บทความ

เทคนิคการต่อลำโพงซับวูเฟอร์


ฉบับนี้ทีมงาน ฯ นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเทคนิคการต่อลำโพงซับวูเฟอร์ ในปัจจุบันลำโพงซับวูเฟอร์ถูกออกแบบให้สามารถรองรับการต่อใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น ซับวูเฟอร์แบบวอยศ์คอยล์คู่ และเพื่อให้เหมาะสมกับเพาเวอร์แอมพ์ ที่มีการออกแบบและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้น
เช่น เพาเวอร์แอมพ์แบบ CLASS D ที่ให้ทั้งคุณภาพเสียง กำลังขับที่สูง และมีขนาดเล็กลง

 

อิมพีแดนศ์สำคัญอย่างไร

อิมพีแดนศ์ (IMPEDANCE) เป็นค่าความต้านทานไฟฟ้าของลำโพง มีหน่วยเป็นโอห์ม โดยปกติลำโพง
ซับวูเฟอร์ติดรถยนต์ทั่วไป ถูกออกแบบให้มีค่าความต้านทานที่ 4 โอห์ม และในหลายยี่ห้อออกแบบให้มี
ค่าความต้านทาน 2+2 โอห์ม เช่น ซับวูเฟอร์แบบวอยศ์คอยล์คู่ (DUAL VOICE COILS) เป็นต้น
ในบางครั้งมีคำถามเกี่ยวกับลำโพงซับวูเฟอร์ ว่าซับวูเฟอร์วอยศ์คอยล์เดี่ยว กับวอยศ์คอยล์คู่ แบบไหนดีกว่ากัน คำถามเหล่านี้สามารถตอบฟันธงได้ทันทีว่า ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าหากคุณชอบฟังเพลงเน้นคุณภาพเสียง (SOUND QUALITY) เปิดฟังแบบไม่ดัง ลำโพงซับวูเฟอร์แบบวอยศ์คอยล์เดี่ยวขนาด 10″ (1ดอก) สามารถถ่ายทอดรายละเอียดเสียงเบสส์ได้อย่างมีคุณภาพแล้ว แต่ถ้าหากชอบฟังเพลงดังๆ แนว SPL (SOUND PRESSURE LEVEL) ลำโพงซับวูเฟอร์วอยศ์คอยล์คู่ เป็นทางเลือกที่ถูกต้องกว่า นอกจากนี้ เพาเวอร์แอมพ์ในหลายๆ ยี่ห้อ สามารถให้กำลังขับเป็น 1,000 วัตต์ เมื่อขับที่โหลด 1 โอห์ม หรือกำลังขับ
ที่สูงกว่านี้

 

วิธีต่อสายลำโพง

ลำโพงซับวูเฟอร์วอยศ์คอยล์เดี่ยว และวอยศ์คอยล์คู่ มีวิธีต่อสายที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบอนุกรม ขนาน และผสม เป็นวิธีเพิ่มความหลากหลายในการต่อใช้งาน โดยดูค่าความต้านทานด้วยว่าต้องการต่อให้เหลือความต้านทานที่เท่าไร เช่น 4, 2 หรือ 1 โอห์ม ตัวอย่างเช่น ซับวูเฟอร์วอยศ์คอยล์เดี่ยวขนาด 10″ แต่ต้องการใช้ซับวูเฟอร์ 2 ดอก เพื่อให้ได้เสียงที่ดังมากขึ้น และมีเพาเวอร์แอมพ์ที่สามารถต่อได้ที่โหลดต่ำสุด 2 โอห์ม (สามารถดูได้จากภาพประกอบ การต่อสายลำโพงซับวูเฟอร์กับเพาเวอร์แอมพ์)

สำหรับการต่อซับวูเฟอร์วอยศ์คอยล์คู่ 2+2 โอห์ม กับเพาเวอร์แอมพ์ที่โหลดปกติ 4 โอห์ม หรือที่โหลดต่ำสุด 1 โอห์ม สามารถทำได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องดูรายละเอียดในคู่มือสินค้าด้วยว่าเพาเวอร์แอมพ์ยี่ห้อนี้ สามารถต่อกับซับวูเฟอร์ได้ที่โหลดต่ำสุด 1 โอห์ม ได้หรือไม่

ส่วนการต่อลำโพงที่โหลดแตกต่างกัน เช่น 4 โอห์ม หรือ 2 และ 1 โอห์ม ทำให้กำลังขับที่ได้เปลี่ยนมาก/
น้อยแค่ไหน ตัวอย่างเช่น เพาเวอร์แอมพ์ 250 วัตต์x1 แชนแนล เมื่อต่อที่โหลด 4 โอห์ม และถ้าต่อที่โหลด 2 โอห์ม กำลังขับควรจะเป็น 500 วัตต์x1 แชนแนล ซึ่งกำลังขับที่ได้จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หรือดับเบิล นอก
จากจะทำให้เพาเวอร์แอมพ์มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่แล้ว ยังทำให้ซับวูเฟอร์ถ่ายทอดพลังเสียงได้สูงสุด โดยไม่เกิดความเพี้ยนอีกด้วย

 

ขนาดสายลำโพงที่เหมาะสม

วิธีเลือกสายลำโพงให้เหมาะสมกับการใช้งาน ถ้าหากระยะทางของสายลำโพงไปที่เพาเวอร์แอมพ์มีความยาวมากเกินไป อาจส่งผลต่อค่าความต้านทานภายในสาย (อิมพีแดนศ์) ทำให้รายละเอียดเสียงลดลง
ดังตัวอย่าง สายลำโพงเบอร์ 18 GAUGE กับสายลำโพงเบอร์ 12 GAUGE มีความแตกต่างเรื่องความดังเสียงอยู่ที่ 0.1 ดีบี ดังนั้น การเลือกสายลำโพงเบอร์ 18 GAUGE ก็เพียงพอแล้วกับการใช้งาน ยกเว้นการใช้งานกับซับวูเฟอร์กำลังขับสูง ซึ่งจะมีค่า CAPACITANCE, INDUCTANCE, RESISTANCE ที่อยู่ภายในสาย ยิ่งสายยาวมาก ค่านี้จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้การเดินสายระหว่างเพาเวอร์แอมพ์ไปยังซับวูเฟอร์ควรจะให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2556
คอลัมน์ : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/zj7sf
อัพเดทล่าสุด
22 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th