BYD ATTO 1
ลองขับ Omoda C5 EV ปรับโฉมทั้งภายนอก และภายใน ราคาพิเศษที่ 629,000 บาท คุ้มหรือไม่ !?!
ลองขับ Ford Ranger Super Duty โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ !
พิสูจน์พลังขับ 4 เครื่องใหม่ 2.2 Ddi Maxforce ใน MU-X และ V-Cross ณ สนาม Isuzu 4x4 Experience
Subaru เปิดตัว Crosstrek ใหม่
BYD Atto 2 BEV-SUV คู่เปรียบ HR-V/Yaris Cross
All-New Nissan Kicks e-POWER ปรับโฉมใหม่ มาพร้อมระบบช่วยขับขี่ ProPILOT
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์
Toyota จัดกิจกรรม “Green Tea Green Town X ร้องเปลี่ยนโลก”
Chery มอบโปรแกรม Lifetime Warranty
Samsung Galaxy S26 series และ S26 Ultra
Honor Magic 8 Pro
REDMI Note 15 Series หัวใจหลัก คือ ความทนทาน ระดับ "REDMI Titan" แบทเตอรีใหม่ Silicon-Carbon
ช็อก ! 2026 ทำไม Neta มือ 2 รถขายดี
เปิดโรงงาน Yadea เบื้องหลังมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 100 ล้านคันทั่วโลก
เปิดโรงงาน ชุดแต่งตัวดัง Isuzu MU-X และ Toyota Fortuner : FREE FROM
ไฟเตือนบนหน้าปัดรถยนต์เป็นสัญญาณสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรใส่ใจ โดยสีของไฟเตือนมีความหมายแตกต่างกัน ไฟสีแดงบ่งบอกถึงอันตรายร้ายแรงที่ต้องหยุดรถตรวจสอบทันที ไฟสีเหลือง/ส้มเตือนให้ตรวจสอบความผิดปกติที่ยังสามารถขับต่อได้ด้วยความระมัดระวัง ส่วนไฟสีเขียวแสดงว่าระบบกำลังทำงานอยู่ ตัวอย่างเช่น ไฟเตือนระบบเบรกอาจหมายถึงเบรกมือยังไม่สุด หรือน้ำมันเบรกรั่ว ไฟเตือนแบตเตอรี่เตือนว่าแบตเตอรี่ใกล้หมด หรือไดชาร์จมีปัญหา
หากพบไฟเตือนต่างๆ เช่น ระบบล็อกล้อ ABS, ถุงลมนิรภัย, อุณหภูมิเครื่องยนต์สูง, พวงมาลัยไฟฟ้า, แรงดันน้ำมันเครื่องต่ำ, หรือไฟเตือนเครื่องยนต์ ควรนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมเพื่อตรวจสอบและแก้ไขโดยเร็ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ควรสังเกตไฟเตือนระบบควบคุมการทรงตัว ซึ่งจะช่วยควบคุมรถเมื่อเสียหลัก และตรวจสอบให้แน่ใจว่าประตูรถปิดสนิทก่อนออกเดินทาง
บทความแนะนำ
10 ไอเดียแก้ง่วง ขับรถทางไกล ขับรถนาน แต่ต้องไปต่อ
สมาคมรถโบราณฯ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568
จุดเสี่ยง ! เลี่ยงจอดรถ ช่วงฝนตกหนัก พายุเข้า
นำรถโบราณเข้าประเทศ เปิดโอกาสนักสะสม-เพิ่มรายได้ภาษี
สัญลักษณ์บนหน้าปัดรถ สำคัญแค่ไหน บอกอะไรบ้าง !
ขับทางไกลต้องรู้ ! สัญลักษณ์บนหน้าปัดรถ บอกอะไรเรา
Follow Motor Expo Club Network