รถหัวลากเชื้อเพลิงไฮโดรเจน


 

แม้ว่าการพัฒนาเทคโนโลยีด้านเชื้อเพลิงของค่ายรถยนต์ต่างๆ ยังเป็นไปด้วยความก้าวหน้า แต่ค่าย Toyota ก็ยังเชื่อมั่นในการพัฒนายานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงจากไฮโดรเจน และส่งรถยนต์นั่งซีดาน Mirai ออกสู่ตลาดแล้วก็ตาม ค่ายสามห่วงก็ยังพัฒนาการใช้ในรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ด้วยเช่นกัน

โดยโครงการล่าสุดใช้ชื่อว่า Project Portal พัฒนารถหัวลากที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน แม้ว่าปัจจุบัน ในอเมริกาจะยังมีสถานีบริการเชื้อเพลิงไฮโดรเจนอยู่จำนวนน้อยมาก โดยกรมพลังงานเชื้อเพลิง Energy’s Alternative Fuels Center ประเมินว่า มีสถานบริการเชื้อเพลิงไฮโดรเจนสาธารณะเพียง 36 แห่ง และส่วนใหญ่อยู่ในแคลิฟอร์เนีย หากนับรวมทั้งสถานีส่วนบุคคล หรือสถานีของภาครัฐ รวมทั้งแผนงานที่จะก่อสร้างเพิ่มเติม ยอดรวมก็ยังไม่ถึง 100 แห่ง

ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบรถเพื่อการพาณิชย์ประเภทอื่นที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล จะมีสถานีบริการให้เลือกใช้บริการนับหมื่นแห่ง โดยสถานีบริการเชื้อเพลิงในอเมริกา ราว 120,000 แห่ง จะมีสถานีให้บริการเชื้อเพลิงดีเซลมากกว่าครึ่ง

Toyota เริ่มการทดลองรถหัวลากโดยมีศูนย์กลางอยู่ในแถบท่าเรือและศูนย์กลางการขนถ่าย และต้องการสถานีบริการส่วนบุคคลที่ให้บริการเชื้อเพลิงไฮโดรเจน อันทำให้สามารถเติมเชื้อเพลิงได้แบบไม่เลือกเวลา

เชื้อเพลิงไฮโดรเจน มีความไวต่อการจุดระเบิดมากกว่าเชื้อเพลิงเบนซินและดีเซล รวมทั้งมีน้ำหนักเบากว่าอากาศถึง 14 เท่า ทำให้สามารถระเหย และเก็บรักษาได้ยากกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดอื่น ดังนั้น หากเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ถังแกสมีรอยแยก จะทำให้ไฮโดรเจน รั่วซึมออกจากถังและหายไปในชั้นบรรยากาศได้โดยง่าย ด้วยความดันคร่าวๆ ราว 10,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว

Toyota พยายามที่จะเป็นผู้นำในการจัดการด้านการจุดระเบิดเชื้อเพลิง ด้วยการทดสอบอย่างจริงจัง

รถยนต์ซีดานพลังเชื้อเพลิงไฮโดรเจน Mirai ใช้ถังพลาสติคขึ้นรูปด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ ระหว่างการพัฒนามีการทดสอบโยนถังแกสเข้าไปในเปลวเพลิง และยิงด้วยกระสุนจริงจากปืนไรเฟิลพลังสูง สำหรับการทดสอบถังเชื้อเพลิงเพื่อรถบรรทุก “เราไม่ได้ทำการทดสอบยิงถังเชื้อเพลิง แต่เราทดสอบด้วยการใส่ถังแกสเข้าไปในกองเพลิง” Takehito Yokoo วิศวกรอาวุโสด้านพลังงานเชื้อเพลิงของ Toyota กล่าว

จากการค้นคว้าโดยมหาวิทยาลัยไมอามี เมื่อปี 2551 พบว่า ทั้งถังเชื้อเพลิงของรถบรรทุก และของรถยนต์นั่ง สามารถผ่านการทดสอบได้โดยไม่ระเบิด หรือหลอมละลายไปเสียก่อน

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7nkh5
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 5 พฤษภาคม 2560 เวลา 12:30 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th