บทความ

พนักงาน มิตซูบิชิ เริ่มกังวล


ในภาพ สายการผลิตของรถยนต์ มิตซูบิชิ ที่เมืองคูราชิกิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแหล่งผลิตรถมีนีคาร์ นิสสัน เดย์ซ์ และ มิตซูบิชิ อีเค แวกอน ซึ่งได้รับการร้องเรียนว่า มิตซูบิชิ หลอกลวงค่าประหยัดเชื้อเพลิง ทำให้เกิดกรณีอื้อฉาวจน นิสสัน ต้องเข้ามาซื้อหุ้นของ มิตซูบิชิ ในปัจจุบัน

จากกรณีอื้อฉาวที่ค่าย มิตซูบิชิ ได้รับการร้องเรียนเรื่องอัตราการประหยัดเชื้อเพลิง จนภาครัฐต้องเข้ามาตรวจสอบ และทำให้ค่าย นิสสัน เข้ามาซื้อหุ้นจาก มิตซูบิชิ 34 % โดยที่ การ์โลส โกส์น ซีอีโอ นิสสัน ระบุว่า จะเป็นการเพิ่มความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ที่ทำให้นักลงทุนชาวญี่ปุ่นพากันขานรับการซื้อขายหุ้นครั้งนี้อย่างดี

แต่เหตุการณ์ในโรงงานของ มิตซูบิชิ ที่มิซูชิมาทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะทั้งพนักงานในโรงงานและผู้ผลิตชิ้นส่วน และผู้อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ ต่างตระหนกกับข่าวเมื่อเดือนเมษายน ที่ว่ามีการทดสอบอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรถมีนีคาร์ ที่ มิตซูบิชิ รับจ้างผลิตให้กับ นิสสัน ผิดพลาดไปจากมาตรฐาน รวมทั้งมีการปรับปรุงเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ได้ค่าประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีด้วย

จากการสอบสวนพบว่า รถบางรุ่นไม่ได้ทำการทดสอบตามมาตรฐานที่ถูกต้อง มาตั้งแต่ปี 2534 และจากแรงกดดันจากภาครัฐ ทำให้ค่าย มิตซูบิชิ ต้องระงับการผลิต นิสสัน เดย์ซ์  และ มิตซูบิชิ อีเค แวกอน ในโรงงานที่มิซูชิมา ซึ่งกระทบกระเทือนไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วน ที่ไม่สามารถป้อนชิ้นส่วนให้กับโรงงานได้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ตรวจสอบได้อนุญาตให้ มิตซูบิชิ กลับมาทำการผลิตได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ทำให้ทั้งพนักงานและผู้ผลิตชิ้นส่วน สงสัยว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เพราะชื่อเสียงของ การ์โลส โกส์น เป็นที่รู้จักกันในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นดีว่า มีอารมณ์ศิลปิน และมักจะตัดราคาต้นทุนแบบไม่เกรงใจใคร เพื่อให้รถ นิสสัน มีราคาถูกลง โดยได้ชื่อเรียกกันเล่นๆ ว่าเป็น LE COST KILLER

ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบนับแต่หยุดการผลิตเมื่อเดือนเมษายน กล่าวว่า โรงงาน HIRUTA KOGYO ซึ่งผลิตระบบส่งกำลังให้กับ มิตซูบิชิ ต้องเลิกจ้างพนักงานไป 220 คน จากพนักงานทั้งหมด 3,000 คน เมื่อ มิตซูบิชิ ตัดสินใจขายหุ้นของตัวเองไปหนึ่งในสาม เพื่อการอยู่รอด มิตซูบิชิ และผู้ผลิตชิ้นส่วนก็จะต้องเผชิญปัญหากับ “วิถีของ นิสสัน” ในเรื่องการกดราคาชิ้นส่วนอย่างแน่นอน

โรงงานมิซูชิมา ในช่วงรุ่งเรือง สามารถผลิตรถเก๋งได้ถึง 2,000 คัน/วัน ทั้ง แลนเซอร์, มิราจ และ มีนีคาร์ แต่เมื่อปีที่แล้ว ยอดการผลิตลดลงกว่า 60 % จากที่เคยรุ่งเรือง และแม้ว่าจะสามารถกลับมาดำเนินงานได้อีกครั้ง เพราะได้เม็ดเงินอัดฉีดจาก นิสสัน 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และคำอนุมัติจากภาครัฐ แต่ความเสียหายของชื่อเสียงของบริษัทฯ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่เชื่อถืออีกต่อไป

ชื่อเสียงของ การ์โลส โกส์น เมื่อครั้งเข้ามาบริหารค่าย นิสสัน เมื่อปี 2542 โกส์น ได้สั่งหยุดการผลิตของโรงงานในญี่ปุ่น 5 แห่ง ลดจำนวนพนักงานลง 14 % และเลือกผู้ผลิตชิ้นส่วนที่สามารถตอบสนองความต้องการของ นิสสัน ทั้งในเรื่องปริมาณที่เพิ่มขึ้น และราคาที่ถูกลง เก็บไว้ทำงานร่วมกันต่อเพียงครึ่งเดียว

ในคำแถลงการเข้าซื้อหุ้นของ นิสสัน ระบุว่า เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิศวกรรม ระบบส่งกำลัง โรงงานที่ใช้ในการผลิต และการจัดซื้อชิ้นส่วน ทำให้พนักงานของค่าย มิตซูบิชิ ในปัจจุบัน ต่างพากันสงสัยว่า เรื่องไหนจะมาถึงก่อนเป็นอันดับแรก เรื่องที่สำคัญคือ จะมาถึงเมื่อใด



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ixmVy
วันที่เผยแพร่ : วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฏาคม 2559 เวลา 09:16 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th