บทความ

ค่ายสามห่วง กำไรหดเพราะค่าเงิน


11

 

Toyota Motor Corp. ประเทศญี่ปุ่น รายงานผลประกอบการทั่วโลก ในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา ผลกำไรลดลงไปถึง 43 % เหตุเพราะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งเงินเยนที่แข็งค่า ประกอบกับผลกำไรจากรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเบา ในอเมริกาเหนือที่ลดลง จากการลดต้นทุนและยอดขายที่เพิ่มขึ้น

Takahiko Ijichi กรรมการ แถลงในการประกาศผลการดำเนินงานที่ประเทศญี่ปุ่นว่า ผลกำไรจากการดำเนินงาน ลดลงเหลือเพียง 4.69 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ราว 164.2 พันล้านบาท ในรอบบัญชีไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน รายได้สุทธิลดลงไป 36 % เหลือ 3.89 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ราว 136.2 พันล้านบาท ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ขณะที่รายได้รวมทั่วโลก ลดลง 8.8 % เหลือเพียง 70.10 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ 2,454 พันล้านบาท ในช่วงไตรมาส ขณะที่ยอดการจำหน่ายเพิ่มขึ้น 2.5 % ราว 2.5 ล้านคัน

เป็นที่รู้กันดีในวงการยานยนต์ว่า Toyota มุ่งมั่นจะเป็นค่ายรถยนต์ที่ขายได้อันดับ 1 ของโลก แซงค่าย Volkswagen ให้ได้ แต่ก็ประสบปัญหาในตลาดอเมริกา เมื่อต้องเผชิญกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ทำให้ผลกำไรลดลง ขณะที่อยู่ในช่วงของการปรับโครงสร้างการทำงาน เพื่อให้เพิ่มความคล่องตัวมากขึ้น และมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะจำหน่ายรถยนต์ให้ได้มากกว่า 10 ล้านคัน/ปี

 

44

 

Ijichi ระบุว่า ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ผลกำไรลดลงในควอเตอร์สุดท้าย แม้ว่ายอดขายจะดีขึ้นเล็กน้อย รวมทั้ง Toyota เอง ก็อยู่ในช่วงเข้มงวดกับมาตรการการลดต้นทุน ยอดขายที่ลดลงในอเมริการวมทั้งผู้บริโภคหันเหไปซื้อรถบรรทุกขนาดเบา เป็นข้อแม้ที่ทำให้ผลกำไรลดลง

ผลการดำเนินงานในอเมริกาเหนือ ลดลง 5.9 % เหลือเพียง 1.38 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ราว 48.3 พันล้านบาท ขณะที่ยอดขายยังทรงตัวราว 684,000 คัน

Ijichi กล่าวว่า การตอบสนองที่เชื่องช้าต่อการเลือกใช้รถยนต์ของผู้บริโภคอเมริกัน ซึ่งลดการใช้รถยนต์นั่ง แต่หันไปใช้รถบรรทุกขนาดเบาเพิ่มขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้เราไม่สามารถจัดหารถบรรทุกขนาดเบาได้ทันต่อความต้องการ

ขณะเดียวกัน Toyota ก็ปรับลดประมาณการยอดขายในอเมริกาเหนือ สำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน จากแผนเดิม จะขายได้ราว 2.88 ล้านคัน ปรับลดลงเหลือเพียง 2.82 ล้านคัน เท่ากับลดลง 0.6 % จากเป้าเดิม

การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค ทำให้รุ่นรถที่มีจำหน่ายอยู่ ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยรถยนต์ประหยัดเชื้อเพลิง Toyota Prius Hybrid ยอดขายจนถึงเดือนตุลาคม ลดลงไป 12 % แม้ว่าจะได้ปรับโฉมใหม่เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่รถบรรทุกขนาดเบา มียอดขายเป็น 52 % ของยอดขาย Toyota ในอเมริกา ในขณะที่ยอดขายรถบรรทุกขนาดเบาของทั้งอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 60 % โดยรถยนต์นั่งขายได้ลดลง 12 % ในรอบ 10 เดือนแรก ขณะที่รถบรรทุกทำตัวเลขได้เพียง 7.1 % รวมทั้งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ที่ทำให้ผลกำไรลดลง โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินเยน กับ เมกซิกัน เปโซ และ เหรียญแคนาดา



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/YmfzP
วันที่เผยแพร่ : วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน 2559 เวลา 12:30 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th