บทความ

พายุที่พัดผ่าน


 

Toyota-emblem-3

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยประสบปัญหากับสิ่งที่เป็นเสมือนลมพายุที่พัดผ่านมาในแวดวงอุตสาหกรรม มันเริ่มมาจากช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม 2559 เมื่อปรากฏภาพข่าวในเฟศบุค สังคมออนไลน์ที่เป็นที่นิยม เป็นภาพการลาจากของพนักงานสายการประกอบ โรงงาน โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยฯ นับร้อยคน สร้างความสับสนให้กับผู้สื่อข่าว ที่เร่งรีบตรวจสอบข่าวสารที่เกิดขึ้น

วันรุ่งขึ้น อังคารที่ 5 กรกฎาคม ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โตโยตา เร่งออกเอกสารชี้แจงถึงโครงการ “จากกันด้วยใจ” โดยระบุเหตุผลถึงเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัว ประกอบกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ที่มีผลต่อการส่งออก ทำให้ต้องปรับลดกำลังการผลิต รวมทั้งปรับลดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา จึงได้เปิดโอกาสให้พนักงานรับเหมาช่วง เข้าร่วมโครงการสมัครใจลาออก ตั้งเป้าหมายประมาณ 1,000 คน ซึ่งพนักงานจะได้รับเงินชดเชยครบถ้วน และยังพิจารณาจ่ายเงินเพิ่มพิเศษอีกด้วย โดยมีผู้สมัครใจประมาณ 800 คน พร้อมระบุว่า หากสถานการณ์ของตลาดรถยนต์ดีขึ้น ก็ยินดีที่จะรับพนักงานชุดนี้กลับเข้าทำงานเป็นอันดับแรก

ถัดมาอีกวัน เป็นวันที่มีผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย ไม่นับรวมแถลงการณ์ของสภาองค์การลูกจ้างแรงงานในหลายภาคส่วน ที่มีทั้งแสดงความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมทั้งร้องขอให้ปฏิบัติต่อลูกจ้างที่ให้ออกตามกฎหมายแรงงานเช่นกัน เป็นข่าวคราวทั้งในโซเชียลมีเดีย หน้าหนังสือพิมพ์ ทีวี และวิทยุ มากมาย

ท้ายสุด ในวันที่ 7 กรกฎาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ออกมาระบุว่า โครงการสมัครใจลาออก เกิดจากผลพวงที่บริษัทฯ จ้างพนักงานไว้มาก เพื่อรองรับการผลิตนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล เมื่อปี 2554 และเมื่อยอดการขายลดลงจากภาวะเศรษฐกิจโลก บริษัทฯ ก็จำเป็นต้องปรับจำนวนพนักงานให้สอดคล้องกับยอดขาย

ในอีกสองสามวันต่อมา ประเด็นของเรื่อง “จากกันด้วยใจ” เกือบจะกลายเป็นประเด็นทางการเมือง หลังจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกมาให้ความเห็น นักการเมืองพากันออกมาระบุว่า เกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ทำให้เหตุการณ์ต้องกลับกลายเช่นนี้ เรียกว่า กำลังว่างงานทางการเมือง ก็เลยต้องออกมาให้ความเห็นกันเสียหน่อย ซึ่งทางฝ่ายรัฐบาลก็ไม่มีใครออกมาโต้เถียง

แต่พอเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ที่ผ่านมา ข่าวต่างประเทศจากประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า โตโยตา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น ประกาศมาตรการลดต้นทุน รวมไปถึงการปิดลิฟท์ 3 ใน 8 ตัว ที่สำนักงานใหญ่ กรุงโตเกียว เพื่อกระตุ้นเตือนให้พนักงานบริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของเศรษฐกิจโลก ที่กำลังได้รับผลกระทบจากกรณีสหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป จนทำให้ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลง โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินเยนแข็งขึ้น ซึ่งมีผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทรถยนต์รายใหญ่ของโลก จึงได้ตัดสินใจใช้มาตรการลดค่าใช้จ่ายทุกรูปแบบ เหมือนเมื่อครั้งที่บริษัทฯ ประกาศมาตรการต่างๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ในช่วงเกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ เมื่อปี 2551

เพียงเท่านี้ ลมพายุที่กำลังจะแปรเป็นลมการเมือง ก็แทบจะแผ่วหายไปกับสายลม และชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ เหมือนเดิม

 

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : บก. ออนไลน์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Hi8i1
วันที่เผยแพร่ : วันจันทร์ ที่ 11 กรกฏาคม 2559 เวลา 10:00 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th