บทความ

แผนงานรถไฟฟ้าในอินเดีย


11

 

เรื่องที่กำลังจะอ่านต่อไปนี้ ยังไม่เป็นเรื่องที่ปรากฏจริง เป็นข่าวสารจากรอยเตอร์ ที่ยังคงเป็นร่างแผนงานที่ราชการอินเดีย นำเสนอฝ่ายรัฐบาล ความหนา 90 หน้า เสนอแนะให้รัฐบาลอินเดีย เปิดโรงงานผลิตแบทเตอรีสำหรับรถไฟฟ้า ให้ได้ภายในปี 2561 และใช้เงินภาษีที่เก็บได้จากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล และเบนซิน นำไปเป็นเงินทุนในการก่อสร้างสถานีบริการไฟฟ้าสำหรับรถยนต์

รายงานที่ว่านี้ เป็นของ Niti Aayog หัวหน้าฝ่ายวางแผนของ Narendra Modi นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ตั้งเป้าให้ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่ใช้รถไฟฟ้าแห่งหนึ่งในโลกนี้ ภายในปี 2575 สำหรับรถทุกประเภท และจะต้องปรับปรุงแผนงานด้านยานยนต์ใหม่หมด ทั้งภาครัฐบาลและภาคอุตสาหกรรม

รายละเอียดในแผนงาน มีการแนะนำให้ลดอัตราภาษีและดอกเบี้ยในการเช่าซื้อรถไฟฟ้า และตั้งเป้าให้เป็นประเทศแห่งรถไฟฟ้าอย่างแท้จริง จากแผนงานและนโยบายในปัจจุบัน ที่ให้การสนับสนุนรถยนต์เครื่องยนต์ไฮบริด ขณะที่ผู้ผลิตเครื่องยนต์ทั้งดีเซลและเบนซิน ก็เริ่มเป็นห่วงอนาคตของตัวเองว่าจะเป็นอย่างไร

“ความมุ่งหวังของประเทศอินเดีย ในการตั้งเป้าหมายให้มีส่วนแบ่งของรถไฟฟ้า และระบบการเชื่อมต่อ น่าจะเกิดกระทบกับทั้งตลาดในประเทศ และตลาดโลก” เนื้อหาจากรายงานระบุ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านการเดินทางขนส่งครั้งใหญ่ของประเทศ

อินเดีย วางแผนที่จะก้าวข้ามเทคโนโลยีไฮบริด หลังจากการประกาศแผนงานที่เข้มแข็งของรัฐบาลจีนเมื่อปีที่แล้ว ที่จะสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด-ไฟฟ้า รวมทั้งอุดหนุนเงินทุนในการค้นคว้าและพัฒนาเครื่องยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิล สำหรับการใช้งานในเมืองใหญ่

ปัญหาใหญ่ของรัฐบาลอินเดียในปัจจุบัน ก็คือ การต้องการลดการสั่งนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่ง ภายในปี 2573 และลดปัญหามลภาวะเพื่อให้เป็นการปฏิบัติตามพันธะสัญญาสภาพอากาศจากกรุงปารีส

ภาครัฐบาลทราบดีว่า รายงานนี้จะได้รับการต่อต้าน ทั้งจากปัญหาค่าแบทเตอรีที่สูง ทำให้ราคาตัวรถยนต์ไฟฟ้าสูงไปด้วย รวมทั้งความขาดแคลนสถานีบริการชาร์จไฟฟ้า และโครงข่ายอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้ผลิตรถไฟฟ้า ที่ได้รับการสนับสนุนก่อนหน้าการประกาศรายงานครั้งนี้ จะลังเลในแผนงานการลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีก็ตาม

“เรากำลังเร่งการเจริญเติบโตของรถไฟฟ้าในอินเดีย ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์อาจสับสน และเราจำเป็นต้องลงทุนขนานใหญ่ หากเราไม่สามารถปรับตัวเองได้ทันก็เสี่ยงที่จะกลายเป็นผู้สั่งนำเข้าแบทเตอรีอีกรายหนึ่งของโลก” แหล่งข่าวจากภาครัฐกล่าว “เพราะเริ่มมีการต่อต้านจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์แล้ว”

Maruti Suzuki ผู้ผลิตรายใหญ่ของอินเดีย ได้ลงทุนในเทคโนโลยีไฮบริดอย่างแท้จริง ที่ใช้พลังงานจากแบทเตอรีน้อยกว่าระบบไฮบริดโดยทั่วไป ขณะที่ Toyota ก็จำหน่ายรถไฮบริดซีดานหรู Camry โดยที่ Mahindra & Mahindra เป็นเพียงค่ายรถยนต์ค่ายเดียว ที่จำหน่ายรถไฟฟ้าในอินเดีย

ในปี 2558 อินเดีย ออกมาตรการเรียกว่า Faster Adoption and Manufacturing of Hybrid and Electric Vehicles ซึ่งสนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตเครื่องยนต์เชื้อเพลิงสะอาด คาดหวังว่าจะสามารถจำหน่ายรถยนต์ได้ถึง 7 ล้านคัน ภายในปี 2563

ในรถบางรุ่นจะได้รับเงินสนับสนุนถึง 140,000 รูปี ราว 65,250 บาท แต่มาตรการนี้ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ในปี 2559 สามารถจำหน่ายรถยนต์ไฮบริด และรถไฟฟ้า ได้ราว 3 ล้านคัน แต่อย่างไรก็ตาม มาตรการซึ่งหมดอายุไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ได้รับการต่ออายุไปอีก 6 เดือน และภาครัฐบาลกำลังร่างนโยบายประเด็นใหม่อยู่ แต่ก็ยอมรับว่า ความล่าช้าของการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ทำให้ภาคการลงทุนของอุตสาหกรรมยานยนต์ชะงักงันด้วยเช่นกัน

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/oCK1d
วันที่เผยแพร่ : วันเสาร์ ที่ 20 พฤษภาคม 2560 เวลา 12:00 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th