บทความ

โพร์เช 718 บอกซ์สเตอร์ เพิ่มรหัส จัดจ้านด้วยเทอร์โบ !!


 

 หลังจากทำตลาดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว โพร์เช บอกซ์สเตอร์ (Porsche Boxster) รวมถึง Cayman (เคย์แมน) ก็ได้รับเกียรติจากทางค่ายให้มีรหัสประจำตัวนำหน้าชื่อ นั่นคือ “718” ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับตัวแข่งระดับตำนาน ในช่วงปี 1960

 

porsche-normal

 

โพร์เช 718 อาร์เอสเค ตัวแข่งที่เปิดตัวช่วงปี 1957

 

เราได้มีโอกาสทดลองขับ โพร์เช 718 บอกซ์สเตอร์ เป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ได้สัมผัสกับบุคลิกของสปอร์ทโรดสเตอร์ เครื่องยนต์วางกลางลำที่หาไม่ได้ง่ายๆในท้องตลาด ณ ปัจจุบัน นอกจากการมาพร้อมรหัสประจำตัวแล้ว ยังมีการปรับโฉมเล็กน้อยให้มีความทันสมัยขึ้น กันชนหน้า/ท้ายที่ดูคมเข้มกว่าเดิม ส่วนล้อแมกขนาด 18 นิ้ว ดูจะเล็กไปหน่อย จัดมาสัก 19 นิ้วจะลงตัวกว่านี้

 

20160729_093427

20160729_093519

 

ภายในห้องโดยสารเน้นมาดสปอร์ท หากเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนปรับโฉม จะพบว่ารูปทรงของช่องแอร์มีการเปลี่ยนแปลงไป นาฬิกาแบบแอนาลอกเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาด้านบน ปุ่มต่างๆจัดวางเอาไว้รอบส่วนคันเกียร์ แต่มีจุดที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด คือ รูปทรงของพวงมาลัยที่สวย สปอร์ท มากกว่าเดิม แถมติดตั้งปุ่มปรับเปลี่ยนโหมดการขับเคลื่อนมาไว้ใกล้ๆกับพวงมาลัย สะดวกสำหรับผู้ขับที่ต้องการ “ซิ่ง” ตามใจนึก ส่วนหน้าจอระบบสัมผัส แสดงผลระบบความบันเทิง และเนวิเกเตอร์ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

 

20160729_090239

Screenshot_20160731-190851

 

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงหลักของ 718 บอกซ์สเตอร์ คือ การหันมาใช้เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 300 แรงม้า (รุ่นก่อนหน้านี้ใช้เครื่องยนต์เบนซิน แบบไร้ระบบอัดอากาศ ขนาด 2.7 ลิตร กำลัง 265 แรงม้า) การทดสอบเริ่มด้วยการออกตัวในทางตรง เราพบว่า เจ้าสปอร์ทโรดสเตอร์คันนี้ มีอัตราเร่งที่ดุดันไม่เบา ใช้เวลาไม่นานก็สามารถไต่ความเร็วถึง 100 กม./ชม. ได้ไม่ยาก เครื่องยนต์ที่แผดเสียงจากด้านหลังให้ความรู้สึกเร้าใจเหลือเกิน ตามแบบฉบับเครื่องยนต์สูบนอน Boxer

 

2017-Porsche-718-Boxster-engine-02

20160729_092455

 

อย่างไรก็ตาม “ทีเด็ด” ของ โพร์เช 718 บอกซ์สเตอร์ คือ ความสมดุลของตัวรถขณะเข้าโค้ง รวมถึงขณะเบรค ข้อดีของการวางเครื่องยนต์กลางลำตัวรถ ทำให้ขณะเบรค ไม่มีอาการหน้าทิ่มให้รู้สึกมากนัก พ้นจากทางตรงยาว เราได้ลองการบังคับคุมแบบสลาลอม หลังจากเบรคลดความเร็วลงมา โรดสเตอร์คันนี้สามารถแล่นผ่านได้อย่างง่ายดาย ควบคุมอยู่มือ รวมไปถึงการเบรค และเข้าโค้งความเร็วสูง ตัวรถมีอาการโคลงเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เสียการบังคับควบคุม เกาะโค้งได้หนึบ ขับสนุกมาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนมาใช้โหมด สปอร์ท ที่ปุ่มบริเวณพวงมาลัย (เชื่อว่าหลายคนที่ได้ขับรถรุ่นนี้ คงใช้โหมดนี้เป็นประจำแน่นอน !!) หรือใครที่อยากเพิ่ม “อรรถรส” ของการขับขี่ เพียงเปิดประทุนผ้าใบเพื่อรับสายลมที่พัดผ่านรอบตัวก็ย่อมได้

 

20160729_091544

20160729_091137

 

โพร์เช 718 บอกซ์สเตอร์ เหมาะสมแล้วกับการได้รับรหัสประจำตัวระดับตำนาน จากบทพิสูจน์ตั้งแต่รุ่นแรกที่ทำตลาดเป็นเวลาร่วม 2 ทศวรรษ แสดงให้เห็นแล้วว่า โรดสเตอร์รุ่นนี้มีความโดดเด่นไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง 911 คาร์เรรา (911 Carrera) โดยเฉพาะทางโค้งที่เป็นเหมือน “สนามเด็กเล่น” ของรถรุ่นนี้จริงๆ !!

 

20160729_091040

 

โพร์เช 718 บอกซ์สเตอร์ : ราคา 7,500,000 บาท
เครื่องยนต์ เบนซิน เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร วางกลางลำ ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังสูงสุด 300 แรงม้า ที่ 6,500 รตน.
แรงบิดสูงสุด 38.8 กก.-ม. ที่ 1,950-4,500 รตน.
เกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ PDK
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.7 วินาที

 

หากต้องการความสะใจมากกว่าเดิม และมีงบประมาณเพียงพอ มีตัวเลือก คือ

 

โพร์เช 718 บอกซ์สเตอร์ เอส : ราคา 8,200,000 บาท
เครื่องยนต์ เบนซิน เทอร์โบ ขนาด 2.5 ลิตร วางกลางลำ ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังสูงสุด 350 แรงม้า ที่ 6,500 รตน.
แรงบิดสูงสุด 42.8 กก.-ม. ที่ 1,950-4,500 รตน.
เกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ PDK
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.2 วินาที

 

จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดย : บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด



------------------------------
เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์ poukhem@imc.co.th
คอลัมน์ Online : บก. ออนไลน์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1pCw9
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม 2559 เวลา 08:00 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th