บทความ

ข่าวรอบโลก


เปิดตัวรถ เอส-คลาสส์ รุ่นใหม่
สุดยอดไฮเทคของค่ายดาวสามแฉก
มีระบบขับให้เลือกใช้ถึง 4 แบบ

เยอรมนี-ค่าย “ดาวสามแฉก” ใช้โรงงานผลิตเครื่องบินของค่ายแอร์บัส (AIRBUS) ในเมืองฮัมบวร์ก (HAMBURG) เป็นที่เปิดตัวรถสุดหรู เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ S-CLASS) รุ่นใหม่ เป็นรถสุดไฮเทคซึ่งมีขนาดตัวถังโตกว่ารถรุ่นเก่า แต่น้ำหนักตัวเบากว่า จะมีระบบขับให้เลือกใช้ถึง 4 แบบ และมีกำหนดออกโชว์รูมในเดือนกันยายนของปีงูเล็ก

ค่าย “ดาวสามแฉก” บอกว่า เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ รุ่นใหม่ซึ่งมีรหัสโรงงาน W222 นี้ เป็นรถที่ออกแบบและพัฒนาโดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ 3 คุณค่าทางวิศวกรรม นั่นก็คือ INTELLIGENT DRIVE/การขับขี่อย่างอัจฉริยะ EFFICIENT TECHNOLOGY/เทคโนโลยีอันทรงประสิทธิผล และ ESSENCE OF LUXURY/คุณลักษณ์ของความหรูหรา ส่วนการเปิดตัวรถรุ่นนี้เคียงคู่กับเครื่องบินยักษ์ A380 ของแอร์บัส ก็เป็นการสื่อให้เห็นว่า นี่คือ เครื่องบินและรถยนต์ที่ดีที่สุดในโลกนั่นเอง

เป็นรถธงที่ยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์กำลังจะนำออกสู่ตลาด ในฐานะตัวตายตัวแทนของรถรุ่นเดิม 2 รุ่น คือ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ S-CLASS) รุ่นเก่าซึ่งมีรหัสโรงงาน W221 กับ มายบัค 57/มายบัค 62 (MAYBACH 57/MAYBACH 62) ซึ่งขณะนี้เลิกผลิตไปแล้ว จุดที่น่าสนใจและเป็นสิ่งที่เคยพบเคยเห็นกันมาก่อนในรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ รุ่นใดๆ ก็คือ รถรุ่นใหม่นี้จะมีตัวถังให้เลือกใช้ถึง 5 แบบ คือ ตัวถังซีดานฐานล้อมาตรฐาน (STANDARD WHEELBASE SEDAN) ตัวถังซีดานฐานล้อยาว (LONG WHEELBASE SEDAN) ตัวถังซีดานฐานล้อยาวพิเศษ (EXTRA-LONG WHEELBASE SEDAN) ตัวถังคูเป (COUPE) และตัวถังเปิดประทุน (CABRIOLET)

เนื่องจากผู้ซื้อรถระดับนี้จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร การออกแบบและพัฒนารถรุ่นใหม่นี้จึงเริ่มต้นจากตัวถังซีดานฐานล้อยาว ไม่ใช่ตัวถังซีดานฐานล้อมาตรฐานเหมือนรถรุ่นเก่า เป็นตัวถังที่ยาว 5.248 ม. กว้าง 1.899 ม. และสูง 1.483 ม. คือ ยาวและกว้างกว่าตัวถังของรถรุ่นเดิม 4.2 และ 2.8 ม. ตามลำดับ และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.24 ค่าย “ดาวสามแฉก” ยืนยันด้วยว่า ในปีแรกที่ออกตลาด รถรุ่นใหม่นี้จะมีระบบขับให้เลือกใช้อย่างจุใจถึง 4 แบบ คือ ขับด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขับด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ขับแบบไฮบริดโดยใช้เครื่องยนต์เบนซินทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า และขับแบบไฮบริดโดยใช้เครื่องยนต์ดีเซลทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า

เดือนกันยายนนี้ จะเริ่มออกโชว์รูมในเมืองเบียร์ ทั้งตัวถังซีดานฐานล้อมาตรฐานและตัวถังซีดานฐานล้อยาว ทั้ง 2 ตัวถังจะมีรถให้เลือกรวม 3 โมเดล คือ MERCEDES-BENZ S 500 ติดตั้งเครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดตรง DOHC วี 8 สูบ 4,663 ซีซี 335 กิโลวัตต์/455 แรงม้า MERCEDES-BENZ S 350 BLUETEC ติดตั้งเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 2,987 ซีซี 190 กิโลวัตต์/258 แรงม้า และ MEREDES-BENZ S 400 HYBRID ติดตั้งเครื่องเบนซิน DOHC วี 6 สูบ 3,498 ซีซี และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 225 กิโลวัตต์/306 แรงม้า สนนราคาค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 เริ่มต้นที่ 79,789 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 3.20 ล้านบาทไทย ในรุ่น MERCEDES-BENZ S 350 BLUETEC ฐานล้อมาตรฐาน

 

โพร์เช 911 เทอร์โบ รุ่นใหม่
เผยโฉมหน้าและรายละเอียดแล้ว
เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปี

เยอรมนี-ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของเมืองเบียร์เปิดเผยโฉมหน้าและรายละเอียดของรถสปอร์ท โพร์เช 911 เทอร์โบ (PORSCHE 911 TURBO) รุ่นใหม่แล้ว จะมีรถให้เลือกใช้ 2 โมเดล และตัวจริงเสียงจริงจะอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทในเยอรมนี ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนกันยายนนี้

ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของเมืองเบียร์บรรจุรถ โพร์เช 911 เทอร์โบ (PORSCHE 911 TURBO) เข้าสู่สายการผลิตเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1973 คือ 1 ทศวรรษพอดิบพอดีหลังการก่อกำเนิดของรถสปอร์ทอภิมหาอมตะตลอดกาล โพร์เช 911 (PORSCHE 911) รถรุ่นใหม่ที่ว่านี้ เป็นรถรุ่นที่ 6 และเป็นรุ่นที่จะออกตลาดในวาระที่รถแบบนี้มีอายุครบ 40 ปี เป็นรุ่นที่เร็วที่สุด ทรงพลังที่สุด และมีคุณสมบัติทางเทคนิคก้าวล้ำนำสมัยที่สุด รวมทั้งเป็นรถ โพร์เช 911 เทอร์โบ รุ่นแรกในช่วงเวลา 4 ทศวรรษ ที่ไม่ติดตั้งเกียร์ธรรมดา

มีขนาดตัวถังยาว 4.490 ม. และกว้าง 1.878 ม. คือ ยาวและกว้างกว่ารถรุ่นเดิมซึ่งอยู่ในตลาดระหว่างปี 2009-2012 4.0 และ 2.6 ซม. อย่างไรก็ตาม การใช้ชิ้นส่วนอลูมิเนียมในส่วนของตัวถังทั้งภายนอกและภายใน ทำให้รถรุ่นใหม่นี้มีน้ำหนักตัวเบากว่ารถรุ่นเดิม ซึ่งหนัก 1,570 กก. เล็กน้อย ในขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็ดีขึ้นถึงร้อยละ 16

เป็นรถสปอร์ท “ซูเพอร์คาร์” ขับเคลื่อนทุกล้อซึ่งจะมีรถให้เลือกใช้ 2 โมเดล คือ PORSCHE 911 TURBO กับ PORSCHE 911 TURBO S โมเดลแรกติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 6 สูบนอนยัน (บอกเซอร์) 3,800 ซีซี 383 กิโลวัตต์/520 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ PDK และระบบขับทุกล้อแบบใช้คลัทช์หลายแผ่น (MULTI-PLATE-CLUTCH FOUR-WHEEL DRIVE SYSTEM) ที่ค่ายนี้เพิ่งปรับปรุงใหม่ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สามารถทำได้ในเวลา 3.2 วินาที และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่น่าพอใจมาก คือ แค่ 9.7 ลิตร/100 กม. หรือ 10.3 กม./ลิตร ส่วนโมเดลหลัง ติดตั้งเครื่องยนต์บลอคเดียวกัน แต่ปรับแต่งจนกำลังสูงสุดพุ่งขึ้นเป็น 412 กิโลวัตต์/560 แรงม้า คือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.6 ระบบเกียร์เพื่อส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังก็เป็นเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ PDK เช่นเดียวกับโมเดลแรก โมเดลนี้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 3.1 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ระดับ 318 กม./ชม. ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยเท่ากับโมเดลแรก คือ 9.7 ลิตร/100 กม.

รถทั้ง 2 โมเดลที่กล่าวข้างต้นเพียบไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทควิลิศมาหรา ตัวอย่าง คือ ระบบบังคับเลี้ยวทุกล้อ ซึ่งเมื่อยังใช้ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ล้อคู่หลังจะเลี้ยวตรงกันข้ามกับล้อคู่หน้า ทำให้รถสามารถเลี้ยวได้อย่างแคล่วคล่องเหมือนมีช่วงฐานล้อสั้นลง 250 มม. แต่เมื่อความเร็วสูงกว่า 80 กม./ชม. ล้อคู่หลังจะเลี้ยวไปทางเดียวกับล้อคู่หน้า ทำให้การทรงตัวดีขึ้นเหมือนมีช่วงฐานล้อยาวขึ้น 500 มม.

สนนราคาค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 เมื่อออกโชว์รูมในเมืองแม่ในไตรมาสสุดท้ายของปีงูเล็ก PORSCHE 911 TURBO จะติดป้ายค่าตัว 162,055 ยูโร หรือประมาณ 6.5 ล้านบาทไทย ส่วน PORSCHE 911 TURBO S แพงกว่ากันนิดหน่อย คือ 195,256 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 7.8 ล้านบาทไทย

 

ถสปอร์ทกระทิงดุโมเดลพิเศษ
เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี
เปิดตัวที่งานแสดงยานยนต์ในจีน

อิตาลี/สาธารณรัฐประชาชนจีน-ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเจ้าของเครื่องหมายการค้า “กระทิงดุ” ใช้งานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นที่เปิดตัวรถสปอร์ท “ซูเพอร์คาร์” โมเดลพิเศษ ที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระที่ก่อตั้งกิจการมาครบ 50 ปี และจะทำขายทั่วโลกเพียง 100 คันเท่านั้น

ที่งานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งล่าสุด ซึ่งมีขึ้นในเมืองสำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีน ระว่างวันที่ 19-29 เมษายน 2013 ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของเมืองมะกะโรนีสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมงานได้อย่างล้นหลาม โดยนำรถสปอร์ทโมเดลพิเศษที่จะผลิตจำนวนจำกัดเ พื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของกิจการ ออกอวดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” พร้อมกับป้ายชื่อ ลัมโบร์กินี อเวนตาโดร์ แอลพี 720-4 50 อันนิแวร์ซารีโอ (LAMBORGHINI AVENTADOR LP 720-4 50 ANNIVERSARIO)

ไม่ใช่รถที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ทั้งคัน หากดัดแปลงจากรถ “ซูเพอร์คาร์” รุ่นสามัญที่คนรักรถสปอร์ททั่วโลกรู้จักกัน คือ รถ ลัมโบร์กินี อเวนตาโดร์ แอลพี 700-4 (LAMBORGHINI AVENTADOR LP 700-4) ซึ่งเพิ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2011 ตัวถังที่ทำจากคาร์บอน-ไฟเบอร์มีรายละเอียดในหลายๆ จุดแตกต่างจากรถซึ่งเป็นที่มา และเห็นได้ชัดว่าได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมากจากรถ ลัมโบร์กินี กัลญาร์โด (LAMBORGHINI GALLARDO) รุ่นที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” และรถรุ่นพิเศษสุด ลัมโบร์กินี เบเนโน(LAMBORGHINI VENENO) ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 3 คัน อย่างไรก็ตาม จุดแตกต่างและจุดเด่นที่เห็นได้ชัดเมื่อมองจากภายนอก คือ ตัวเลข 50 ที่ติดอยู่ตรงด้านข้างของกันชนท้าย กับกระทะล้ออัลลอยเคลือบสีดำ

เครื่องยนต์ที่ใช้ก็เป็นเครื่องเบนซิน DOHC วี 12 สูบ 6,498 ซีซี วางเครื่องตามยาว บลอคเดียวกับที่ติดตั้งในรถซึ่งเป็นที่มา แต่ปรับแต่งเป็นพิเศษจนกำลังสูงสุดพุ่งจาก 515 กิโลวัตต์/700 แรงม้า เป็น 529 กิโลวัตต์/720 แรงม้า คือ เพิ่มขึ้น 14 กิโลวัตต์/20 แรงม้า ระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าคู่หลังก็เป็นเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของค่าย “กระทิงดุ” เห็นแล้วที่กำลังรู้สึกร้อนรุ่มก็จะเปลี่ยนเป็นหนาวสะท้าน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาแค่ 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม.

ค่าย “กระทิงดุ” ยืนยันว่าจะผลิตรถโมเดลพิเศษนี้เพื่อขายทั่วโลกเพียง 100 คัน ทุกคันมีหมายเลขกำกับ และทุกคันจะมีตัวถังสีเหลืองเหมือนคันที่เห็นในภาพ เป็นสีเหลืองอย่างที่เรียกกันในภาษาอิตาลีว่า GIALLO MAGGIO และเรียกในภาษาอังกฤษว่า YELLOW MAY ที่เลือกใช้สีนี้ นาย สเตฟาน วินเคลมานน์ (STEPHAN WINKELMANN) นายใหญ่ของค่าย ลัมโบร์กินี ให้เหตุผลว่า เพราะเป็นสีที่ขายดีสุดของรถ “กระทิงดุ”



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/iwWwa

บทความที่เกี่ยวข้อง

VISION MERCEDES-MAYBACH 6 CABRIOLET
BMW CONCEPT Z4
BMW CONCEPT Z4
BMW M5
4,500,360
4,500,360
ASTON MARTIN ZAGATO
ASTON MARTIN ZAGATO
อัพเดทล่าสุด
24 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th