บทความ

Faraday Future อวดโฉมอย่างเป็นทางการ


 

ค่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Faraday Future นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก FF91 ในงานแสดงเครื่องใช้ไฟฟ้า CES 2017 พร้อมยืนยันว่าเป็นรถไฟฟ้าที่มีอัตราเร่งเร็วที่สุดในโลกคันแรก

FF91 เปิดตัวที่ลาสเวกัส พร้อมคุยว่าสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.39 วินาที เฉือนคู่แข่ง Tesla Model X P100D ด้วยแบทเตอรีขนาด 130 กิโลวัตต์/ชม. ที่ให้กำลัง 1,050 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 183.5 กก.-ม. และสามารถเดินทางได้ถึง 600 กม. ต่อการชาร์จปกติหนึ่งครั้ง

แม้ว่าพละกำลังของรถไฟฟ้าคันนี้จะเทียบเท่าซูเพอร์คาร์ แต่ระยะห่างระหว่างฐานล้อหน้า-หลัง ก็ยังเท่ากับรถซาลูนทั่วไป ด้วยความยาว 3,200 มม. ซึ่งยาวกว่า Mercedes-Benz S-Class และ Bentley Flying Spur ทำให้ห้องโดยสารหลังกว้างขวางสะดวกสบาย โดยพนักพิงปรับเอนได้ถึง 60 องศา

รูปทรงภายนอกด้านหน้าทรงมน ออกแนวเอสยูวี มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว พร้อมแถบไฟแอลอีดีทั้งหน้าและหลัง คล้ายกับรถคันต้นแบบ FFZERO1 ที่นำออกแสดงเมื่อปี 2559

แม้ว่าช่วงล้อจะยาว แต่ก็สามารถขับขี่ได้สบายเหมือนรถขนาดกลางทั่วไป พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบปรับความสูงตามความเร็วรถ พร้อมหลังคาแก้วใส ส่วนกระจกทั้งด้านข้างและหลังใช้วัสดุรุ่นใหม่ PDLC (Polymer Dispersed Liquid Crystal) ที่ผู้นั่งอยู่ในรถจะรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว ทั้งป้องกันแสงแดดได้อย่างดี

เทคโนโลยีล่าสุดของ Faraday Future อยู่บนฝากระโปรงหน้า ตัวตรวจจับสัญญาณ 3D LIDAR ที่สามารถยืดหดได้ เป็นอุปกรณ์ควบคุมการขับเคลื่อนแบบยานยนต์ไร้คนขับ ที่มาพร้อมกล้อง HD รอบคัน 10 ตัว เรดาร์ ทั้งแบบจับสัญญาณทางไกล และระยะใกล้ 13 ชุด ร่วมกับเซนเซอร์แบบอัลทราโซนิค อีก 12 ตัว

ฟังค์ชันเหล่านี้ เพื่อช่วยในการจอดรถ โดยผู้ขับขี่สามารถลงจากรถ และใช้แอพพลิเคชัน FFCTRL ให้รถสามารถเข้าจอดได้เอง โดย Faraday Future เคยนำออกสาธิตให้ผู้สื่อข่าวชมแล้วที่ลาสเวกัส

กล้องส่องมองหลัง แทนที่ด้วยระบบ HD ที่รวมเอาภาพจากกระจกด้านข้าง แบบเวลาปัจจุบัน เพื่อสามารถตรวจสอบจุดบอดได้โดยง่าย รวมทั้งระบบจดจำผู้ขับขี่ ที่สามารถเปิดประตูรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ เพียงกดปุ่มที่ตัวรถที่ใช้แทนมือจับเปิดประตูได้

Faraday Future ยังแนะนำระบบ FFID ที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก ซึ่งเป็นรูปแบบการเชื่อมต่อแบบพื้นฐาน ในนาม Eco System โดยผู้ขับขี่แต่ละคนจะมีรหัสไอดี สำแดงตัว ที่บันทึกไว้ในข้อมูลภายในรถ ที่บันทึกทั้งวิธีการขับขี่เหมือนกับการบันทึกตำแหน่งที่นั่งขับทั่วไป

ระบบการเชื่อมต่อต่างๆ เหล่านี้ ทำงานด้วยระบบอินเตอร์เนทไร้สายความเร็วสูง ติดตั้งในตัวรถ ที่สามารถช่วยวางแผนการเดินทางบนแลพทอพของคุณเอง และส่งต่อมายังตัวรถ รวมทั้งคำนวณเวลาได้จากสมาร์ทโฟนอีกด้วย

แม้ว่ารถคันจริงจะออกสู่ตลาดในปี 2561 ผู้ที่สนใจสามารถวางเงินมัดจำ 5,000 เหรียญสหรัฐฯ ราว 175,000 บาท ไว้ก่อนได้ แม้จะไม่มีการประกาศราคาจำหน่าย แต่ผู้ผลิตก็บอกว่าราคาจะใกล้เคียงกับรถระดับพรีเมียมทั้งหลาย

สำหรับผู้ที่วางเงินจอง จะสามารถอัพเกรดเป็นรุ่นพิเศษ Alliance Edition ที่จะออกในเดือนมีนาคม 2560 โดยผลิตเพียง 300 คันเท่านั้น เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบเป็นเงินทุนด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/vJWI6
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 25 มกราคม 2560 เวลา 12:30 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th