บทความ

วิทยาการล้ำสมัย ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป


 

เทคโนโลยีในการผลิตรถยนต์ในปัจจุบัน ค่อนข้างก้าวล้ำหน้าไปมาก โดยมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ลงมือพัฒนาให้เทคโนโลยี ก้าวไปข้างหน้ามากมาย นับแต่ด้านผู้ผลิต ทั้งรายเล็กและรายใหญ่, กลุ่มนักศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ศึกษาด้านยานยนต์ ที่ร่วมทีมกันค้นคว้า, กลุ่มผู้สนใจด้านยานยนต์ทั่วโลก ต่างพากันพัฒนาวัสดุที่จะนำมาใช้ในรถยนต์ รวมทั้งระบบที่จะเปลี่ยนแปลงการออกแบบรถยนต์ในศตวรรษหน้า โดยมีเทคโนโลยี 7 อย่าง ที่คาดว่าจะนำมาใช้กับยานยนต์ในยุคหน้า

 

66

 

ฟีล์มกันแดดที่ทำหน้าที่โซลาร์เซลล์

จากวัฒนาการของโซลาร์เซลล์ในปัจจุบัน ที่สามารถผลิตเซลล์ได้บางลงและยืดหยุ่นตัวได้ จะนำมาใช้สำหรับแผงหลังคารถยนต์ในอนาคต โดยสามารถช่วยการทำงานของแบทเตอรีรถยนต์ ผลิตกระแสไฟฟ้าราว 300 วัตต์ เพื่อใช้งานสำหรับระบบความบันเทิงภายในรถ หรือระบบอีเลคทรอนิคต่างๆ ของรถ และปัจจุบันก็มีใช้อยู่แล้วใน Karma Revero

 

88

 

การแสดงผลบนกระจกบังลมหน้า

ระบบนี้มีชื่อเป็นทางการว่า Organic Light Emitting Diode หรือ OLED และ ระบบ Transparent Thin-Film Transistor หรือ T-TFT ที่จะฉายภาพระบบพานารามิค ในลักษณะของจอแบน ขึ้นมาบนกระจกบังลมหน้า นำเสนอข้อมูลของรถยนต์ ทั้งความเร็วรถ ความเร็วรอบ หรือแม้แต่แสดงผลด้านความบันเทิง เช่นเดียวกับการแสดงผลบนจอหน้าปัดในสมัยเดิม ผู้ผลิตสามารถพัฒนาซอฟท์แวร์ เพื่อให้สามารถแสดงผลระบบนำทางผ่านดาวเทียม, การเล่นเพลงจากสื่อต่างๆ และแม้แต่ข้อมูลการเดินทางแบบทันทีทันใด หรือแสดงผลการขับขี่ในเส้นแบ่งเลนจราจร บนกระจกบังลมหน้า เช่นเดียวกับที่มีนำเสนอในรถต้นแบบ Jaguar Land Rover เมื่อปี 2558

 

22

 

ห้องโดยสารของยานยนต์ไร้คนขับ

การออกแบบภายในห้องโดยสารของยานยนต์ไร้คนขับ เริ่มเปลี่ยนวิธีการจากเดิมที่ผู้ขับขี่จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการบังคับควบคุม มาเป็นความผ่อนคลาย ความบันเทิง ด้วยเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับที่ Volvo นำเสนอในรถต้นแบบ 26 ที่จำลองความเป็นจริง หากจะต้องเดินทางด้วยยานยนต์ไร้คนขับ ที่มีระบบนำทางด้วยคอมพิวเตอร์ โดยเมื่อผู้ขับขี่เลือกใช้ระบบนำทาง Auto Pilot สภาพภายในห้องโดยสารก็จะเปลี่ยนแปลง พวงมาลัยจะยุบตัวเข้าไปในแผงหน้าปัด ทำให้ได้เนื้อที่ห้องโดยสารเพิ่มขึ้น จะมีโต๊ะยื่นออกมาจากด้านข้างประตูผู้ขับขี่ พร้อมจอแสดงผลขนาด 25 นิ้ว เคลื่อนตัวออกมาจากด้านข้างของผู้โดยสาร

 

33

 

การสื่อสารระหว่างรถยนต์กับสิ่งรอบข้าง

ยานยนต์ไร้คนขับ จะใช้ระบบนำทางผ่านดาวเทียม ที่แตกต่างจากระบบทั่วไป สามารถรู้ตำแหน่งของรถได้ว่าอยู่ตรงไหนของผิวโลก พร้อมแสงสว่างผ่านระบบ LIDAR ที่เป็นแผนที่แสดงสถานที่ใกล้เคียง รวมทั้งกล้องแบบสเตอริโอ เพื่อให้ “มองเห็น” พื้นถนนเบื้องหน้า เทคโนโลยีนี้มีความแม่นยำสูง และไม่ต้องการการเชื่อมต่อด้วยสาย อันจะทำให้สามารถเชื่อมต่อกับไฟสัญญาณจราจร ทั้งหมด โดยมี Audi เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ที่ใช้ระบบ Car to X สื่อสารกับไฟสัญญาณจราจรเป็นเจ้าแรกในเยอรมนี สื่อสารกับเซนเซอร์บนพื้นถนน และเชื่อมต่อกับระบบไฟสัญญาณจราจร ทำให้สามารถมองเห็นสถานะการจราจรด้านหน้าได้

 

55

 

แบทเตอรีโครงสร้างใหม่

นักวิจัยแห่ง Chalmers University of Technology ประเทศสวีเดน นำเสนอการพัฒนาหลังคาและแผงประตู ให้เป็นที่ติดตั้งแบทเตอรีลิเธียม โดย คาร์บอน-ไฟเบอร์ สามารถทำหน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้าได้โดยเสถียร และเป็นตัวนำอีเลคตรอนได้อย่างดี อันจะทำให้สามารถทำหน้าที่เป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้า โดยไม่จำเป็นต้องหาพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อเก็บแบทเตอรีอีกต่อไป รวมทั้งช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารได้อย่างดี

 

44

 

เซนเซอร์ตรวจสุขภาพ

จากข้อมูลของ National Highway Traffic Safety Administration มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากความไม่พร้อมของผู้ขับขี่ ราวปีละ 70,000 ราย วิศวกรของ Jaguar Land Rover กำลังพัฒนาระบบที่เรียกว่า Wellness ที่จะตรวจสอบสภาพของผู้ขับ การทำงานของสมอง โดยใช้เซนเซอร์ฝังไว้ในพวงมาลัย และภายในรถจะปรับแต่งแสงสว่างตามหลืบ ตามซอก ระดับของเสียงเพลง และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หากเซนเซอร์ตรวจจับว่าผู้ขับขี่ไม่พร้อม ก็จะปรับสิ่งต่างๆ ไปตามผลจากการค้นคว้า เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือน หากตรวจสอบได้ว่าผู้ขับขี่ไม่พร้อมขับขี่จริง ระบบขับขี่ไร้คนขับก็จะทำงานทันที ความถี่ของการหายใจ และการเต้นของหัวใจ ก็จะถูกตรวจสอบจากเซนเซอร์ในเบาะนั่ง ซึ่งไม่เพียงตรวจหาความเหนื่อยล้าเท่านั้น แต่สามารถตรวจสุขภาพผู้ขับขี่ได้เลย

 

77

 

 

การควบคุมภายในรถ

การควบคุมระบบหรือปุ่มควบคุมต่างๆ ภายในรถ มีการสำรวจโดย BMW 7-Series และยังคงปรับเปลี่ยนแผงหน้าปัดไปตามการค้นคว้าโดยตลอด อย่างเช่น การเลือกวิธีควบคุม ด้วยการใช้ภาษามือหลากแบบ และในไม่ช้า การตรวจสอบสายตา โดยมีกล้องที่คอยตรวจสอบสายตาผู้ขับขี่ตลอดเวลา ว่าหันไปมองอะไรบ้าง ก็จะเปลี่ยนการควบคุมไปที่ตำแหน่งนั้น รถต้นแบบ Porsche Mission E เริ่มใช้เทคโนโลยีนี้ โดยวิศวกรของ Jaguar Land Rover คาดหวังว่า เทคโนโลยีนี้จะก้าวไปข้างหน้า ตรวจสอบการทำงานของนิ้วมือ และส่งแสงอัลทราโซนิคกลับมายังนิ้วมือเป็นสัญญาณสั่น เพื่อเป็นการตอบรับคำสั่งที่คุณต้องการ

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/P1Rsg
วันที่เผยแพร่ : วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม 2560 เวลา 12:30 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th