บทความ

ซูบารุ เลอโวร์ก


น้องใหม่ ไฟแรง ไดเรคท์อินเจคชัน เทอร์โบ 300 แรงม้า

 

ซูบารุ เลอโวร์ก (SUBARU LEVORG) ผสมผสานรถ 2 ประเภท คือ “รถสปอร์ท” กับ “แวกอน” เข้าไว้ด้วยกัน และมีห้องบรรทุกสัมภาระกว้าง

กันชนหน้ารูปทรง 3 มิติ โคมไฟหน้าโฉบเฉี่ยวพร้อมไฟแบบแอลอีดี กระจังหน้าทรงกว้างและช่องรับลมสไตล์สปอร์ท เฟนเดอร์ขนาดใหญ่ แนวเส้นของหลังคาต่ำและประตูท้ายลาดลง ให้สมรรถนะทั้งด้านรูปแบบ ด้านอากาศพลศาสตร์ และด้านความแข็งแกร่ง เช่น ล้ออลูมิเนียม เป็นต้น

การตกแต่งภายใน เน้นสีดำเคลือบเงาแบบเพียโนบแลค ประดับด้วยโลหะหรือชุบโครเมียมแบบสปอร์ท เบาะนั่งบุด้วยหนังแท้เดินตะเข็บสีน้ำเงิน เบาะคนขับสามารถบันทึกตำแหน่งที่นั่งของผู้ขับขี่ได้ถึง 4 คน ในรุ่น 1.6 และ 2.0 จีที อายไซท์ (GT EYESIGHT) เบาะข้างคนขับติดตั้งระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางด้วย

พื้นที่ภายในห้องโดยสารโล่งสบาย มีระยะห่างระหว่างที่นั่งซ้าย/ขวา และบริเวณที่วางเข่าของที่นั่งแถวหลังกว้าง จึงไม่ค่อยทำให้เหนื่อยล้าแม้ในการเดินทางไกล และทุกคนจะใช้เวลาเดินทางได้อย่างสบาย นอกจากนี้ ประตูหน้า/หลังที่เปิดได้กว้าง ช่วยให้ขึ้น/ลงรถได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย

ห้องบรรทุกสัมภาระของ เลอโวร์ก มีปริมาตรถึง 522 ลิตร และมีพื้นราบเรียบใกล้เคียงกับระดับของประตู ช่วยให้นำสัมภาระขึ้น/ลงรถได้สะดวก ที่นั่งแถวหลังแบบพับเก็บได้ ช่วยขยายขนาดห้องบรรทุกสัมภาระอย่างอิสระซ้าย/ขวา เมื่อถอดแผ่นปิดพื้นชั้นบนจะมีพื้นที่เพิ่ม 7 ลิตร และเมื่อถอดส่วนล่างออกจะมีพื้นที่ลึกลงไปอีก 33 ลิตร สามารถเก็บได้ตั้งแต่ของเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงสัมภาระที่มีความสูงได้ และกั้นแยกส่วนได้ด้วยแผ่นปิด

เลอโวร์ก ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ระบบไดเรคท์อินเจคชัน เทอร์โบ (DIT) 2 ขนาด คือ 1.6 และ 2.0 ลิตร

ในรุ่น 1.6 ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กน้ำหนักเบา ประหยัด ขนาด 1.6 ลิตร ไดเรคท์อินเจคชัน เทอร์โบ ที่ผ่านการลดขนาดและใส่เทคโนโลยีทั้งหมดที่ ซูบารุ มีอยู่ลงไป ทำให้ได้ทั้งกำลัง และความประหยัดเชื้อเพลิง ลบล้างภาพของระบบเทอร์โบลงไป โดยให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (125 กิโลวัตต์) ที่ 4,800-5,600 รตน. และแรงบิดสูงสุด 25.5 กก.-ม. (250 นิวตัน-ม.) ที่ 1,800-4,800 รตน.

ระบบถ่ายทอดกำลัง ใช้ระบบลิเนียร์ทรอนิคแบบใหม่ ที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา เงียบยิ่งขึ้น และมีการปรับอย่างละเอียดเป็นพิเศษสำหรับ เลอโวร์ก เพิ่มประสิทธิภาพ ให้สมรรถนะ และประหยัดเชื้อเพลิง ซูบารุ ยังได้ติดตั้ง ไอดลิงสตอพ ซึ่งเครื่องยนต์จะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อรถหยุดอยู่กับที่ จึงช่วยลดไอเสียและการใช้เชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็น อีกทั้งการควบคุมให้เครื่องยนต์เริ่มทำงานอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

บรรจุระบบเอสไอ-ดไรฟ (SI-DRIVE) แบบ 2 โหมด ที่สามารถแบ่งแยกสมรรถนะในการขับขี่ตามความต้องการและการใช้งาน คือ อินเทลลิเจนท์โหมด (I) ส่งกำลังอย่างนุ่มนวลและประหยัดเชื้อเพลิง กับสปอร์ทโหมด (S) ที่สนุกกับอัตราเร่งรวดเร็วถึงใจ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบแอคทีฟ ทอร์คสปริท (AWD) ที่กระจายแรงบิดไปยังล้อหน้า/หลังอย่างเหมาะสม ตามสภาพทางและการขับขี่ เพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งและเพิ่มสมรรถนะบนทางลื่น

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ไดเรคท์อินเจคชันเทอร์โบ แรงสะใจ ด้วยกำลังสูงสุด 300 แรงม้า (221 กิโลวัตต์) ที่ 5,600 รตน. แรงบิดสูงสุด 40.8 กก.-ม. (400 นิวตัน-ม.) ที่ 2,000-4,800 รตน. เร่งแรงตั้งแต่ต้นจนถึงความเร็วสูง

และใช้ระบบเอสไอ-ดไรฟ แบบ 3 โหมด ที่สามารถลิ้มรสสมรรถนะสูงส่งของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่ โดยนอกจาก อินเทลลิเจนท์โหมด กับสปอร์ทโหมด แล้วยังเพิ่ม สปอร์ทชาร์พโหมด (S#) ที่ให้การตอบสนองคันเร่งเร็วยิ่งขึ้น และแบ่งอัตราทดเกียร์เป็น 8 ขั้น กับใช้ระบบสปอร์ทลิเนียร์ทรอนิค ที่รองรับการส่งกำลังสูง เพิ่มความเร็วในการเปลี่ยนจังหวะเวลาใช้แมนวลโหมด

กระจายแรงบิดให้ล้อหน้า/หลังในสัดส่วน 45:55 โดยใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบวีทีดี (VTD-AWD) ที่ช่วยให้สามารถขับขี่แบบสปอร์ทด้วยการเพิ่มการกระจายแรงบิดไปยังล้อหลัง ทำให้ควบคุมทิศทางการเลี้ยวง่าย และเพิ่มการยึดเกาะในทิศทางด้านข้างด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2558
คอลัมน์ : รถใหม่ 4×4
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/FPK2L
อัพเดทล่าสุด
13 Aug 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th