทษ” กับฝ่ายที่เราไปชน ก็น่าจะมีอะไรที่ดีขึ้น แต่ถ้ามีตำหนิ รอยบุบ เกิดขึ้น ก็ให้พูดคุยเจรจากันก่อน

4. ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากภาพเหตุการณ์จากกล้องติดหน้ารถของเราแล้ว การถ่ายภาพความเสียหายภายนอกรถ ก็เป็นอีกหลักฐานหนึ่งในการแจ้งความ หรือยืนยันกับประกันภัยได้ แนะนำให้ถ่ายภาพจุดที่ได้รับความเสียหาย และทะเบียนรถเก็บไว้

5. พูดคุย เจรจา กันอย่างใจเย็น

กรณีที่เราสามารถสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูก หรือผิด และตกลงกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย (ในกรณีมีประกันภัยชั้น 1 หรือขึ้นอยู่กับเงื่อนไข) ก็สามารถลงรายละเอียดให้ครบถ้วนลงในหนังสือประกันภัยได้เลย หรือถ้าหากไม่แน่ใจก็ให้โทรไปถามบริษัทประกันภัยก่อน จะได้เคลื่อนย้ายรถได้อย่างรวดเร็ว ไม่ขัดขวางการจราจร

6. กรณีที่ตกลงกันไม่ได้ โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

กรณีที่ไม่สามารถตกลงกันได้ ให้โทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อมาฉีดสเปรย์หรือตีเส้นบนถนน เพื่อเป็นหลักฐานก่อน และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนกลางจัดการกับเหตุการที่เกิดขึ้น

7. โทรเรียกบริษัทประกันภัย

ถ้ารถมีประกันภัยทั้ง 2 ฝ่าย ก็ไม่ใช่ปัญหา รอให้ประกันภัยเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ และกรอกรายละเอียดลงในเอกสารประกันภัยให้เรียบร้อย และนำรถเข้าไปเคลมตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ แต่ถ้าเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วรถทั้ง 2 ฝ่ายไม่มีประกันภัยเลย และตกลงกันไม่ได้ ก็ให้ตำรวจเป็นคนกลางในการตัดสินต่อไป



------------------------------
เรื่องโดย : พีรพัฒน์ อินทมาตย์
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ imc
คอลัมน์ Online : สารคดี/บทความ/รายงาน/กิจกรรม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/FuKaJ
วันที่เผยแพร่ : วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2560 เวลา 17:00 นาฬิกา

บทความที่น่าสนใจ

อัพเดทล่าสุด
23 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th