บทความ

มหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้


ตลาดรถยนต์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนยังร้อนแรง แต่ไม่ร้อนและไม่แรงเท่ากับปีเริ่มต้นของคริสต์ทศวรรษปัจจุบัน ที่อัตราการเติบโตของยอดขายต้องเขียนด้วยเลข 2 หลัก ตามตัวเลขของ CHINA ASSOCIATION OF AUTOMOBILE MANUFACTURERS หรือ สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน ในรอบปี 2012 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ตลาดรถยนต์ในเมืองมังกรสามารถขายรถใหม่ได้รวมทั้งสิ้น 19,306,400 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.33 จากตัวเลขในรอบปีก่อนหน้านั้น นับเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำมาก หากเทียบกับปี 2010 ซึ่งมีอัตราเพิ่มสูงกว่าร้อยละ 30

ยอดขายรถใหม่ในรอบปี 2012 ที่กล่าวข้างต้น แยกย่อยออกได้เป็นรถยนต์นั่ง (รถเก๋ง รถกิจกรรมกลางแจ้ง รถอเนกประสงค์ และรถไมโครแวน) จำนวน 15,495,200 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.07 และเป็นรถเพื่อการพาณิชย์ (รถโดยสาร รถบรรทุก และรถลากจูง) จำนวน 3,811,200 คัน หรือลดลงร้อยละ 5.49 หากตั้งคำถามว่าผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีนคือใคร ? คำตอบก็คือ SAIC หรือ SHANGHAI AUTOMOBILE INDUSTRY CORPORATION บริษัทรถยนต์ของรัฐบาลจีนซึ่งในปี 2012 ทำยอดขายรถใหม่ได้สูงถึง 4,461,400 คัน หรือเท่ากับร้อยละ 23.1 ของตลาด ถัดไป คือ DONGFENG MOTOR CORPORATION บริษัทรถยนต์ของรัฐบาลจีนที่ทำยอดขายได้รวม 3,078,500 คัน และ FAW GROUP CORPORATION บริษัทรถยนต์ของรัฐบาลจีนเช่นกันที่ทำยอดขายได้รวม 2,645,900 คัน

กะเก็งกันว่าในรอบปี 2013 ที่ผ่านพ้นไปแล้วเกือบครึ่งปีนี้ ยอดขายรถใหม่ในเมืองมังกรน่าจะมีเติบโตมากกว่าเมื่อปีกลาย ดัชนีบ่งชี้ตัวสำคัญ ก็คือ ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปีที่ปรากฏผลออกมาแล้วว่า ตลาดจีนขายรถยนต์นั่งได้มากถึง 4.2 ล้านคัน คือ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 19.2 จากตัวเลขในช่วงเดียวกันเมื่อปี 2012 เฉพาะในเดือนมีนาคมอันเป็นเดือนสุดท้าย ก่อนที่คณะของเราจะเดินทางไปเยือนนครเซี่ยงไฮ้ พ่อค้ารถใหม่ในเมืองมังกรสามารถปิดบัญชีประกอบการด้วยยอดขายรถยนต์นั่งรวม 1,585,500 คัน แยกเป็นรถเก๋ง 1,038,900 คัน หรือร้อยละ 65.5 รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 234,900 คัน หรือร้อยละ 14.8 และรถอเนกประสงค์ (MPV) 116,800 คัน หรือร้อยละ 7.4

อาจมีผู้สงสัยว่า คนจีนเขาชอบใช้รถอะไรกัน ? ก็ขอเฉลยไว้ตรงนี้ว่า เฉพาะรถเก๋งที่ทำยอดขายในเดือนมีนาคม 2013 ได้รวม 1,038,900 คัน รถขายดีที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. VOLKSWAGEN LAVIDA 38,300 คัน

2. FORD FOCUS 37,800 คัน

3. BUICK EXCELLE 29,900 คัน

4. CHEVROLET SAIL 26,300 คัน

5. VOLKSWAGEN SAGITAR 24,900 คัน

6. VOLKSWAGEN BORA 21,100 คัน

7. VOLKSWAGEN PASSAT 20,500 คัน

8. NISSAN SYLPHY 19,600 คัน

9. VOLKSWAGEN JETTA 19,000 คัน

10. VOLKSWAGEN SANTANA 18,700 คัน

 

เมื่อไม่นานมานี้ นิตยสารรถยนต์ชั้นนำฉบับหนึ่งของยุโรป ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ เสนอบทความเกี่ยวกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมรถยนต์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนและอ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งที่มีประสบการณ์ในตลาดจีนมายาวนานกว่า 1 ทศวรรษ ซึ่งระบุว่า ยอดขายรถยนต์ทั่วโลก จะเพิ่มจากระดับ 58 ล้านคัน/ปีในขณะนี้ เป็น 90 ล้านคัน/ปี ภายในเวลาไม่เกิน 10 ปี แรงผลักดันสำคัญ คือ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในอเมริกาใต้ ในเอเชีย และโดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีน นอกจากนั้นเขายังให้ความเห็นด้วยว่า ไม่น่าประหลาดใจอะไรเลย ที่ขณะนี้ผู้ผลิตรถยนต์แทบทุกรายกำลังก้มหน้าก้มตาปรับแปลงสินค้าของตน เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของ FIRST TIME BUYER หรือ “ผู้ซื้อรถคันแรก” ในจีน ที่เพิ่งจะเริ่มเรียนรู้วิธีการขับรถ

บทความดังกล่าวบอกว่า ในเมืองจีนขณะนี้ มีประชาชนอยู่ถึงร้อยละ 92 ที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของรถ หากคำนวณอัตราการเติบโตแบบมักน้อย คือ แค่ร้อยละ 7.5 ต่อปี ในช่วงเวลา 10 ปี ยอดขายรถใหม่ในประเทศนั้นจะพุ่งขึ้นเป็น 30 ล้านคัน/ปี และเมื่อเวลาที่ว่านี้มาถึง จำนวนผู้เป็นเจ้าของรถก็ยังต่ำกว่าร้อยละ 20 คือ ยังห่างไกลกันมากเมื่อเทียบกับยุโรปซึ่งอยู่ที่ระดับร้อยละ 50 และสหรัฐอเมริการ้อยละ 80

บทความดังกล่าวยังบอกด้วยว่า รถที่คนจีนนิยมใช้กันมากในขณะนี้ เป็นรถเก๋งซาลูน ขนาดเล็กกะทัดรัด อย่างที่เรียกกันในยุโรปว่า C-SEGMENT FOUR-DOOR SALOON รถเก๋งแฮทช์แบคมีส่วนแบ่งตลาดน้อยมาก คือ แค่ร้อยละ 5 นอกจากนั้นส่วนใหญ่ของรถที่ใช้กันเป็นรถติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินที่ถ่ายทอดกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ และเมื่อแยกตามสัญชาติของรถก็จะพบว่า รถที่ผู้ใช้รถในเมืองมังกรชื่นชอบที่สุด คือ รถยุโรป ซึ่งมี โฟล์คสวาเกน (VOLKSWAGEN) เป็นผู้นำตลาดด้วยยอดขายร้อยละ 17 รถสายพันธุ์เกาหลี คือ ฮันเด (HYUDAI) และ เกีย (KIA) มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 10 ในขณะที่รถอเมริกัน คือ บิวอิค (BUICK) ทำได้ร้อยละ 7 รถญี่ปุ่นซึ่งนำขบวนโดย โตโยตา (TOYOTA) นิสสัน (NISSAN) ฮอนดา (HONDA) ก็เคยมีฐานะแข็งแกร่ง แต่ขณะนี้ยอดขายกำลังหดหายถึงร้อยละ 15-20 เพราะปัญหาพิพาทเกี่ยวกับดินแดน ที่ทำให้เลือดรักชาติของคนจีนสูบฉีดแรงกว่าปกติ เฉพาะรถสัญชาติจีน รถที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด คือ บีวายดี (BYD) ร้อยละ 3.85 ถัดไป คือ กเรท วอลล์ (GREAT WALL) ร้อยละ 3.83 และ กีลี (GEELY) ร้อยละ 2.95

คณะของเราเดินทางไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยนต์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นครั้งแรกเมื่อกลางเดือนเมษายน 2011 และจุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนั้น ก็คือ มหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 19-28 เมษายน 2011 ปีถัดมา คือ ปีงูใหญ่ 2012 เราเดินทางไปเยือนเมืองมังกรเป็นครั้งที่ 2 แต่เปลี่ยนจุดหมายปลายทางเป็น มหกรรมยานยนต์ปักกิ่ง งานแสดงรถยนต์ที่ผลัดกันจัดปีเว้นปีกับ มหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ ปีนี้ซึ่งเป็นปีงูเล็ก ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามปฏิทินการทำงานที่กำหนดไว้ตั้งแต่ตอนต้นปี คือ คณะของเราเดินทางไปเยือนมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้เป็นครั้งที่ 2

มหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ มีชื่ออย่างเป็นทางการในภาษาอังกฤษว่า THE 15TH SHANGHAI INTERNATIONAL AUTOMOBILE INDUSTRY EXHIBITION ผู้จัดงาน คือ CHINA ASSOCIATION OF AUTOMOBILE MANUFACTURERS หรือ สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน กับหน่วยงานของรัฐอีก 2 หน่วย ซึ่งทำหน้าที่ด้านส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สถานที่จัดงานเป็นศูนย์นิทรรศการขนาดใหญ่ มีชื่อเรียกขานในภาษาอังกฤษว่า NEW INTERNATIONAL EXPO CENTER หากเทียบเซี่ยงไฮ้เป็นกรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเรา ศูนย์แห่งนี้ก็คงตั้งอยู่แถวๆ มีนบุรี หรือหนองจอก นั่นแหละ
คณะของเราเหยียบงานแสดงรถยนต์ระดับ “อินเตอร์” มาแล้วทุกงาน แล้วก็ต้องยอมรับโดยดุษณีว่า เมื่อใช้พื้นที่งานและจำนวนรถเป็นเกณฑ์วัด ทุกงานที่ว่านั้นต้องยอมชิดซ้ายให้แก่งานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้โดยไม่อาจบ่ายเบี่ยง

ตามข้อมูลในหนังสือพิมพ์ SHANGHAI DAILY ซึ่งจัดทำฉบับพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ในมหกรรมยานยนตเซี่ยงไฮ้ครั้งล่าสุด ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเวลา 10 วัน คือ ระหว่างวันที่ 20-29 เมษายน 2013 นี้ 2,000 คือ จำนวนผู้ผลิตจาก 18 ประเทศ ที่นำสินค้าออกแสดงในงาน 1,300 คือ จำนวนคันของรถในงาน 111 คือ จำนวนคันของรถที่อวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” และ 69 คือ จำนวนคันของ “รถแนวคิด”

สถานที่จัดงานใหญ่โตมโหฬาร มีอาคารมากกว่า 20 หลัง ตั้งเรียงรายเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก สินค้ารถยนต์ก็มากมายก่ายกองอย่างที่กล่าวข้างต้น แต่ผู้จัดงานกลับจัด PRESS DAY หรือ “วันสื่อมวลชน” ไว้เพียงวันเดียว คือ วันเสาร์ที่ 20 เมษายน ทั้งๆ ที่ครั้งก่อนเคยจัดไว้ 2 วัน คณะของเราจึง “งานเข้า” แค่วันเดียวจะไปทำอะไรทัน ? งานใหญ่อย่างนี้ อย่างน้อยก็ต้อง 2 วัน วันแรกซึ่งเป็นวันที่จัดโดยเฉพาะสำหรับสื่อมวลชน ค่อยยังชั่วหน่อย ถึงมีคนเยอะแยะก็ยังไม่แยะจนทำะไรไม่ถนัด แต่วันที่ 2 คือวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน ซึ่งจัดสำหรับ TRADE VISITORS หรือ “ผู้แทนการค้า” และเก็บค่าเข้างานคนละ 100 หยวนจีน หรือประมาณ 500 บาทไทยนี่สิ ไม่รู้ผู้คนมาจากไหน ? ทั้งแป๊ะ ซิ้ม ตี๋ หมวย และลูกเด็กเล็กแดง ผลลัพธ์ก็คือ เราทำงานได้ไม่เสร็จสิ้นตามที่ตั้งใจไว้ มีหลายอาคารที่ไม่ได้เยื้องกรายเข้าไปชม เพราะแค่เห็นผู้คนที่เข้าคิวรออยู่หน้าประตู ก็รู้แล้วว่า อย่าเข้าไปเลย เพราะเข้าไปก็คงทำอะไรไม่ได้ !

งานใหญ่รถก็เยอะ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะนำทั้งหมดมานำเสนอไว้ในรายงานนี้ แต่ก็เชื่อมั่นว่าบรรดารถใหม่เกือบ 50 คัน ที่เลือกมาบรรจุไว้ใน 20 หน้าถัดจากนี้ น่าจะทำให้คนรักรถทั้งที่เคย และไม่เคยเดินทางไปเยือนเมืองมังกรมาก่อน ได้รับรู้ทั้งความเป็นมา และที่กำลังจะเป็นไปของวงการรถยนต์ในประเทศนี้ได้บ้าง

 

เอมกแรนด์ เคซี คอนเซพท์

ZHEJIANG GEELY HOLDING GROUP กลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ซึ่งเพิ่งควักเงินหยวนก้อนใหญ่ ซื้อกิจการของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ โวลโว จากยักษ์รอง ฟอร์ด เมื่อกลางปี 2010 ใช้เวทีหมุนขนาดใหญ่ในงานนี้เป็นที่เปิดตัว กีลี เอมกแรนด์ เคซี คอนเซพท์ (GEELY EMGRAND KC CONCEPT) รถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถเก๋งซีดานขนาดใหญ่ ที่ค่ายนี้ตั้งใจจะนำออกสู่ตลาดในปี 2015 พร้อมกับป้ายชื่อ เอมกแรนด์ อีซี 9 (EMGRAND EC9) ตัวถังยาว 4.960 ม. ที่ออกแบบและพัฒนาโดยขอหยิบขอยืมพแลทฟอร์มจากรถ โวลโว เอส 80 (VOLVO S80) รุ่นปัจจุบัน มีหน้าตาและรูปทรงองค์เอวที่เห็นได้ชัดว่าได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมากจากรถ โวลโว คอนเซพท์ ยูนิเวอร์ส (VOLVO CONCEPT UNIVERSE) ที่ปรากฏตัวในงานเดียวกันนี้เมื่อปี 2011 ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจอะไร เพราะรถแนวคิดทั้ง 2 คันนี้ เป็นผลงานรังสรรค์ของทีมงานเดียวกัน เป็นทีมงานออกแบบภายใต้การนำของคนดัง เพเทร์ โฮร์บิวรี (PETER HORBURY) ซึ่งเพิ่งย้ายจาก โวลโว มาทำงานกับค่ายนี้เมื่อปลายปี 2011

 

เอมกแรนด์ อีเอกซ์ 8 เอสยูวี

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งที่ค่าย กีลี นำออกอวดตัวในงานนี้ คือ รถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดค่อนข้างใหญ่ติดป้ายชื่อ เอมกแรนด์ อีเอกซ์ 8 เอสยูวี (EMGRAND EX8 SUV) ซึ่งมีกำหนดออกโชว์รูมในเดือนกันยายนของปีงูเล็ก พร้อมกับค่าตัวซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ระหว่าง 120,000-200,000 หยวน หรือประมาณ 600,000-1,000,000 บาท ตัวถังยาว 4.839 ม. กว้าง 1.884 ม. และสูง 1.715 ม. ที่ออกแบบให้นั่งได้รวม 7 คน (2+3+2) ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง 2,337 ซีซี 119 กิโลวัตต์/162 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังผ่านระบบเกียร์ซึ่งมีให้เลือกใช้ถึง 3 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 หรือ 6 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (ขณะนี้ค่าย กีลี ผลิตรถขายรวม 5 ยี่ห้อ คือ EMGRAND ENGLON GEELY GLEAGLE VOLVO)

 

เจเอซี เฮยู เอ 30

ANHUI JIANGHUAI AUTOMOBILE หรือ JAC บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของรัฐ นำผลงานใหม่ออกแสดงในงานนี้หลายชิ้น ชิ้นที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ใช้รถมากที่สุดคือ เจอีซี เฮยู เอ 30 (JAC HEYUE A30) ซึ่งเดือนกรกฎาคมนี้จะเริ่มออกจำหน่ายในตลาด พร้อมกับป้ายค่าตัว 60,000-80,000 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 300,000-400,000 บาท เป็นรถเก๋งซีดานขนาดเล็กกะทัดรัด ซึ่งในช่วงแรกที่ออกตลาดจะมีเครื่องยนต์เพียงขนาดเดียว คือ เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร 83 กิโลวัตต์/113 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่คาดกันว่าจะตามมาในภายหลัง คือ เครื่องขนาด 1.8 ลิตร เพราะผู้ใช้รถในเมืองจีนชอบเครื่องขนาดใหญ่ แม้ว่าจะให้กำลังไม่สูงกว่าเครื่องขนาดเล็ก

 

ชางอัน ซีเอส 95 คอนเซพท์

CHANGAN AUTOMOBILE บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ติดอันดับ “ทอพ โฟร์” ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองจุงกิง เรียกความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ชมงานด้วยรถคันโตติดป้ายชื่อ ชางอัน ซีเอส 95 คอนเซพท์ (CHANGAN CS95 CONCEPT) ที่เห็นในภาพบน เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดใหญ่ขับเคลื่อนแบบไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน วี 6 สูบ 3.5 ลิตร 180 กิโลวัตต์/245 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 123 กิโลวัตต์/167 แรงม้า และระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ตัวถังยาว 5.380 ม. กว้าง 2.120 ม. และสูง 1.770 ม. ที่นั่งได้รวม 5 คน สื่อมวลชนจีนรายหนึ่งวิจารณ์ว่า มีหน้าตาและรูปทรงองค์เอวที่เห็นได้ชัดว่าออกแบบเพื่อให้โดนใจผู้ใช้รถหัวโบราณอย่างที่เรียกกันว่า OLD-FASHIONED CHINESE

 

ชางอัน เรทัน

ชางอัน เรทัน (CHANGAN RAETON) ผลงานเชิดหน้าชูตาและโชว์กึ๋นอีกชิ้นหนึ่งของค่าย CHANGAN AUTOMOBILE เป็นรถเก๋งซีดานขนาดกลางที่ค่ายนี้ออกแบบและพัฒนาขึ้นเองตั้งแต่ต้นจนจบ และเพิ่งนำออกสู่โชว์รูมไม่กี่วันก่อนวันเปิดงานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ เพื่อสู้กับรถขนาดเดียวกันของค่ายญี่ปุ่นอย่าง ฮอนดา แอคคอร์ด (HONDA ACCORD) และ โตโยตา แคมรี (TOYOTA CAMRY) ตัวถังยาว 4.900 ม. กว้าง 1.860 ม. และสูง 1.500 ม. มีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบเบนซิน 4 สูบเรียง 1.8 ลิตร 130 กิโลวัตต์/175 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และเครื่องเบนซิน 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 116 กิโลวัตต์/152 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

 

เอมจี ซีเอส เอสยูวี คอนเซพท์

หนึ่งในบรรดารถแนวคิดที่เรียกความสนใจจากบรรดาสื่อมวลชนได้เป็นอย่างมาก คือ รถติดป้ายชื่อ เอมจี ซีเอส เอสยูวี คอนเซพท์ (MG CS SUV CONCEPT) ที่เห็นในภาพบนและภาพใหญ่ขวามือ เป็นต้นแบบของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดกะทัดรัดที่ค่าย MG MOTOR ตั้งใจจะนำออกสู่ตลาดในปี 2014 เพื่อสู้กับรถสไตล์เดียวกันซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของผู้ใช้รถในเมืองจีนขณะนี้ คือ ฮอนดา ซีอาร์-วี (HONDA CR-V) โตโยตา รัฟโฟร์ (TOYOTA RAV4) และ นิสสัน กัชไก (NISSAN QASHQAI) เป็นรถหน้าตาดีที่จะมีทั้งแบบขับล้อหน้าและขับทุกล้อ รวมทั้งจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบเบนซินขนาด 1.5 และ 2.0 ลิตร รูปทรงองค์เอวของตัวถังซึ่งนักวิจารณ์หลายคนยกนิ้วให้ เป็นงานรังสรรค์ของทีมงานที่มี โทนี วิลเลียมส์-เคนนี (TONY WILLIAMS-KENNY) นักออกแบบเลือดอังกฤษเป็นผู้นำ MG ซึ่งเป็นรถสายพันธุ์อังกฤษเปลี่ยนสัญชาติเป็นรถจีนเมื่อปี 2005 หลังจากเจ้าของเดิมขายสิทธิ์ของยี่ห้อให้แก่ SAIC MOTOR CORPORATION ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน

 

ซูอีสต์ วี 6 ลิง ฉี

SOUTH EAST (FUJIAN) MOTOR บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ซึ่งก่อตั้งกิจการเมื่อปี 1995 จากการรวมทุนระหว่างบริษัทจีนกับ มิตซูบิชิ ของญี่ปุ่น นำผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องอวดตัวในงานนี้รวม 2 ชิ้น ชิ้นแรกคือ ซูอีสต์ วี 6 ลิง ฉี (SOUEAST V6 LING SHI) ในภาพบนและภาพขวามือ เป็นรถเก๋งแฮทช์แบคขนาดเล็กกะทัดรัดที่ขอหยิบขอยืมพแลทฟอร์มจากรถของหุ้นส่วน คือ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ (MITSUBISHI LANCER) ซึ่งก็มีการผลิตขายในจีนเช่นกัน เพิ่งออกโชว์รูมในเมืองมังกรในวันเปิดงานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ พร้อมกับป้ายค่าตัว 74,800-95,800 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 374,000-479,000 บาท มีเครื่องยนต์เพียงขนาดเดียว คือ เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร 120 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ CVT

 

ซูอีสต์ วี 7 คอนเซพท์

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งที่ค่าย SOUTH EAST (FUJIAN) MOTOR นำออกแสดงแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้คือรถแนวคิดติดป้ายชื่อ ซูอีสต์ วี 7 คอนเซพท์ (SOUEAST V7 CONCEPT) เป็นต้นแบบของรถเก๋งซีดานขนาดกลางที่ค่ายนี้ตั้งใจจะนำออกสู่ตลาดในปี 2015 ออกแบบและพัฒนาในจีนโดยขอหยิบขอยืมพแลทฟอร์มจากรถ มิตซูบิชิ กาแลนท์ (MITSUBISHI GALANT) รุ่นที่ผลิตในจีนและไม่มีขายในเมืองแม่ เครื่องยนต์เบนซินความจุ 2.0 และ 2.4 ลิตร ที่จะมีให้ลูกค้าเลือกใช้เมื่อรถรุ่นนี้ออกสู่โชว์รูม ก็จะได้จากรถ มิตซูบิชิ กาแลนท์ เช่นกัน ตัวถังซึ่งออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ติดตั้งไฟหน้าขนาดค่อนข้างเล็ก แต่มีแผงกระจังหน้าใหญ่โตมโหฬาร เป็นไปตามความเชื่อที่ว่า ทุกวันนี้ผู้ใช้รถในเมืองจีนชอบรถที่ติดตั้งแผงกระจังขนาดใหญ่ๆ

 

บริลเลียนศ์ เอช 330

BRILLIANCE AUTO บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 8 ของเมืองมังกร เลือกใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถตลาดโมเดลใหม่ล่าสุดคือ บริลเลียนศ์ เอช 330 (BRILLIANCE H330) ที่เห็นในภาพบน เป็นรถเก๋งซีดานขนาดเล็กกะทัดรัดที่เพิ่งออกโชว์รูมพร้อมกับป้ายค่าตัว 65,800-75,800 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 329,000-379,000 บาท ตัวถังยาว 4.510 ม. กว้าง 1.755 ม. และสูง 1.460 ม. ซึ่งมีช่วงฐานล้อยาว 2.580 ม.ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง 1,498 ซีซี 77 กิโลวัตต์/105 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ สามารถทำความเร็วสูงสุด 175 กม./ชม. วิจารณ์กันในเมืองจีนว่า เป็นรถที่ออกแบบห้องโดยสารได้ดีมาก แต่หน้าตาและรูปทรงองค์เอวไม่มีอะไรสะดุดตาเลย

 

เป่ยจิง ออโท คอนเซพท์ 900

มหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ มีรถสัญชาติจีนที่ดูฟู่ฟ่าอลังการอยู่ไม่กี่คัน คันที่โดดเด่นโดนตาโดนใจที่สุดจะเป็นคันไหนไปไม่ได้หากไม่ใช่ เป่ยจิง ออโท คอนเซพท์ 900 (BEIJING AUTO CONCEPT 900) ที่เห็นในภาพบนและภาพใหญ่ขวามือ เป็นผลงานชิ้นโบแดงของ BAIC หรือ BEIJING AUTOMOTIVE GROUP บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของรัฐซึ่งก่อตั้งกิจการเมื่อปี 1958 และเป็นต้นแบบของรถเก๋งซีดานขนาดใหญ่ที่ค่ายนี้ตั้งใจจะนำออกสู่ตลาดในปี 2014 รูปทรงองค์เอวของตัวถังซึ่งมีจุดเด่นสะดุดตาอยู่มากมาย รวมทั้งประตูข้างบานโตที่เปิดปิดแบบปีกนก เป็นผลงานรังสรรค์ของสำนักออกแบบ FIORAVANTI DESIGN แห่งอิตาลี ตัวถังจึงติดตัวอักษร LF ซึ่งย่อมาจาก LEONARDO FIORAVANTI ซึ่งเป็นชื่อของหัวหน้าทีมออกแบบและเจ้าของกิจการไว้ด้วยดังที่เห็นในภาพใหญ่ สื่อมวลชนรายหนึ่งในเมืองมังกรวิจารณ์ว่า เปลี่ยนประตูเป็นประตูที่เปิด/ปิดแบบธรรมดา ทำตัวถังให้สั้นลงสักนิด แล้วเติมกันชนหน้าหลังเข้าไป รถแนวคิดคันนี้ก็จะกลายเป็นรถตลาดอย่างสมบูรณ์ เพราะห้องโดยสารก็ทำไว้ดีแล้ว

 

เป่ยจิง ออโท เซโนวา แอโร

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งที่ค่าย BAIC หรือ BEIJING AUTOMOTIVE นำออกอวดตัวในงานนี้ คือรถติดป้ายชื่อ เป่ยจิง ออโท เซโนวา แอโร (BEIJING AUTO SENOVA AERO) ซึ่งหน้าตาเหมือนรถที่กำลังจะออกโชว์รูมแต่ที่จริงยังมีฐานะเป็นรถแนวคิด เป็นต้นแบบของรถเก๋งซีดานขนาดกลางที่ค่ายนี้จะนำออกสู่ตลาดในเวลาที่ไม่น่าจะนานจนเกินรอ ไม่ได้ทำขึ้นใหม่ทั้งคันแต่พัฒนาจากรถสายพันธุ์ยุโรป คือ ซาบ 9-5 (SAAB 9-5) รุ่นเก่า ที่ค่ายนี้ซื้อสิทธิการผลิตจากเจ้าของเดิมคือยักษ์ใหญ่ เจเนอรัล มอเตอร์ส มาตั้งแต่ปี 2009 รูปทรงองค์เอวของตัวถังซึ่งยังคงหลงเหลือริ้วรอยของรถซึ่งเป็นที่มาอยู่บ้างในบางจุด เป็นผลงานรังสรรค์ของสำนักออกแบบ FIORAVANTI DESIGN แห่งอิตาลีเช่นเดียวกับรถแนวคิด เปยจิง ออโท คอนเซพท์ 900

 

ดงเฟง เฟงเชน อี 30 แอล อีวี

DFM หรือ DONGFENG MOTOR CORPORATION บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของรัฐและเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของเมืองมังกร นำผลงานชิ้นใหม่ออกอวดตัวในงานนี้เป็นกองทัพ เลือกเฉพาะคันที่น่าสนใจมาให้ชมเพียง 3 คัน คันแรกที่เห็นในภาพบน คือ ดงเฟง เฟงเชน อี 30 แอล อีวี (DONGFENG FENGSHEN E30L EV) เป็นรถไฟฟ้าขนาดเล็กกระจิ๋วหลิวที่ค่ายนี้ตั้งใจไว้ว่า ภายในปีหน้าจะนำออกสู่โชว์รูม ตัวถังยาว 2.695 ม. กว้าง 1.560 ม. สูง 1.585 ม. น้ำหนักตัว 850 กก. ที่ออกแบบให้นั่งได้เพียง 2 คน ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 10.5 กิโลวัตต์/14 แรงม้า ประจุไฟเต็มหม้อแต่ละครั้ง รถไฟฟ้าที่สามารถทำความเร็วสูงสุด 80 กม./ชม. คันนี้จะวิ่งได้ไกลประมาณ 110-180 กม./ชม. ส่วนสนนราคาค่าตัวยังไม่มีการประกาศยืนยัน

 

ดงเฟง เฟงซิง ซีเอม 7 เอมพีวี

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของ DFM หรือ DONGFENG MOTOR CORPORATION ที่เลือกมาให้ชมกันเป็นรถอเนกประสงค์ติดป้ายชื่อ ดงเฟง เฟงซิง ซีเอม 7 เอมพีวี (DONGFENG FENGXING CM7 MPV) ซึ่งไม่กี่วันหลังวันเปิดงานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ก็ออกอวดตัวในโชว์รูม พร้อมกับป้ายค่าตัวคือซึ่งเริ่มต้นที่ระดับ 150,000 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 750,000 บาทเท่านั้นเอง เป็นรถขนาด 7 ที่นั่ง ในตัวถังยาว 5.150 ม.กว้าง 1.920 ม.และสูง 1.925 ม.ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง 2.4 ลิตร 150 แรงม้า ที่ได้มาจากค่ายมิตซูบิชิ และถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ นอกจากรถที่เน้นการบรรทุกคนอย่างคันที่เห็นในภาพแล้ว จะมีรถตู้ทึบสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ให้เลือกใช้อีกต่างหาก

 

ดงเฟง เฟงเชน เอช 30 ครอสส์

ดงเฟง เฟงเชน เอช 30 ครอสส์ (DONGFENG FENGSHEN H30 CROSS) ที่เห็นในภาพบน ไม่ใช่รถใหม่เอี่ยมอย่างที่เรียกกันในบ้านเราว่าใหม่หมด แต่เป็นรถที่เริ่มจำหน่ายในเมืองมังกรเมื่อปี 2011 และเพิ่งได้รับการปรับรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” ก่อนจะอวดตัวให้เห็นเป็นครั้งแรกที่งานนี้ เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัด ในตัวถังยาว 4.351 ม. กว้าง 1.760 ม. และสูง 1.528 ม. ที่ออกแบบให้นั่งได้รวม 5 คน มีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่องเบนซิน 4 สูบเรียง 1,497 ซีซี 85 กิโลวัตต์/116 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และเครื่องเบนซิน 4 สูบเรียง 1,587 ซีซี 78 กิโลวัตต์/104 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ค่าตัวอยู่ระหว่าง 73,800-91,800 หยวน

 

เชอรี อัลฟา 7 คอนเซพท์

CHERY AUTOMOBILE บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของรัฐบาลจีนที่คนรักรถในบ้านเราน่าจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างแล้ว นำเทคโนโลยีด้านพแลทฟอร์มที่คิดค้นขึ้นใหม่และตั้งชื่อว่า IAUTO ออกอวดตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้ โดยแฝงตัวอยู่ในรถแนวคิด 2 คัน คันแรกคือ เชอรี อัลฟา 7 คอนเซพท์ (CHERY ALFA 7 CONCEPT) ในภาพบนและภาพใหญ่ขวามือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถเก๋งซีดานขนาดเล็กกะทัดรัดและเป็นต้นแบบของรถตลาดที่ค่ายนี้จะนำออกสู่โชว์รูมก่อนสิ้นปี 2013 โดยติดป้ายชื่อ เชอรี เอ 4 (CHERY A4) ตัวถังยาว 4.652 ม.กว้าง 1.825 ม.และสูง 1.483 ม.มีรูปทรงองค์เอวที่ผู้รังสรรค์บอกว่าได้แรงบันดาลใจจากน้ำ ยืนมองอยู่นานก็ยังจินตนาการไม่ออกว่าตรงไหนนะที่เกี่ยวข้องกับน้ำ? ส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องเทอร์โบเบนซินขนาด 1.6 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 6 จังหวะ IAUTO ที่กล่าวข้างต้นและนำมาใช้เป็นครั้งแรกในรถแนวคิดคันนี้ เป็นเทคโนโลยีที่ผู้คิดค้นบอกว่า ช่วยปรับปรุงได้อย่างวิเศษ ทั้งด้านการพัฒนา ด้านวิศวกรรม และด้านต้นทุนการผลิต

 

เชอรี เบทา 5 คอนเซพท์

รถใหม่อีกคันหนึ่งที่เป็นผลพวงของเทคโนโลยี IAUTO และอวดตัวให้เห็นเป็นครั้งแรกที่งานนี้ คือ รถแนวคิดติดป้ายชื่อ เชอรี เบทา 5 คอนเซพท์ (CHERY BETA 5 CONCEPT) ที่เห็นในภาพบน เป็นต้นแบบของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่ข้อมูลยังสับสน คือ แหล่งข่าวหนึ่งบอกว่าจะออกโชว์รูมภายในเวลาไม่เกิน 12 เดือนนับจากนี้ แต่อีกแหล่งข่าวหนึ่งกลับบอกว่า ต้องรอจนถึงปี 2015 ที่ไม่สับสนก็คือ แหล่งข่าวบอกตรงกันว่า เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งหน้าตาดูดีที่จะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือเครื่องซูเพอร์ชาร์จเบนซิน 4 สูบเรียง 1.6 ลิตร 96 กิโลวัตต์/130 แรงม้า กับเครื่องเบนซิน 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 110 กิโลวัตต์/150 แรงม้า ทั้งสองขนาดเป็นเครื่องยนต์ที่ค่ายนี้ออกแบบและพัฒนาขึ้นเอง และเคยใช้มาก่อนแล้วในรถรุ่นอื่น

 

เชอรี แอท แอนท์ 2.0

แต่งแต้มสีสันให้แก่บูธของค่าย CHERY AUTOMOBILE คือ รถแนวคิดติดป้ายชื่อ เชอรี แอท แอนท์ 2.0 (CHERY@ANT 2.0) เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถไฟฟ้าขนาดกระจิ๋วหลิวกระจิริด และไม่ใช่รถที่ออกแบบขึ้นใหม่ หากพัฒนามาอีกทอดหนึ่งจากรถแนวคิด เชอรี แอท แอนท์ (CHERY@ANT) ซึ่งอวดตัวที่งานมหกรรมยานยนต์ปักกิ่งเมื่อปี 2012 (โปรดอ่าน “ฟอร์มูลา” ฉบับเดือนกรกฎาคม 2012 หน้า 52) ไม่มีการเผยแพร่รายละเอียดใดๆ บอกแต่เพียงว่าเป็นรถที่ออกแบบเพื่อให้นั่งได้รวม 2 คน ตั้งใจให้ใช้งานเฉพาะในเขตเมือง และเป็นผลงานที่บ่งบอกให้เห็นว่า ผู้ผลิตรถยนต์รายนี้มองเห็นอย่างไร ? กับวิถีชีวิตของผู้คนและแนวโน้มของเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต โลกคงน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ หากท้องถนนมีแต่รถคันจิ๋วอย่างนี้ เห็นด้วยมั้ย?

 

ทรัมพ์ชิ จีเอ 3

GAC หรือ GUANGZHOU AUTOMOBILE GROUP บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของรัฐซึ่งเป็นพันธมิตรกับค่าย โตโยตา และ ฮอนดา ของญี่ปุ่น ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถสัญชาติจีนติดป้ายชื่อ ทรัมพ์ชิ จีเอ 3 (TRUMPCHI GA3) ที่เห็นในภาพบน เป็นรถจีนหน้าตาดีและเป็นรถเก๋งซีดานแบบที่ 2 ของค่ายนี้ ซึ่งมีกำหนดออกโชว์รูมในเดือนกรกฎาคมของปีงูเล็ก พร้อมกับป้ายค่าตัว 60,000-80,000 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 300,000-400,000 บาท เป็นรถขนาดเล็กกะทัดรัดซึ่งในระยะแรกจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้เพียงขนาดเดียว คือ เครื่องเบนซิน 4 สูบเรียง 1.6 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่วนที่จะตามมาในภายหลัง คือ เครื่องเทอร์โบเบนซิน 4 สูบเรียง 1.4 กับ 1.6 ลิตร และที่จะตามมาด้วยเช่นกันในปี 2014 คือ ตัวถังแฮทช์แบค

 

ไฮมา เอม 8

FAW HAIMA AUTOMOBILE บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เอกชนซึ่งก่อตั้งกิจการเมื่อปี 1992 และเป็นพันธมิตรกับค่ายมาซดาของญี่ปุ่น ใช้เวทีหมุนขนาดยักษ์ในงานนี้เป็นที่เปิดตัวรถ ไฮมา เอม 8 (HAIMA M8) ซึ่งเคยอวดตัวให้เห็นมาก่อนแล้วที่งานมหกรรมยานยนต์ปักกิ่งเมื่อปี 2012 โดยติดป้ายชื่อ ไฮมา เหยา (HAIMA YAO) ครั้งนั้นยังมีฐานะเป็นรถแนวคิด แต่ครั้งนี้เปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นรถตลาดสมบูรณ์แบบ และมีกำหนดออกโชว์รูมในเดือนกันยายนที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นรถเก๋งซีดานที่พัฒนาและขอยืมชิ้นส่วนบางชิ้นจากรถ มาซดา 6 (MAZDA 6) รุ่นที่ผลิตขายในจีน แต่เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซิน 4 สูบเรียง 1.8 ลิตร 129 กิโลวัตต์/175 แรงม้า ที่ติดตั้งอยู่ภายใต้ฝากระโปรงหน้า ไม่ใช่เครื่องของ มาซดา แต่เป็นเครื่องที่ผู้ผลิตจีนออกแบบขึ้นเอง

 

กเรท วอลล์ ฮาวัล เอช 7

GREAT WALL MOTORS บริษัทรถยนต์เอกชนซึ่งเป็นผู้ผลิตรถกิจกรรมกลางแจ้งรายใหญ่ที่สุดของเมืองมังกรมีผลงานใหม่หลายชิ้นที่เรียกความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ชมงานได้เป็นอย่างดี กเรท วอลล์ ฮาวัล เอช 7 (GREAT WALL HAVAL H7) ที่เห็นในภาพบนและภาพใหญ่ซ้ายมือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดกลาง และเป็นคนละคันกับรถชื่อเดียวกันที่ปรากฏตัวในงานมหกรรมยานยนต์ปักกิ่งเมื่อเดือนเมษายน 2012 นิตยสารรถยนต์ฉบับหนึ่งของเมืองจีนซึ่งตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษยืนยันว่า เป็นรถแนวคิดหน้าตาดีที่กำลังจะเปลี่ยนฐานะเป็นรถตลาด ในขณะที่ยังเป็นรถแนวคิดอย่างที่เราได้ไปสัมผัสมา กเรท วอลล์ ฮาวัล เอช 7 ในตัวถังยาว 4.677 ม. กว้าง 1.911 ม. และสูง 1.702 ม. ติดตั้งระบบขับทุกล้อแบบไฮบริดที่ผู้ผลิตไม่ได้เผยแพร่รายละเอียดอะไร แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นรถตลาด ระบบขับไฮบริดที่ว่านี้จะถูกแทนที่โดยระบบขับด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซินล้วนๆ และจะมีให้เลือกได้ระหว่างเครื่องขนาดความจุ 1.8 ลิตร กับขนาดความจุ 2.0 ลิตร

กเรท วอลล์ คุลลา อีวี

จุดโฟคัสสายตาอีกจุดหนึ่งในบูธของค่าย GREAT WALL MOTORS คือ กเรท วอลล์ คุลลา อีวี (GREAT WALL KULLA EV) ที่เห็นในภาพบนและภาพขวามือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถขนาดเล็กกระจิ๋วหลิวกระจ้อยร่อยที่ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ตัวถังยาว 2.560 ม. กว้าง 1.240 ม. และสูง 1.530 ม. ที่ออกแบบให้นั่งได้เพียง 2 คน ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์/15 แรงม้า และแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาดเล็กที่ใช้เวลาเพียง 3-4 ชั่วโมงเมื่อประจุไฟด้วยไฟบ้าน 220 โวลท์ ประจุไฟเต็มหม้อแต่ละครั้งและวิ่งในเขตเมือง รถจะไปได้ไกลประมาณ 50 กม. และสามารถทำความเร็วสูงสุดแค่ 60 กม./ชม. แม้ว่าดูเป็นรถมีอนาคต แต่ GREAT WALL MOTORS ไม่ยืนยันว่าจะผลิตขายหรือไม่ ?

 

กเรท วอลล์ ฮาวัล เอช 2

ผลงานใหม่ชิ้นสุดท้ายของค่าย GREAT WALL MOTORS ที่เลือกมาให้ชมกัน คือ กเรท วอลล์ ฮาวัล เอช 2 (GREAT WALL HAVAL H2) ที่เห็นในภาพบน เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัด ในตัวถังยาว 4.330 ม. กว้าง 1.815 ม. และสูง 1.700 ม. ที่ออกแบบให้นั่งได้รวม 5 คน และมีหน้าตาที่ทำให้ผู้ใช้รถตัดสินใจได้ง่าย แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดในเมืองมังกรยืนยันว่า ก่อนสิ้นปีงูเล็กนี้และหลังจากปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพียงเล็กน้อย รถคันนี้ก็จะเปลี่ยนฐานะเป็นรถตลาดและออกสู่โชว์รูม พร้อมกับป้ายค่าตัวที่คาดกันว่าน่าจะอยู่ระหว่าง 90,000-100,000 หยวน หรือประมาณ 450,000-500,000 บาท แหล่งข่าวบอกด้วยว่า เครื่องยนต์ที่ใช้น่าจะเป็นเครื่องเบนซิน 1,497 ซีซี 110 กิโลวัตต์/150 แรงม้า

 

บีวายดี เอส 7 เอสยูวี

BYD AUTO บริษัทรถยนต์เอกชนซึ่งก่อตั้งกิจการเมื่อปี 2003 และปัจจุบันมีกำลังผลิตประมาณ 700,000 คัน/ปี เรียกความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ชมงานด้วย บีวายดี เอส 7 เอสยูวี (BYD S7 SUV) ซึ่งอวดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ในงานนี้ เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ ในตัวถังยาว 4.840 ม. กว้าง 1.855 ม. และสูง 1.720 ม. ที่มีกำหนดออกโชว์รูมก่อนสิ้นปีงูเล็ก โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้รวม 2 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบเบนซิน 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร 113 กิโลวัตต์/154 แรงม้า กับเครื่องเทอร์โบเบนซิน 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 151 กิโลวัตต์/205 แรงม้า ระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังก็มีให้เลือก 2 แบบ คือเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่

 

เบสเติร์น เอกซ์ 80

FAW GROUP CORPORATION บริษัทรถยนต์ของรัฐบาลจีนซึ่งประกอบกิจการมาตั้งแต่ปี 1953 และปัจจุบันมีฐานะเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ติดอันดับ “บิกโฟร์” ของเมืองมังกร ดึงดูดความสนใจของสื่อมวลชนและผู้ชมงานด้วยรถ เบสเติร์น เอกซ์ 80 (BESTURN X80) ที่เห็นในภาพบนและภาพใหญ่ขวามือ ซึ่งอวดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้เช่นกัน เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดกลาง ในตัวถังยาว 4.586 ม. กว้าง 1.820 ม. และสูง 1.662 ม. ที่ออกแบบและพัฒนาโดยขอหยิบขอยืมชิ้นส่วนหลายชิ้นรวมทั้งพแลทฟอร์มจากรถเก๋ง มาซดา 6 (MAZDA 6) รุ่นที่ผลิตในเมืองจีน เริ่มจำหน่ายในเมืองมังกรไปแล้วเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยติดป้ายค่าตัว 120,000-200,000 หยวน หรือประมาณ 600,000-1,000,000 บาท และมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่องเบนซิน 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 107 กิโลวัตต์/146 แรงม้า กับเครื่องเบนซิน 4 สูบเรียง 2.3 ลิตร 113 กิโลวัตต์/154 แรงม้า ทั้ง 2 ขนาดเป็นเครื่องยนต์ที่ได้จากค่าย มาซดา เช่นกัน

 

เวนูชีอา วีวา

เวนูชีอา วีวา (VENUCIA VIWA) ผลงานจากความร่วมมือของค่าย DFM หรือ DONGFENG MOTOR CORPORATION กับยักษ์รอง NISSAN MOTOR ของญี่ปุ่น เป็นรถใหม่อีกคันหนึ่งที่อวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถไฟฟ้าหน้าตาคิกขุ ที่ขอหยิบขอยืมชิ้นส่วนหลายชิ้นจากรถ นิสสัน มาร์ช (NISSAN MARCH) และเป็นต้นแบบของรถขนาดจิ๋วค่าตัวไม่เจ็บที่ 2 ค่ายนี้ตั้งใจจะร่วมกับผลิตขายในเมืองมังกร โดยติดยี่ห้อใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้เมื่อเดือนเมษายน 2012 คือ เวนูชีอา (VENUCIA) ซึ่งมีโลโกเป็นรูปดาวห้าแฉก 5 ดวง อย่างไรก็ตาม นิตยสารรถยนต์ฉบับหนึ่งในเมืองจีนซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษยืนยันว่า รถตัวจริงที่มีกำหนดออกตลาดในปี 2014 จะไม่เป็นรถไฟฟ้า แต่จะเป็นรถเครื่องยนต์เบนซิน

 

เรอเว อี 50 อีวี

รถไฟฟ้าอีกคันหนึ่งที่เลือกมาให้ชมกัน คือ รถติดป้ายชื่อ เรอเว อี 50 อีวี (ROEWE E50 EV) ซึ่งเพิ่งออกโชว์รูมในเมืองมังกรเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนของปีงูใหญ่ โดยติดป้ายค่าตัว 234,900 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 1,175,000 บาท เป็นผลงานของ SAIC MOTOR CORPORATION ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีนซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ และผู้ซื้อรถแบบนี้จะได้รับเงินชดเชยจากรัฐถึง 100,000 หยวน หรือประมาณ 500,000 บาท แต่คงต้องแย่งกันหน่อยเพราะผู้ผลิตตั้งใจจะทำขายเพียงปีละ 1,000 คัน ตามตัวเลขของผู้ผลิต ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 46 กิโลวัตต์/63 แรงม้า รถไฟฟ้าแบบนี้สามารถทำความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม. จะเดินทางได้ไกลประมาณ 190 กม.เมื่อวิ่งนอกเมือง และลดเหลือเพียง 120 กม.เมื่อวิ่งในเมือง

 

โวลาเร

โวลาเร (VOLARE) ผลงานอวดฝีมือและโชว์กึ๋นของ TADRI หรือ TONGJI AUTOMOTIVE DESIGN RESEARCH INSTITUTE สถาบันของรัฐบาลจีนซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2009 เพื่อให้การสนับสนุนงานออกแบบและวิจัยด้านรถยนต์ เป็นรถเปิดประทุนในตัวถังยาว 4.180 ม. กว้าง 1.680 ม. และสูง 1.200 ม. ที่ออกแบบให้นั่งเพียง 2 คน และติดตั้งระบบขับทุกล้อด้วยพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด กับแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาด 25 แอมป์ชั่วโมง และมี FUEL CELL หรือเซลล์เชื้อเพลิงซึ่งได้พลังงานจากปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างแกสไฮโดรเจนกับออกซิเจน ทำหน้าที่เป็น RANGE EXTENDER หรือ “ตัวยืดระยะทาง” ช่วยให้รถวิ่งได้ไกลกว่าวิ่งด้วยพลังไฟของแบทเตอรีเพียงอย่างเดียว สามารถทำความเร็วได้ถึง 150 กม./ชม.

 

อีโกนา วุลกาโน

รถติดป้ายชื่อ อีโกนา วุลกาโน (ICONA VULCANO) ที่เห็นในภาพบน ก็เป็นรถเพียงคันเดียวที่ทำขึ้นเพื่ออวดฝีมือและโชว์กึ๋นเช่นเดียวกัน แต่ในกรณีนี้เป็นฝีมือและกึ๋นของ ICONA DESIGN HOUSE ที่ปรึกษาด้านการออกแบบรถยนต์สัญชาติอิตาลี ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ทระดับ “ซูเพอร์คาร์” ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลังแบบไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน วี 12 สูบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งผู้รังสรคค์ไม่ได้เปิดเผยว่าชุดเดียวหรือหลายชุด บอกแต่เพียงว่าได้กำลังรวมสูงสุดระดับ 900 แรงม้า ทำให้รับประกันได้ว่าซูเพอร์คาร์ซึ่งมีอยู่เพียงคันเดียวนี้ จะสามารถทำอัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. โดยใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาที และจะสามารถทำความเร็วสูงสุดระดับ 350 กม./ชม. นั่นเทียว

 

นิสสัน ฟเรนด์-มี

จุดโฟคัสสายตาในบูธของยักษ์รองเมืองยุ่น คือรถติดป้ายชื่อ นิสสัน ฟเรนด์-มี (NISSAN FRIEND-ME) ที่กำลังอวดตัวอยู่ในภาพบนและภาพใหญ่ขวามือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของเก๋งซีดาน 4 ประตู 4 ที่นั่ง ที่ออกแบบโดยมีผู้ใช้รถวัยหนุ่มวัยสาวของเมืองจีนเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ผู้ใช้รถวัยหนุ่มวัยสาวที่มีอยู่ในเมืองมังกรมากกว่า 240 ล้านคนนี้ คือ ผู้ที่ถือกำเนิดในช่วงทศวรรษของปี 1980 ซึ่งเรียกกันในภาษาจีนว่า BALINGHOU เป็นผู้ที่ไม่ได้วัดความเร็วด้วยหน่วย KILOMETERS PER HOUR แต่วัดด้วย KILOBITS PER SECOND ตัวถังขนาดเล็กกะทัดรัดหลังคาเตี้ย มีหน้าตาและรูปทรงองค์เอวที่เห็นแล้วทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนนอนหลับและกำลังฝันไป ภายในห้องโดยสารติดตั้งเก้าอี้ที่นั่งรวม 4 ตัว ทุกตัวเป็นเก้าอี้แบบตัวใครตัวมันที่ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารร่วมทั้งจอมัลทิมีเดียไว้พร้อมสรรพ ส่วนระบบขับซึ่งเป็นเป้าหมายรองไม่ใช่เป้าหมายหลักในการออกแบบและพัฒนารถแนวคิดคันนี้ ก็เป็นไปตามสมัยนิยม คือ เป็นระบบไฮบริดที่ใช้เครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า

 

ฮอนดา เจด

ยักษ์รอง HONDA MOTOR ดึงดูดความสนใจให้สื่อมวลชนหลั่งไหลเข้าบูธ ด้วยผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องรวม 3 ชิ้น ชิ้นแรกคือรถติดป้ายชื่อ ฮอนดา เจด (HONDA JADE) ที่เห็นในภาพบน เป็นรถตลาดที่พัฒนาจากรถแนวคิด ฮอนดา คอนเซพท์ เอส (HONDA CONCEPT S) ซึ่งปรากฏที่งานมหกรรมยานยนต์ปักกิ่งเมื่อเดือนเมษายน 2012 และเป็นรถอเนกประสงค์ขนาดกลางที่ผลิตในเมืองจีนและออกแบบสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ ตัวถังยาว 4.645 ม. กว้าง 1.775 ม. และสูง 1.500 ม. ได้ชิ้นส่วนบางชิ้นรวมทั้งพแลทฟอร์มจากรถ ฮอนดา สตรีม (HONDA STREAM) รุ่นล่าสุด อย่างไรก็ตาม ต้องรอจนถึงเดือนกันยายนจึงจะออกโชว์รูม พร้อมกับป้ายค่าตัวที่คาดกันว่า น่าจะเริ่มต้นที่ระดับ 150,000 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 750,000 บาท

 

ฮอนดา คไรเดอร์
ผลงานดึงดูดใจอีกชิ้นหนึ่งของยักษ์รองจากเมืองยุ่น คือ รถตลาดติดป้ายชื่อ ฮอนดา คไรเดอร์ (HONDA CRIDER) ซึ่งก็อวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้เช่นกัน เป็นรถเก๋งซีดานขนาดกลางผลิตในเมืองจีน ที่พัฒนาจากรถแนวคิด ฮอนดา คอนเซพท์ ซี (HONDA CONCEPT C) ซึ่งปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ปักกิ่งครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนปีงูใหญ่ ตัวถังยาว 4.650 ม. กว้าง 1.750 ม. และสูง 1.505 ม. ติดตั้งเครื่องเบนซิน 1.8 ลิตร เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบที่ยักษ์รองของเมืองยุ่นบอกว่า ผสมผสานวัฒนธรรมของคนจีนไว้ด้วย เปิดรับใบสั่งจองแล้วในวันเปิดงานนี้ ด้วยค่าตัวเริ่มต้นที่ระดับ 130,000 หยวน หรือประมาณ 650,000 บาท แต่ต้องรอจนถึงเดือนมิถุนายนนั่นแหละ รถคันแรกจึงจะส่งถึงมือผู้ซื้อ

 

ฮอนดา คอนเซพท์ เอม-เอมพีวี

ปิดท้ายกองทัพรถใหม่ของค่าย HONDA MOTOR ด้วยรถติดป้ายชื่อ ฮอนดา คอนเซพท์ เอม-เอมพีวี (HONDA CONCEPT M-MPV) ซึ่งก็ไม่เคยพบเคยเห็นกันมาก่อนในงานอื่นเช่นเดียวกัน เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของ MPV หรือรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ และเป็นต้นแบบของรถที่ในปีหน้าค่ายนี้จะเริ่มผลิตขายในเมืองจีน เป็นรถที่ออกแบบและพัฒนาโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาของ ฮอนดา ในญี่ปุ่น แต่จะใช้โรงงานในจีนเป็นที่ผลิต ตัวถังซึ่งทั้งยาวและกว้างกว่ารถ ฮอนดา เอลีชัน (HONDA ELYSION) ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่สุดที่ค่ายนี้ผลิตอยู่ในปัจจุบัน มีรายละเอียดในหลายๆ จุดที่สื่อมวลชนบางเจ้าในเมืองมังกรวิจารณ์ว่า ทำได้บ้าดี ! ตัวอย่าง คือ แผงกระจังหน้าขนาดใหญ่โตมโหระทึก เต็มไปด้วยแสงสี และเส้นสายที่เห็นแล้วเวียนหัว

 

อคูรา คอนเซพท์ เอสยูวี-เอกซ์

ไม่ได้ปล่อยให้บริษัทแม่เด่นดังอยู่เจ้าเดียว ACURA ผู้ผลิตรถระดับ “พรีเมียม” ซึ่งเพิ่งย่างเท้าเข้าสู่ตลาดจีนได้ไม่นานก็มีของดีมาอวดในงานนี้เช่นกัน นั่นคือ อคูรา คอนเซพท์ เอสยูวี-เอกซ์ (ACURA CONCEPT SUV-X) รถแนวคิดคันแรกที่ค่ายนี้นำออกอวดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” นอกทวีปอเมริกาเหนือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัด ที่ออกแบบและพัฒนาโดยมีผู้ใช้รถในเมืองจีนเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตัวถังที่เห็นได้ชัดว่าตั้งใจออกแบบอย่างประณีตพิถีพิถัน มีรายละเอียดในหลายๆ จุดที่เรียกความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ชมงานได้อย่างดี ตัวอย่าง คือ ส่วนหน้าของตัวรถ ซึ่งติดตั้งโคมไฟขนาดค่อนข้างเล็กและเรียว แต่มีแผงกระจังหน้าขนาดโตดึงดูดสายตาที่ให้ความรู้สึกในพละกำลัง

 

โตโยตา ยารีส

พื้นที่อันกว้างขวางถึง 4,200 ตารางเมตรของยักษ์ใหญ่จากเมืองยุ่นเนืองแน่นไปด้วยผู้คนและลูกเด็กเล็กแดง เพราะค่ายนี้นำกองทัพรถใหม่ออกอวดตัวนับแล้วได้มากกว่า 50 คัน และเกือบ 10 คันในจำนวนที่ว่านี้เป็นรถติดป้ายชื่อ โตโยตา ยารีส (TOYOTA YARIS) ซึ่งมีคันสีขาว คันสีเทา คันสีดำ คันสีเงิน คันสีแดง และคันสีเขียวปี๋อย่างที่เห็นในภาพ เป็นรุ่นที่ออกแบบขึ้นโดยเฉพาะสำหรับตลาดเอเชีย และยักษ์รองเมืองยุ่นเพิ่งนำออกแสดงแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ มีขนาดตัวถังโตกว่ารถชื่อเดียวกันที่ยังมีขายในบ้านเราอย่างเห็นได้ชัด ขนาดความยาวเพิ่มจาก 3.785 เป็น 4.115 ม. คือ ยาวขึ้นถึง 33 ซม. หน้าตาและรูปทรงองค์เอวโดยรวม เห็นแล้วเกิดความรู้สึกว่าน่าจะติดป้ายชื่ออื่นที่ไม่ใช่ โตโยตา ยารีส รายละเอียดในบางจุดเห็นได้ชัดว่าเพื่อสนองรสนิยมของผู้ใช้รถในเมืองจีน ตัวอย่าง คือ แผงกระจังหน้าและกันชนหน้ารูปสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่โตมโหฬาร มองไกลๆ เหมือนใบหน้าของคนหนวดเฟิ้ม อย่างที่บอกไปแล้วว่าคนที่นั่นเขาชอบกระจังหน้าใหญ่ๆ

 

โตโยตา เอฟที-เอชที ยูเจีย

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้าสู่บูธของยักษ์ใหญ่เมืองยุ่น ก็คือ โตโยตา เอฟที-เอชที ยูเจีย (TOYOTA FT-HT YUEJIA) ที่เห็นในภาพบนและ 2 ภาพขวามือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 6 ที่นั่ง (2+2+2) ขับเคลื่อนแบบไฮบริด ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับตลาดจีน และมีผู้ใช้รถวัยหนุ่มสาวอย่างที่เรียกกันว่า BALINGHOU เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตัวถังยาว 4.770ม. กว้าง 1.920 ม. และสูง 1.640 ม. ติดตั้งประตูข้างบานโตที่เปิดแยกออกจากกันโดยไม่มีเสาค้ำยันกลาง การขึ้นลงรถจึงทำได้สะดวกมาก และต้องทำโครงหลังคาให้แข็งแรงกว่าปกติ หน้าตาและรูปทรงองค์เอวของตัวรถมีจุดสะดุดตาสะดุดใจอยู่หลายจุด แต่จุดที่เห็นแล้วทำใจไม่ได้เลย ก็คือแผงกระจังหน้ารูปปีรามิดตัดยอดขนาดมหึมา

 

แรนซ์ อีวี

SICHUAN FAW TOYOTA MOTOR บริษัทรถยนต์ทวิสัญชาติใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถแบบแรกที่จะผลิตขายในเมืองมังกรโดยติดป้ายยี่ห้อ แรนซ์ (RANZ) อันเป็นยี่ห้อใหม่ที่เพิ่งกำเนิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมของปีงูเล็กและจะใช้โดยเฉพาะกับรถไฟฟ้า ชื่อนี้ตรงกับ LANG SHI ในภาษาจีน ซึ่งแปลว่า BRIGHT LIFE หรือ “ชีวิตสดใส” รถแบบแรกที่กล่าวนี้ เป็นรถเก๋งซีดานขนาดเล็กกะทัดรัด ออกแบบและพัฒนาโดยขอหยิบขอยืมชิ้นส่วนหลายชิ้นรวมทั้งพแลทฟอร์มจากรถ โตโยตา โคโรลลา อีเอกซ์ (TOYOTA COROLLA EX) รุ่นที่ผลิตในเมืองจีน ที่น่าประหลาดใจก็คือ ผู้ผลิตทำทีทำท่าเหมือนไม่เต็มใจจะเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ของรถแบบนี้เลย ไม่บอกว่าเมื่อไรจะออกขาย ? ไม่บอกว่าตั้งค่าตัวไว้เท่าไร ? บอกแต่เพียงว่า ขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ

 

ซูซูกิ ออเธนทิคส์

ยักษ์เล็กของเมืองยุ่นซึ่งเพิ่งถอนยวงจากตลาดอเมริกาเหนือ นำรถหน้าตาพอดูได้ติดป้ายชื่อ ซูซูกิ ออเธนทิคส์ (SUZUKI AUTHENTICS) ออกอวดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถเก๋งซีดานขนาดเล็กกะทัดรัด ที่ค่ายนี้ตั้งใจจะนำออกสู่โชว์รูมในปี 2014 ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ด้านเทคนิค บอกเพียงว่า มีขนาดตัวถังยาว 4.600 ม. กว้าง 1.815 ม.และสูง 1.390 ม. กับช่วงฐานล้อที่ยาวถึง 2.750 ม. ปัจจุบันรถซีดานขนาดโตที่สุดที่ค่ายนี้เสนอให้ลูกค้าในเมืองจีนเลือกใช้ คือ รถ ซูซูกิ คิซาชิ (SUZUKI KIZASHI) ซึ่งยาว 4.650 ม. กว้าง 1.820 ม. และสูง 1.480 ม. คือ แทบไม่ต่างกันเลยกับรถแนวคิดคันนี้ จึงคาดกันว่าที่เห็นอยู่นี้นี่แหละคือ ซูซูกิ คิซาชิ รุ่นใหม่

 

บิวอิค ริเวียรา คอนเซพท์

มหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ ค่ายอเมริกันดูเหงาพิกล เพราะมีรถแบบใหม่ๆ ให้เห็นเพียงไม่กี่คัน คันที่ดูหวือหวาฟู่ฟ่าและเรียกความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ชมงานได้มากที่สุด ไม่ต้องอาศัยโพลสำรวจความเห็นเจ้าไหน ก็สามารถฟันธงได้เลยว่า คือ บิวอิค ริเวียรา คอนเซพท์ (BUICK RIVIERA CONCEPT) รถใหม่อีกคันหนึ่งที่ปรากฏตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถคูเป 2 ประตู 4 ที่นั่ง ซึ่งให้รอจนถึงชาติหน้าก็คงไม่มีโอกาสเปลี่ยนฐานะเป็นรถตลาด ตัวถังซึ่งทั้งยาวทั้งกว้างมีจุดโดดเด่นสะดุดสะดุดใจอยู่มากมาย รวมทั้งประตูปีกนกบานโต WATERFALL GRILLE หรือ แผงกระจังหน้ารูปน้ำตก และไฟวิ่งกลางวันรูปปีกนก ที่น่าสนใจไม่แพ้รายละเอียดของตัวถัง คือ ระบบขับแบบไฮบริดชนิดต้องมีการชาร์จไฟ อย่างที่เรียกขานกันในภาษาอังกฤษว่า WIRELESS PLUG-IN HYBRID ELECTRIC DRIVE เป็นเทคโนโลยีก้าวล้ำนำสมัยที่ค่ายนี้กำลังรีบเร่งพัฒนา และเชื่อได้ว่าอีกไม่นานคงได้พบได้เห็นและได้ใช้กันในรถสัญชาติอเมริกันบางรุ่น

 

ซีตรอง เดแอส ไวลด์ รูบิส

ค่าย “จ่าโท” ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ สามารถขายรถในตลาดจีนได้ถึง 70,000 คัน และเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่สามารถขายรถนอกบ้านได้มากกว่าในบ้านเป็นครั้งแรก เรียกความสนใจจากผู้สื่อมวลชนและผู้ชมงานหลากเพศหลากวัยด้วย ซีตรอง เดแอส ไวลด์ รูบิส (CITROEN DS WILD RUBIS) รถสีแดงเพลิงในภาพบนและภาพขวามือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดกลางที่เน้นลักษณะสปอร์ท และเป็นต้นแบบของรถตลาดที่ภายในปี 2014 ค่าย “จ่าโท” จะนำออกสู่ตลาดในเมืองมังกรพร้อมกับชื่อ ซีตรอง เดแอส อิกซ์ 7 (CITROEN DS X7) ตัวถังซึ่งยาว 4.700 ม.กว้าง 1.950 ม.และสูง 1.590 ม.ติดตั้งระบบขับไฮบริด โดยใช้เครื่องเทอร์โบเบนซิน 1.6 ลิตร 225 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 69 แรงม้า

 

เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท

เปิดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์คในสหรัฐอเมริกายังไม่ครบเดือน ที่งานนี้ ยอดรถกิจกรรมกลางแจ้งสัญชาติอังกฤษ เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท (RANGE ROVER SPORT) ก็บินลอยฟ้ามาให้คนรักรถในทวีปเอเซียได้สัมผัสตัวจริงเสียงจริงเป็นครั้งแรก เป็นรถรุ่นใหม่ซึ่งมีตัวถังยาวกว่ารถรุ่นเก่า 6.2 ซม. แต่น้ำหนักตัวกลับเบากว่ากันถึง 420 กก. เนื่องจากเปลี่ยนชิ้นส่วนหลายชิ้นจากเหล็กกล้าเป็นอลูมิเนียม ในตลาดจีนรถรุ่นจะมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่องเบนซินฉีดตรงติดซูเพอร์ชาร์เจอร์ DOHC วี 6 สูบ 2,995 ซีซี 250 กิโลวัตต์/340 แรงม้า กับเครื่องเบนซินฉีดตรงติดซูเพอร์ชาร์เจอร์ DOHC วี 8 สูบ 5,000 ซีซี 375 กิโลวัตต์/510 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์มีแบบเดียวคือเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

 

ฟอร์ด เอสคอร์ท คอนเซพท์

ฟอร์ด เอสคอร์ท คอนเซพท์ (FORD ESCORT CONCEPT) เป็นอีกคันหนึ่งที่หน้าตาและรูปทรงองค์เอวเหมือนเป็นรถที่กำลังจะออกโชว์รูม แต่ที่จริงยังติดป้ายว่าเป็นรถแนวคิด เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถเก๋งซีดานขนาดเล็กกะทัดรัดที่ออกแบบและพัฒนาสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ และมีกำหนดออกตลาดในปี 2015 เหตุใดจึงทำรถขนาดเล็กกะทัดรัดอีกหนึ่งรุ่น ทั้งๆที่ขณะนี้ก็มีรถ ฟอร์ด โฟคัส (FORD FOCUS) อยู่แล้ว? คำตอบคือเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ใช้รถในเมืองจีน ซึ่งตลาดของรถเล็กกะทัดรัดนั้นโตถึง 5 ล้านคันต่อปี และทราบกันดีว่าปัจจัยสำคัญเมื่อคนจีนเลือกซื้อรถคือความกว้างของห้องโดยสาร หากชอบรถที่ขับสนุกและเน้นเทคโนโลยี รถที่เหมาะก็คือ ฟอร์ด โฟคัส หากต้องการบรถขนาดเล็กแต่ห้องโดยสารใหญ่ก็ต้องรถรุ่นใหม่นี้

 

เมร์เซเดส-เบนซ์ คอนเซพท์ จีแอลเอ

ตีข่าวผ่านสื่อสารพัดชนิดล่วงหน้านานเป็นเดือน ว่าจะนำรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ คอนเซพท์ จีแอลเอ (MERCEDES-BENZ CONCEPT GLA) ออกอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่เซี่ยงไฮ้ บูธของค่ายดาวสามแฉกจึงเนืองแน่นไปด้วยสื่อมวลชนและใครต่อใครก็ไม่รู้ที่รับประกันได้ว่าไม่น่าจะใช่สื่อมวลชน เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งขับทุกล้อ ซึ่งบ่งบอกให้เห็นว่ารถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัดอนุกรมใหม่ ที่ค่าย “ดาวสามแฉก” ตั้งใจจะนำออกสู่ตลาดในปี 2014 จะมีทิศทางอย่างไร? ตัวถังนั่ง 4 คน ซึ่งแหล่งข่าววงในยืนยันว่า มีขนาดใกล้เคียงกันมากกับเมื่อกลายสภาพเป็นรถตลาด คือ ยาว 4.383 ม.กว้าง 1.978 ม.และสูง 1.579 ม. ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,991 ซีซี 155 กิโลวัตต์/211 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ วิจารณ์กันในยุโรปว่า เมื่อออกตลาด เป้าหมายโดยตรงของรถอนุกรมใหม่นี้ คือ เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค (RANGE ROVER EVOQUE) ของค่ายอังกฤษ

 

เอาดี เอ 3 ซีดาน

รถสัญชาติเยอรมันอีกแบบหนึ่งที่อวดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ คือ เอาดี เอ 3 (AUDI A3) ในตัวถังซีดาน อันเป็นตัวถังที่ไม่เคยพบเคยเห็นกันมาก่อนเลยในรถเล็กติดตรา “สี่ห่วง” อนุกรมนี้ หากถามว่าทำไมต้องมีตัวถังซีดาน? ย้อนไปอ่านข้างต้นก็จะพบคำตอบว่า เพราะผู้ใช้รถในเมืองจีนไม่นิยมชมชอบรถแฮทช์แบค ในจีนค่าย”สี่ห่วง”จะใช้โรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองกวงตง เป็นที่ผลิตรถซีดานซึ่งมีขนาดตัวถังยาว 4.460 ม.กว้าง 1.880 ม.และสูง 1.420 ม.รุ่นนี้ เป็นโรงงานที่ FAW GROUP CORPORATION ของจีนและ VOLKSWAGEN GROUP ของเยอรมนีร่วมทุนกันสร้าง คาดว่ารถจะออกโชว์รูมภายในปี 2014 และมีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 ขนาด เป็นเครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดตรงล้วนๆ ไม่มีเครื่องดีเซล

 

สมาร์ท ฟอร์เจเรมี

หน้าตาเหมือนรถที่บินลอยลมได้นี้คือรถติดป้ายชื่อ สมาร์ท ฟอร์เจเรมี (SMART FORJEREMY) เป็นรถรุ่นพิเศษผลิตขายจำนวนจำกัด ที่ยอดผู้ผลิตรถจิ๋วซึ่งอยู่ภายใต้ร่มเงาของค่าย “ดาวสามแฉก” ทำขึ้นเป็นตามแนวความคิดและคำแนะนำของ เจเรมี สกอทท์ (JEREMY SCOTT) นักออกแบบแฟชั่นชวอเมริกันชื่อดัง ไม่ได้ทำขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่ดัดแปลงจากรถ สมาร์ท ฟอร์ทู คูเป (SMART FORTWO COUPE) ที่ในบ้านเราก็มีวิ่งอยู่หลายคัน เมื่อมองจากภายนอกจุดเด่นของรถรุ่นพิเศษมีอยู่จุดเดียว คือปีกนกตรงบั้นท้ายดังที่เห็นในภาพ ส่วนระบบขับมีให้เลือก 3 แบบ คือขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 55 กิโลวัตต์/75 แรงม้า ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 60 กิโลวัตต์/82 แรงม้า และด้วยเครื่องเทอร์โบเบนซิน DOHC 3 สูบเรียง 999 ซีซี 75 กิโลวัตต์/102 แรงม้า

 

บีเอมดับเบิลยู คอนเซพท์ เอกซ์ 4

ปิดท้ายด้วยรถสัญชาติเยอรมันอีกคันหนึ่งที่อวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้และเรียกความสนใจจากสื่อมวลชนได้ไม่น้อยหน้าคันอื่นๆ คือรถติดป้ายชื่อ บีเอมดับเบิลยู คอนเซพท์ เอกซ 4 (BMW CONCEPT X4) ที่เห็นในภาพบนและภาพซ้ายมือ เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัดที่ค่าย “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว” จะนำออกสู่ตลาดในปี 2014 โดยติดป้ายชื่อ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 4 (BMW X4) ตัวถังยาว 4.648 ม.กว้าง 1.915 ม.และสูง 1.622 ม.ซึ่งเป็นผลงานรังสรรค์ของทีมงานที่มี คาริม ฮาบิบ (KARIM HABIB) นักออกแบบชาวแคนาดาซึ่งเกิดในเลบานอนเป็นผู้นำ มีรูปทรงองค์เอวที่ดูเผินๆเหมือนย่อส่วนจากรถอนุกรมพี่ที่คนรักรถกิจกรรมกลางแจ้งทั่วโลกรู้จักกันดี คือ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 6 (BMW X6)



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2556
คอลัมน์ : มหกรรมยานยนต์ต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/95A3d

บทความที่เกี่ยวข้อง

มหกรรมยานยนต์ เซี่ยงไฮ้ 2017
มหกรรมยานยนต์เจนีวา 2017
มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ 2017
มหกรรมยานยนต์ ปารีส 2016
มหกรรมยานยนต์ปักกิ่ง 2016
มหกรรมยานยนต์เจนีวา 2016
อัพเดทล่าสุด
22 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th