รู้ลึกอุปกรณ์

กล่องโมดิฟายด์ อีซียู


ฉบับที่แล้วได้พาท่านไปทำความรู้จักกับของเล่นเพิ่มกล้าม สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรลที่หลายท่านเริ่มคุ้นหูติดปาก กับชื่อ “กล่องโมดิฟายด์คอมมอนเรล” หรือ “กล่อง ECU โมดิฟายด์เพิ่มแรงม้า-แรงบิดเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล” ให้ได้รู้จักกันพอสมควร

คราวนี้มาศึกษากันให้ลึกซึ้งกับกล่องประเภทอื่นๆ ว่าหน้าที่ หลักการทำงาน และความโดดเด่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ด้านใดกันบ้าง

กล่องยกหัวฉีด (LIFT INJECTION) คือ การแปลงสัญญาณเพื่อขยายเวลาในการยกตัวของเข็มหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ฉีดได้ในปริมาณที่มากขึ้นใน 1 จังหวะการทำงาน สามารถควบคุมปริมาณเชื้อเพลิงตามต้องการได้

 

การทำงาน

ทำงานโดยระบบอีเลคทรอนิคส์ รับสัญญาณไฟฟ้าที่ส่งมาจากกล่องควบคุมสมองกลของรถ ไปยังกล่องควบคุมการจ่ายน้ำมัน ผ่านกล่องอีเลคทรอนิคส์อีก 1 ชุด (EDU: ELECTRONIC DRIVE UNIT) ซึ่งควบคุมหัวฉีดเพื่อจ่ายน้ำมันเข้าแต่ละหัว แล้วแปลงค่าสัญญาณนั้น เพื่อสั่งให้หัวฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงมีระยะเวลาจ่ายน้ำมันให้นานขึ้น ตามจังหวะเวลาและรอบเครื่องยนต์ที่ต้องการ มีผลให้เครื่องยนต์ได้รับเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับการทำงานที่รอบเครื่องยนต์สูงๆ หรือที่ความเร็วสูง เครื่องยนต์จึงมีแรงม้าและแรงบิดเพิ่ม ทำให้ได้อัตราเร่งที่ดี และมีความเร็วปลายสูงขึ้น อธิบายแบบง่ายๆ คือ เพิ่มระยะเวลาในการฉีดน้ำมันแต่ละรอบเครื่องให้นานขึ้น

ตัวอย่างง่ายๆ เช่น รอบเครื่องมีระยะการยกหัวฉีดที่เฉลี่ยการฉีดน้ำมันเพื่อจุดระเบิดในเวลา 1 วินาที เพิ่มเป็น 1.2/1.5 หรือ 2 วินาที เพื่อเพียงพอต่อความต้องการ และถ้ารถยนต์ได้มีการปรับแต่งระบบอัดอากาศ หรือเปลี่ยนเทอร์โบที่อัดลมเข้าสู่ห้องเครื่องได้มากกว่าเดิม เช่น ของเดิม 1 บาร์/ตารางนิ้ว หรือ 14.7 ปอนด์/ตารางนิ้ว แต่ได้ทำการเปลี่ยนเทอร์โบ ให้สร้างแรงอัดอากาศป้อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้อยู่ที่ระดับ 25 ปอนด์/ตารางนิ้ว ผลที่ตามมา คือ การสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากกล่อง ECU เดิมจึงไม่สามารถจ่ายน้ำมันได้เพียงพอต่อปริมาตรของแรงอัดอากาศใหม่ที่ประจุเข้าสู่ห้องเผาไหม้มากกว่าเดิม ดังนั้นจึงต้องเสริมกล่องยกหัวฉีดเข้าไป เพื่อเพิ่มน้ำมันให้เพียงพอต่ออากาศที่เพิ่มขึ้น

ประโยชน์ของกล่องยกหัวฉีด
1. เพิ่มแรงม้า ขั้นต่ำ 40 ตัวขึ้นไป และแรงบิด ขั้นต่ำ 50 % ขึ้นไป (แล้วแต่ระดับการทูน)
2. ลดการรอรอบอย่างเห็นได้ชัด
3. เพิ่มความเร็วปลาย เช่น รถเดิมวิ่ง 160 กม./ชม. หลังจากการปรับทูนแล้วสามารถทำความเร็วปลายได้ 180-200 กม./ชม. หรืออาจมากกว่า (อยู่ที่ระดับการทูน)
4. การสึกหรอของเครื่องยนต์น้อยกว่าการทำอื่นๆ
5. บางยี่ห้อมีสวิทช์เปิด/ปิด ทำให้รถเดิมๆ กลายเป็น “รถซิ่ง” ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งเปิดใช้งานได้ทันทีขณะขับรถ

ข้อเสียของกล่องยกหัวฉีด

1. กล่องยกหัวฉีดจะมีราคาค่อนข้างสูง ถ้าเปรียบเทียบกับกล่องชนิดอื่นๆ

2. การปรับแต่งรถใดๆ ก็แล้วแต่ ย่อมทำให้เกิดการสึกหรอที่มากขึ้น แต่สำหรับกล่องยกหัวฉีด การสึกหรอจะน้อยกว่าการปรับแต่งรูปแบบอื่น (ขึ้นอยู่กับระดับการขับขี่ และการปรับว่ามาก/น้อยเพียงใด )

นอกเหนือจากประเภทที่กล่าวมาทั้งหมด ซึ่งถือเป็นกล่องโมดิฟายด์ แบบชนิดต่อพ่วง ยังมีกล่องโมดิฟายด์เสริมที่จำเป็นต้องติดตั้งเพิ่ม เพื่อเติมสมรรถนะของกล่องควบคุมข้างต้น ให้สามารถทำงานได้เนียนยิ่งขึ้น ได้แก่

การปลดบูสต์ คือ ปลดลอคสัญญาณการตรวจจับแรงดันอากาศในท่อร่วมไอดี ให้สามารถทำแรงดันได้เกินค่าที่กำหนด โดยที่เครื่องไม่ถูกสั่งตัดเชื้อเพลิง

การปลดลอคความเร็ว คือ ปลดลอคสัญญาณค่าจำกัดความเร็ว ให้ได้เกินค่าที่โรงงานผู้ผลิตลอคเอาไว้

การปลดลอคคันเร่งไฟฟ้า คือ การแปลงสัญญาณของคันเร่งไฟฟ้า ให้ตอบสนองไวขึ้น มีการหน่วงน้อยลง หรือไม่มีเลย

ยังเหลือกล่องโมดิฟายด์ระดับเทพ ที่ต้องยกยอดไว้ต่อฉบับหน้า นั่นคือ กล่องโมดิฟายด์ที่รวมความอเนกประสงค์บรรจุไว้เป็นหนึ่งเดียว รวมถึงกล่องโมดิฟายด์ซึ่งทำงานแทนที่กล่อง ECU หลัก “ขาซิ่ง” ไม่ควรพลาด เพราะคุณจะกลายเป็นผู้รอบรู้ที่สามารถเลือกเสริมสมรรถนะรถได้อย่างคุ้มค่า ไม่เพียงแค่ได้เร้าใจกับความแรงของขุมพลัง แต่ถ้าเลือกใช้อย่างชาญฉลาด รับรองว่าอุปกรณ์ตกแต่งประเภทนี้ยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในกระเป๋าสตางค์ได้อีกด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : พันทาง
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2556
คอลัมน์ : รู้ลึกอุปกรณ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/zn29C

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน