บทความ

AUDIO PROCESSOR


ผมคาดหวังว่า ท่านผู้อ่าน CAR STEREO ของเรา คงจะได้เนื้อหาสาระที่จุใจกันอย่างใจจดจ่อ รอที่จะติดตามภาคต่อของเรื่องราวน่ารู้ และน่าสนใจเกี่ยวกับ AUDIO PROCESSOR ที่กำลังจะบรรเลงกันในตอนที่ 2 นี้ครับ

มาว่ากันต่อจากฉบับที่ผ่านมานั้น เราได้แนะนำเจ้า AUDIO PROCESSOR ไปกัน 3 ตัว เริ่มตั้งแต่ 2 ตัวแรก จากค่าย AUDISON บแรนด์อิตาลี และตัวที่ 3 จากค่าย ROCKFORD FOSGATE สหรัฐอเมริกา ว่าตัวไหนเหมาะกับระบบแบบใด ส่วนจะมีข้อดีข้อด้อยต่างกันแบบไหนบ้าง ก็หวังว่าจะเป็นตัวช่วยให้ท่านผู้อ่านได้เลือกซื้อหาให้ถูกต้องกับความต้องการ

สำหรับฉบับนี้ เรามาลุยกันต่อ โดยเริ่มต้นกันที่ AUDIO PROCESSOR จากค่ายอิตาลีเช่นกัน แต่ต่างสังกัดผู้ผลิต ก็คือ MOSCONI ครับ ถึงแม้ค่ายนี้จะเกิดมาเพียงไม่กี่ปี แต่ทีมวิศวกรที่ออกแบบนั้น มิใช่มือใหม่ เรียกว่ายกทีมมาจากอีกค่ายหนึ่งเลยก็ว่าได้ และมาเพื่อสานฝันพโรเจคท์ดีๆ ให้เกิดขึ้น ค่ายนี้มีการแนะนำสินค้าในหมวด AUDIO PROCESSOR มาแล้ว 2 รุ่น รุ่นแรกเปิดตัวมาเกินครึ่งปี คือ DSP6 TO 8 กับความสามารถที่เหนือชั้น และไม่น้อยหน้าใคร

ด้วยฟังค์ชันเด็ดๆ ที่โดดเด่น คือ สามารถควบคุมการสั่งงานหลักๆ ได้โดยสมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ ทั้งการเปลี่ยนเมโมรีที่เราตั้งค่าไว้ได้ 4 แบบ ทั้งการปรับระดับความดังของระบบเสียง ทั้งการปรับเร่ง และลดความดังของซับวูเฟอร์ ทั้งปรับ FADER BALANCE ของลำโพง โดยทุกสิ่งอย่างที่กล่าวมานั้น เพียงคุณเข้าไป

DOWNLOAD APPLICATION จากเวบไซท์มาก็สามารถเชื่อมต่อได้อย่างสะดวกสบาย ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดจอควบคุมซึ่งเขาก็ผลิตออกมาแยกขาย สำหรับท่านที่ยังต้องการควบคุมการทำงานแบบปกติทั่วไปอยู่ครับ

สิ่งที่น่าสนใจของเจ้า DSP6 TO 8 ยังไม่หมดแค่นี้ ก็คือ คุณภาพของน้ำเสียงที่ออกมานั้นถูกถ่ายทอดได้อย่างน่าประทับใจ มีความเป็นธรรมชาติอย่างที่ต้องบอกเลยว่า ประทับใจ ส่วนพวกลูกเล่นที่น่าสนใจของเจ้า DSP6 TO 8 นี้ คือ OPTION พิเศษๆ ที่เราซื้อเพิ่มได้อีกหลายอย่าง เริ่มต้นด้วย ภาค OPTICAL INPUT/OUTPUT ที่ทำให้ท่านสามารถนำสัญญาณแบบดิจิทอล มาต่อเข้าในระบบ อีกทั้ง ยังมีชุด MODULE STREAMING ที่ให้ท่านๆ สามารถนำการเล่นผ่าน A2DP เช่น พวกโทรศัพท์มือถือ เครื่อง IPOD IPHONE IPAD และอื่นๆ ที่มีลักษณะการทำงานแบบนี้ เพื่อเชื่อมต่อและเล่นเพลงเข้ามาในระบบให้คุณภาพเสียงขยับไปสู่โลกดิจิทอลอย่างสมบูรณ์แบบเลยครับ ส่วนเจ้า MODULE BLUETOOTH นั้นก็เช่นกัน ท่านแค่สั่งเพิ่มมาเสียบเข้าไปบน MAINBOARD ของเครื่อง แค่นั้นทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

มีภาค INPUT 6 แชนแนล และ OUTPUT 8 แชนแนล ให้ท่านใช้งานได้อย่างละเอียดยิบกับอีควอไลเซอร์ แบบ 1/3 ออคเทฟ อิสระ และครอสส์โอเวอร์ที่รับประกันว่ามิได้ด้อยไปกว่ารายใด งานนี้ถือว่าเป็นคู่ชกอีกคู่ที่ไม่น่ามองข้ามกับค่ายเก่าจากอิตาลีที่ครองตลาดมาหลายปีแล้ว

ส่วนรุ่นน้องอีกโมเดลที่เพิ่งวางจำหน่ายสดๆ ร้อนๆ ก็คือ DSP6 TO 8 ที่มาเพื่อตอบสนองนักเล่นที่ใช้ระบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เช่น BI-AMPS และ TRI-AMPS แต่ไม่ต้องการสิ้นเปลืองบานปลายไปถึง QUAD-AMPS ครับ ก็เลือกรุ่นน้องที่รองลงมาได้โดยที่ประหยัดสตางค์ไปพอสมควร สนนราคาของเจ้าพี่ใหญ่ก็ราว 2 หมื่นปลายๆ ถึง 3 หมื่นบาทนิดๆ ส่วนเจ้าน้องเล็กก็ราวๆ 2 หมื่นบาทนิดๆ เท่านั้น แล้วแต่ท่านจะเลือกซื้อหากันเลย

ส่วนสินค้าที่อยากหยิบยกมาต่อไปก็คือ ค่าย HELIX เยอรมนี ก็ยกทัพมาบุกเมืองไทยแบบเต็มสูบเช่นกันครับ ถึงแม้ว่าหน้าตาจะออกมาแบบดิบๆ เรียบๆ และไม่หวือหวา แต่ก็ได้ซ่อนความแจ่มแจ๋ว ไว้ในตัว มาดูรายละเอียดกันต่อครับ

เจ้า HELIX DSP และ C-DSP 2 รุ่นที่คลอดมาใกล้เคียงกัน เพื่อบุกยึดกลุ่มลูกค้าที่โดนฉกฉวยไปหลายปี จากการพัฒนาระบบวงจรตามสไตล์คนเยอรมัน ที่ข้าจะช้าไม่ว่า แต่ต้องออกมาดี สินค้ากลุ่มนี้กว่าจะคลอดได้ เราก็รอกันมาหลายปีครับ สำหรับรุ่นเก๋า อย่าง HELIX DSP ที่สร้างมาเพื่อรองรับแฟนๆ HELIX และ BRAX ด้วย INPUT แบบ เข้า 6 ออก 8 เช่นกันกับรุ่นใหญ่แทบทุกค่ายที่กล่าวมากับภาค HI-INPUT อีก 4 ชุด เพื่อสื่อสารทาง USB2.0 ทำให้รวดเร็ว และรองรับ WINDOW OS ได้อย่างยอดเยี่ยม ผนวกกับชิพ DSP ความละเอียดสูงถึง 56 บิท พร้อมกับความโดดเด่นตรงที่ ทาง HELIX ระบุมาเลยว่าค่าความเพี้ยนต่ำกว่าใคร โดยเมื่อลงไปดูในรายละเอียดก็พบว่าค่า S/N RATIO สูงมากถึง 112 ดีบี และ THD 0.001 % ในโหมดดิจิทอล ซึ่งต้องบอกว่าเจ๋งสุดๆ ครับ ัสมราคาคุยจริงๆ แค่นั้นยังไม่พอ สำหรับภาค A/D และ D/A ทั้ง 2 ชิพ ยังเลือกใช้ครอสส์โอเวอร์แบบ BURRBROWN ที่นักเล่น HI-END ทั้งหลายชื่นชอบอีกด้วย

ส่วนเจ้ารุ่น C-DSP นั้น ผลิตมาเพื่อรองรับระบบเสียงที่ใช้เครื่องเล่นที่ติดตั้งมาจากโรงงาน เพียงแค่ท่านต่อสายลำโพงเดิมของรถ มาเข้าทางชุด INPUT แค่นั้น ระบบเสียงในรถท่านที่เคยแสนจะธรรมดา ก็กลายเป็นระบบสุดยอดที่สามารถปรับแต่งให้ลงตัวได้ดังใจต้องการ เพียงแค่ท่านมีคนที่จะทูนเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เมื่อลงมาดูรายละเอียดลึกๆ ในการออกแบบจากคู่มือการใช้ ยิ่งเห็นสิ่งที่เขาใส่ใจในการออกแบบมากมายครับ วงจรที่ฉลาดกว่าด้วยการตรวจจับสัญญาณ OPTICALอัตโนมัติ หากเราปล่อยสัญญาณดิจิทอลเข้ามาที่กล่องวงจร จะเลือก INPUT มาเป็นดิจิทอลทันที โดยไม่ต้องไปกดสั่งงานให้ยุ่งยากหลากหลายขั้นตอน

สิ่งที่ท่านผู้อ่านต้องเลือกใช้ก็คือ หากใช้งานกับระบบของรถที่เป็น HIGH POWER ทั่วๆ ไปท่านเลือกใช้รุ่นที่มี HI-INPUT แบบ 4 ชุด ส่วนถ้าท่านขับรถที่ซับซ้อนประเภทมีเพาเวอร์แอมพ์ที่มากับโรงงาน หรือพวกที่เป็นระบบ CAN BUS ที่ต้องเลือกใช้รุ่นที่มี HI-INPUT 8 ช่อง ครับ คือ C-DSP นั่นเอง แค่นี้ก็จะไม่สับสนในการเลือกใช้ครับ หากในรถที่ใช้เครื่องเล่นซีดีทั่วๆ ไปที่มีจำหน่ายมากมาย ที่มีภาค PRE OUT เลือกใช้รุ่นไหนก็ได้ตามสะดวกครับ เพราะทั้ง 2 รุ่นที่ว่ามานั้นมีสัญญาณ OUT แบบ 8 ช่องเหมือนกัน มีช่อง OPTICAL INPUT เหมือนกัน

ฉบับนี้ผมลงให้แค่นี้ก่อน คราวหน้าจะเลือกของเด็ดๆ มานำเสนอกันอีก ไม่ผิดหวังแน่นอนรับประกันเลยครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ภควัต เลาหวิโรจน์
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ลับเฉพาะ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ESKkd

บทความที่เกี่ยวข้อง

ROCKET SOUND ติดตั้งชุดเครื่องเสียง แดนปลาดิบ
GOLDENKEY จัดชุดเสียงดังฟังไพเราะ
GOLDENKEY จัดหนักชุดเสียง ระดับ VIP
สากลเทคนิค จัดชุดเสียง SQ ใน เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค
ROCKET SOUND จัดชุดเสียงบแรนด์เดียว ใน โตโยตา วีออส
GOLDENKEY โชว์คาร์เอนเตอร์เทนเมนท์ชุดเล็ก
อัพเดทล่าสุด
22 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th