บทความ

ฟอร์ด จัดตั้งทีม “สุดยอดนักดมกลิ่น” เพื่อค้นหากลิ่นที่ดีสุดสำหรับรถยนต์


กลิ่น คือ สัมผัสที่ทรงพลังและรับรู้ได้รวดเร็วที่สุดในประสาทสัมผัสทั้งห้า และยังเป็นสัมผัสที่เชื่อมโยงกับความทรงจำและความรู้สึกมากที่สุด กลิ่นส่งผลต่อความรู้สึกในแต่ละวันของเราถึง 75 % และยังมีอิทธิพลต่ออารมณ์ ความสุข และความพึงพอใจ นอกจากนี้ กลิ่นยังสามารถสร้างความสัมพันธ์อันยืนยาวระหว่างบแรนด์และลูกค้าได้อีกด้วย

วงการน้ำหอมล้วนเติบโตขึ้นด้วยความสัมพันธ์ที่ว่านี้ โดยกลิ่นหอมได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อปลุกเร้าความรู้สึกต่างๆ ตั้งแต่ความปรารถนา ความมีชีวิตชีวา ไปจนถึงความผ่อนคลาย คล้ายกับเวลาที่เรารู้สึกดึงดูดให้เดินเข้าหาซูเพอร์มาร์เกทหรือร้านกาแฟด้วยกลิ่นหอมของขนมปังหรือกาแฟคั่วสดใหม่นั่นเอง

ปัจจุบัน นักออกแบบรถยนต์เริ่มมีการแข่งขันกันมากขึ้น ในเรื่องการนำเสนอกลิ่นที่สมบูรณ์แบบที่สุดของรถยนต์ให้กับตลาดต่างๆ สำหรับ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมพะนี กลิ่น คือ สิ่งสำคัญในการส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงให้แก่ลูกค้าของเรา

“กลิ่น คือ อีกหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดเมื่อลูกค้าเลือกซื้อรถใหม่” แอนดี แพน วิศวกรผู้ดูแลห้องทดสอบกลิ่นของ ฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า เราทดสอบทุกส่วนประกอบที่อยู่ในรถ เพื่อให้แน่ใจว่าลักษณะ สัมผัส และกลิ่นนั้นเหมาะสม เพราะทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้แก่ทั้งคนขับและผู้โดยสาร

นับตั้งแต่ปี 2551 ฟอร์ด ได้ขยายห้องทดสอบกลิ่นประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ที่นานจิง ประเทศจีน อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีทีม “สุดยอดนักดมกลิ่น” ถึง 18 คน ที่ร่วมทำการทดสอบกลิ่นกว่า 300 กลิ่น/ปี จากวัสดุ และส่วนประกอบต่างๆ ภายในรถยนต์ ที่จำหน่ายในเอเชีย แปซิฟิค

ทุกๆ ปี ฟอร์ด จะทำการคัดเลือกทีมสุดยอดนักดมกลิ่นในประเทศจีน โดยเปิดรับพนักงานที่สนใจจากทุกฝ่ายในบริษัท เพื่อเข้าทดสอบกลิ่นจากตัวอย่างวัสดุในขวดโหล 16 ขวด ทั้งนี้ สุดยอดนักดมกลิ่นจะได้รับการคัดเลือกจากความสามารถและความคงเส้นคงวาในการดมกลิ่น และยังต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ ครบถ้วนอีกด้วย

“คุณต้องไม่สูบบุหรี่ เป็นภูมิแพ้ หรือมีปัญหาด้านโพรงจมูก” ไมค์ เฟิง นักทดสอบกลิ่นที่ทำงานกับ ฟอร์ด มานาน 4 ปี กล่าวว่า คุณไม่สามารถใส่น้ำหอม เสื้อหนัง หรือทาเล็บได้ นอกจากนี้ คุณยังไม่ควรใช้ยาสระผมที่มีกลิ่นแรง เพื่อให้แน่ใจว่าประสาทรับกลิ่นของคุณจะคงที่และไม่ถูกบิดเบือน

สุดยอดนักดมกลิ่นของ ฟอร์ด จะต้องผ่านการทดสอบคุณสมบัติใหม่ทุกปี เพื่อรักษาตำแหน่งไว้และยังต้องเข้าการทดสอบกลิ่นเป็นระยะตลอดทั้งปีอีกด้วย นักทดสอบกลิ่นจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ กลุ่มละ 6 คน เพื่อทำการทดสอบตัวอย่างวัสดุแต่ละชนิด โดยผลการทดสอบจะขึ้นอยู่กับคะแนนเฉลี่ยจากนักทดสอบในกลุ่ม

มนุษย์แต่ละคนรับกลิ่นได้ไม่เหมือนกัน และนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สิ่งนี้เป็นผลมาจากพันธุกรรม ดังนั้น ฟอร์ด จึงมีห้องทดสอบกลิ่นทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย แปซิฟิค เพื่อให้แน่ใจว่ารถ ฟอร์ด จะตรงใจลูกค้าทั่วโลก ในขณะที่ “กลิ่นรถใหม่” ที่เราคุ้นเคยนั้นเป็นที่นิยมในตลาดหลายแห่ง เช่น ออสเตรเลีย แต่ในประเทศจีน ผู้บริโภคกลับชื่นชอบกลิ่นอโรมาที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น จากผลการศึกษาเรื่องคุณภาพเบื้องต้นในประเทศจีนประจำปี 2559 ของ JD Power (JD Power 2016 China Initial Quality Study) เกี่ยวกับปัญหาที่ได้รับการรายงานบ่อยที่สุดพบว่า คำร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นนั้นติดอันดับแรกติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แล้ว

“หนังเป็นวัสดุที่ค่อนข้างท้าทาย เนื่องจากลูกค้าในแต่ละตลาดจะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก” แพน กล่าว “ลูกค้าชาวจีนอาจจะไม่ชอบกลิ่นหนังใหม่ เราจึงต้องระมัดระวังในการเลือกวัสดุที่จะสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าทั่วโลก”

วัสดุทุกชนิดที่ใช้ในรถของ ฟอร์ด จะต้องผ่านการทดสอบเรื่องกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นผ้าบุเบาะที่นั่ง พลาสติค หรือพรม โดยเกณฑ์การทดสอบของ ฟอร์ด นั้น วัสดุควรมีกลิ่นที่รับรู้ได้ แต่ไม่รบกวนประสาทสัมผัส และหากวัสดุใดมีกลิ่นแรงเกินไป ฟอร์ด จะทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อแก้ไขปัญหาหรือมองหาวัสดุอื่นๆ มาใช้ทดแทน

ฟอร์ด จะทดสอบตัวอย่างวัสดุโดยใช้อุปกรณ์ง่ายๆ ที่มีอยู่ทั่วๆ ไป ได้แก่ ขวดโหลแก้ว และตู้อบ เพื่อทดสอบว่ารถจะมีกลิ่นเช่นไรเมื่อผลิตเป็นจำนวนมาก โดยนำขวดโหลแก้วเมสันขนาด 3 ลิตร ที่ใช้เก็บพาสทาหรือถั่ว มาใช้เป็นอุปกรณ์ในการจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริง

ตัวอย่างวัสดุจะถูกย่อจากขนาดจริงที่ใช้ในรถยนต์และนำไปใส่ในขวดโหล ก่อนจะถูกนำไปเข้าตู้อบในอุณหภูมิ 3 ระดับ ได้แก่ 80, 40 และ 23 องศาเซลเซียส และผู้ทดสอบจะใส่น้ำลงไปในขวดโหลที่ใช้ในอุณหภูมิ 40 และ 23 องศา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น

“วัสดุที่ใช้ในรถของเราจะต้องมีกลิ่นเหมือนเดิมในทุกสภาวะ แม้ว่าจะเป็นวันที่ร้อนมากก็ตาม ซึ่งการทดสอบในขั้นตอนการพัฒนาจะช่วยให้เรานำสิ่งที่จะสร้างกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกไปจากตัวรถ เพื่อให้แน่ใจว่ารถที่ออกจากสายการผลิตจะมีกลิ่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับลูกค้าของเรา”



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/x94Jv
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม 2560 เวลา 11:00 นาฬิกา

บทความที่น่าสนใจ

อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th