บทความ

หัวเทียนบอด !


สตาร์ทติดยาก เครื่องสั่น เร่งไม่ขึ้น อาการเหล่านี้สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน อาจเกิดจาก “หัวเทียนบอด” DIY…คุณทำเองได้ ฉบับนี้ มีวิธีเปลี่ยนหัวเทียน มาฝากกัน

 

การทำงานของหัวเทียน

หัวเทียนจะทำงานเมื่อเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ผ่านไดสตาร์ท คอยล์จุดระเบิดจะส่งกระแสไฟไปตามสายหัวเทียน ผ่านขั้วหัวเทียนลงมายังแกนกลาง และกระโดดข้ามไปยังเขี้ยวหัวเทียน ซึ่งมีประกายไฟเกิดขึ้นในขั้นตอนนี้ ประกายไฟจะเป็นตัวจุดให้ส่วนผสมระหว่างอากาศและน้ำมัน เกิดการระเบิดและเผาไหม้ จนผลักลูกสูบให้หมุนขึ้น/ลง เพื่อแปลงเป็นกำลังขับเคลื่อนรถยนต์ต่อไป

 

หัวเทียนบอด ต้องเปลี่ยน

อาการของเครื่องยนต์ที่บ่งบอกถึงหัวเทียนเริ่มเสื่อมสภาพ คือ สตาร์ทติดยาก เครื่องเดินไม่เรียบ สั่น และเร่งไม่ขึ้น เนื่องจากหัวเทียนจุดประกายไฟได้ยาก และจุดระเบิดไม่สม่ำเสมอ

หากไม่แน่ใจว่าอาการเหล่านี้เกิดจากการเสื่อมสภาพของหัวเทียนหรือไม่ ให้ลองถอดหัวเทียนออกมาตรวจเชคดู (ดูในขั้นตอนการทำ) หัวเทียนที่หมดสภาพจะมีลักษณะเป็นคราบเขม่าดำ มีคราบน้ำมัน เขี้ยวสึกกร่อนเป็นลักษณะโค้งไม่มีเหลี่ยมคม เป็นต้น

ในการเปลี่ยน แนะนำให้เปลี่ยนพร้อมกันทีเดียวทุกหัว จะได้เริ่มนับหนึ่งไปพร้อมกัน ถ้าเป็นรถใหม่ที่อยู่ในระยะเวลาการรับประกันควรแจ้งศูนย์บริการให้เปลี่ยนใหม่ แต่ถ้าเป็นรถที่พ้นการรับประกันไปแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนได้เอง โดยเปิดดูระยะทาง หรือระยะเวลาที่กำหนดที่ต้องเปลี่ยน ดูเบอร์ และชนิดของหัวเทียน ให้ตรงตามคู่มือ

 

เน้นเลือกหัวเทียน ตามสเปค

หัวเทียนร้อน คือ หัวเทียนที่มีขนาดของฉนวนที่ยาว ทำให้ระบายความร้อนได้ช้า ความร้อนจะสะสมในหัวเทียนได้มากกว่า เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองระยะทางสั้นๆ ที่ใช้ความเร็วไม่มาก โดยเบอร์ของหัวเทียนจะมีตั้งแต่ เบอร์ 7 ลงมา

ส่วนหัวเทียนเย็น คือ หัวเทียนที่มีขนาดของฉนวนที่สั้น ทำให้ระบายความร้อนออกไปได้รวดเร็ว ความร้อนสะสมที่หัวเทียนไม่มาก เหมาะสำหรับรถที่ใช้ความเร็วสูงเป็นระยะเวลานาน เช่น เครื่องยนต์ เทอร์โบ หัวเทียนจะเป็นเบอร์ 8 ขึ้นไป

 

สายหัวเทียนอาจเสื่อมสภาพ

r

ให้ติดเครื่องยนต์ไว้ แล้วดึงจุกยางหัวเทียนที่ฝาสูบออกทีละอัน สังเกตเครื่องยนต์ ถ้ามีอาการกระตุกรอบเครื่องเบา แสดงว่าสายหัวเทียนยังใช้งานได้ปกติ ถ้าสายมีปัญหาทำแบบนี้จนครบทั้ง 4 สูบ

นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบด้วยมัลทิมิเตอร์ วัดค่าความต้านทานของสาย โดยใช้ปลายสายของมัลทิมิเตอร์ สีแดงและดำ แตะตรงปลายสายอย่างละ 1 ข้าง ถ้าปกติจะวัดได้ประมาณ 1-10 กิโลโอห์ม (สายสั้น ค่าที่ได้จะน้อยกว่า) ถ้ามากกว่านี้แสดงว่าสายอาจเสื่อมสภาพ ถ้าวัดแล้วไม่ขึ้นเลยแสดงว่าสายขาด อุปกรณ์หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์รถยนต์ทั่วไป ราคาหลักร้อยจนถึงหลักพันบาท

 

อุปกรณ์

tools

1. ประแจขันนอท

2. บลอคยาวเบอร์ 9

3. หัวเทียนใหม่

4. ถุงมือ

 

ขั้นตอนการเปลี่ยนหัวเทียน

1. ตรวจเชคบริเวณสายหัวเทียน ว่ามีรอยแตก รั่ว ตรงไหนหรือไม่ สายหัวเทียนต้องอยู่ในสภาพดีเสมอ

1

 

2. ค่อยๆ ดึงจุกสายหัวเทียนออก

2

 

3. นำประแจ บลอคยาวเบอร์ 9 ใส่เข้าไปในรูหัวเทียน หมุนทวนเข็มนาฬิกา

3

 

4. ดึงประแจที่ไขหัวเทียนเก่าขึ้นมา ตัวหัวเทียนจะติดมากับบลอคด้วย

4

 

5. นำหัวเทียนอันใหม่ ใส่เข้าไปในบลอคประแจให้แน่น

5

6. นำประแจที่ใส่หัวเทียน สอดเข้าไปในตำแหน่งเดิมที่ถอดออก

6

 

7. ขันหัวเทียน ทิศทางตามเข็มนาฬิกา แค่พอตึงมือ

7

 

8. เมื่อใส่แน่นแล้ว เอาประแจออก ใส่จุกสายหัวเทียนเข้าไปที่เดิม กดให้แน่น

8

 

9. ทำตามขั้นตอนที่ 2-8 จนครบทุกตัว แล้วประกอบชิ้นส่วนที่ถอดออกกลับคืน (ถ้ามี) เป็นอันเสร็จ

9



------------------------------
เรื่องโดย : พีรพัฒน์ อินทมาตย์
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2558
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lu58r

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New