บทความ

เมร์เซเดส-เบนซ์ ลีซิง ตั้งเป้ามีมาร์เกทแชร์ 55 %


เมร์เซเเดส-เบนซ์ ลีซิง ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งการตลาด 55 % มีรายได้อย่างต่ำ 35,000 ล้านบาท ลุยตลาดครึ่งปีหลังด้วยกลยุทธ์ดิจิทอล เพิ่มช่องทางออนไลน์ และช่องทางการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเพื่อนำเสนอบริการ

 

ศุภวุฒิ จิรมนัสนาคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรก เมร์เซเดส-เบนซ์ ลีซิง มียอดสินเชื่อรถยนต์ 6 เดือนแรกอยู่ที่กว่า 30,200 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 15 % เปรียบเทียบกับปีที่แล้ว (ปี 2558 ยอด 26,200 ล้านบาท) และมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 50 %

 

ขณะที่สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในที่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด เนื่องจากลูกค้าเป็นลูกค้าที่มีคุณภาพ ประกอบกับพโรแกรม “mySTAR Special” ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องเป็นอย่างดีจากลูกค้า เพราะลูกค้าชำระค่างวดเพียง 1 % ของราคารถยนต์ เมร์เซเดส-เบนซ์ เท่านั้น โดยในปัจจุบันลูกค้าที่เลือกพโรแกรม mySTAR คิดเป็น 25 % ของสินเชื่อรถยนต์ เมร์เซเดส-เบนซ์ และในช่วงเวลาเดียวกันผลิตภัณฑ์ประกันภัย “MB Protection” มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดถึง 70 % เติบโต 15 % เทียบกับปีก่อนหน้า และปัจจุบันให้การคุ้มครองลูกค้ามากกว่า 18,000 ราย

 

สำหรับครึ่งปีหลัง บริษัทฯ ยังคงเน้นกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปีนี้จะมีรายได้อย่างต่ำที่ 35,000 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งการตลาด 55 % โดยบริษัทฯ จะใช้กลยุทธ์และแผนการตลาด “The Best” อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Best Products and Services นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายที่ดีที่สุดครอบคลุมสำหรับลูกค้าทุกประเภท Best Customer Experience นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าตลอดระยะเวลาของสินเชื่อ แต่ที่ให้ความสำคัญมากในช่วงไตรมาส 3 และ 4 นี้คือ “Best Communication Channel” การมุ่งเน้นเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าทั้งผู้จำหน่ายรถยนต์ เมร์เซเดส-เบนซ์ และลูกค้ารายย่อย ด้วยการเพิ่มออนไลน์พแลทฟอร์มอีก 3 ช่องทาง เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการและผลิตภัณฑ์ของ เมร์เซเดส-เบนซ์ ลีซิง ได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมทั้งยังตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทอลของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของบริษัทฯ ประกอบด้วย “mySTAR Microsite” เวบไซท์เฉพาะที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มช่องทางให้กับลูกค้ารายย่อยที่เป็นลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าที่สนใจใช้บริการ mySTAR สามารถเข้าศึกษาและสืบค้นข้อมูลของ mySTAR ในแง่มุมต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงพโรแกรมคำนวณค่างวดพร้อมกับออกใบเสนอราคาได้ด้วยตัวเอง
ส่วน “‘myBUSINESS Application” แอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้จำหน่าย เมร์เซเดส-เบนซ์ เท่านั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ดีเลอร์สามารถทราบผลประกอบการของตัวเองได้ทุกวัน รวมไปถึงสถานะการขอสินเชื่อของลูกค้า นอกจากนี้ผู้จำหน่ายยังสามารถใช้ข้อมูลสถิติในการวิเคราะห์เชิงลึกได้ว่าพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปอย่างไร ด้วยพโรแกรม mySTAR

 

“Dealer Touchpoint” (DTP) คือ บริการเสริมในรูปแบบแอพพลิเคชันบนมือถือ ที่จะช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถทำธุรกิจได้ทุกที่ ทุกเวลา บนทุกอุปกรณ์ ระบบ Dealer touchpoint นำเอากระบวนการ ณ จุดขายทั้งระบบเข้าสู่ดิจิทอลพแลทฟอร์ม โดยมีทั้งระบบจัดการออกใบเสนอราคา และการขอสินเชื่อระบบ DTP ทำให้การจัดการคอมมิชชันและเงินสนับสนุนกลายเป็นเรื่องง่าย และช่วยให้สามารถติดต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยฟังค์ชันแชท รวมถึงการลดการใช้กระดาษในกระบวนการขายด้วยระบบแปลงภาพเอกสารให้เป็นเอกสารดิจิทอล นอกจากนี้ระบบยังถูกพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ แทบเลท และโทรศัพท์มือถือ



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/uzlxg
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 29 กรกฏาคม 2559 เวลา 15:40 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th