บทความ

ยังขายกันดีอยู่


ผ่านพ้นไตรมาสแรกของปีกันไปแล้ว ด้วยความร่าเริงของค่ายรถยนต์ ที่สามารถทำตัวเลขการขายเพิ่มขึ้นได้อีกครั้ง ด้วยยอดขายเพียงเดือนเดียว ขายกัน 155,982 คัน เพิ่มขึ้น 41.8 % ขณะที่ยอดรวมไตรมาสแรก ยังเพิ่มขึ้น 47.8 % ด้วยตัวเลข 409,036 คัน
ทั้งนี้ ก็เป็นผลจากการทยอยส่งมอบรถคันแรก ที่จับจองกันเอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงมีปริมาณค้างจอง ที่สะสมกันมา ที่คาดกันว่า หมดครึ่งปีแรกไปแล้ว จึงจะคลี่คลาย แม้ว่าจะมีการร้องเรียนเรื่องต้องคอยรถนานก็ตามที รวมทั้งค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น ต่างก็ต้องสปีดตัวเลข เพื่อปิดตัวเลขขายประจำปี ที่ปิดงบดุลกันปลายเดือนมีนาคม

แต่นักการตลาดก็ยังมองว่า ตั้งแต่ต้นปีมา มีการแนะนำรถรุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขาย ที่เริ่มโหมประโคมกันมาตั้งแต่ต้นปี รวมทั้งสภาวการณ์เศรษฐกิจโดยภาพรวม ยังคงปรับตัวไปในทิศทางที่ดีอยู่ แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องเงินบาทแข็งค่าก็ตามที

จากรายงานของธนาคาร ถึงการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ประจำไตรมาสแรกของปี พบว่า นักธุรกิจส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจและธุรกิจโดยรวมจะยังคงขยายตัวในเกณฑ์ดี เนื่องจากดัชนียังอยู่ในระดับที่สูงกว่า 50 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีความชัดเจนมากขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลบวกต่อภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจ ในระยะต่อไป

เพียงแต่ว่า นักลงทุนยังคงกังวลต่อวิกฤตหนี้ยุโรปรวม อีกทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ที่ภาครัฐก็ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

แต่ในวงการรถยนต์นำเข้า ที่มีข้อกำหนดเพิ่มเติม ให้รถยนต์นำเข้าทุกยี่ห้อ ต้องได้การรับรองมาตรฐานไอเสียจาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อนำเอกสารไปใช้ประกอบการจดทะเบียนและเสียภาษีประจำปี กับ กรมการขนส่งทางบก แต่บรรดาผู้นำเข้า ยังคงมีปัญหากันหลากเรื่อง และยื่นเรื่องขอผ่อนผันข้อกำหนดดังกล่าว

ล่าสุด หลวงท่านก็ยอมผ่อนปรนให้ 3 ข้อ คือ ข้อแรก อนุโลมให้รถที่นำเข้ามาก่อนวันที่ 30 พย. 2555 ไม่ต้องผ่านการตรวจ
ข้อ 2 เปลี่ยนหลักเกณฑ์จำนวนครั้งที่อนุญาตให้ตรวจ จากเดิมตรวจได้ไม่เกิน 3 ครั้ง/คัน หากไม่ผ่าน ไม่สามารถนำมาตรวจได้อีก ให้ทำได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

และ ข้อ 3 กรณีรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ทาง สมอ. และสถาบันยานยนต์ยังไม่มีเครื่องมือตรวจสอบ อนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถนำใบรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือในต่างประเทศ มาใช้ยืนยันได้

อันที่จริง บรรดารถที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ก็เป็นรถหรูหรา ราคาแพง และเกือบร้อยทั้งร้อย เป็นรถที่ผ่านมาตรฐานไอเสีย ในระดับที่สูงกว่ามาตรฐานของบ้านเราอยู่แล้ว ก็ไม่ค่อยเข้าใจวิธีการของบ้านเราเหมือนกัน ว่าทำไมจะต้องทำให้มันวุ่นวายมากมายนัก

ทำยังกับบรรดาข้าราชการระดับ ดร. ทั้งหลาย ไม่เคยผ่านการศึกษาในต่างประเทศมาบ้างเลย

ท่าจะจบโรงเรียนวัดกันมาทั้งนั้น ถึงไม่ค่อยรู้เรื่องชาวบ้านเขาบ้างเลย

กลับมาถึงเรื่องมาตรวัดของเรา จบเดือนมีนาคม หรือไตรมาสแรกของปี ค่ายรถยนต์ยังคงสามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นเป็นปกติ ด้วยตัวเลขประจำเดือนเพิ่มขึ้น 41.8 % ขายกัน 155,982 คัน ขณะที่ยอดรวมไตรมาสแรก ยังเพิ่มขึ้น 47.8 % ด้วยตัวเลข 409,036 คัน

แชมพ์ประจำเดือน ได้แก่ โตโยตา ขาย 47,518 คัน เพิ่มเล็กน้อย 4.2 % ส่วนแบ่งตลาด 30.5 %, อันดับสอง ได้แก่ ฮอนดา ขาย 28,708 คัน เพิ่มมหาศาล 1,489.6 % ส่วนแบ่ง 18.4 % อันดับสาม อีซูซุ ขายได้ 22,055 คัน เพิ่ม 7.1 % ส่วนแบ่ง 14.1 % อันดับสี่ นิสสัน ขาย 20,665 คัน เพิ่ม 62.7 % ส่วนแบ่ง 13.2 % และอันดับห้า มิตซูบิชิ ขาย 11,810 คัน เพิ่ม 34.0 % ส่วนแบ่ง 7.6 %
ยอดรวมไตรมาส โตโยตา 125,222 คัน ฮอนดา 72,202 คัน อีซูซุ 62,757 คัน นิสสัน 41,564 คัน มิตซูบิชิ 36,344 คัน
แยกเป็นประเภทรถยนต์นั่ง ยอดรวมเพียงเดือนเดียว ขายกันทั้งตลาด 75,371 คัน เพิ่มเยอะ 97.7 % ขณะที่ยอดรวมไตรมาส เพิ่ม 102.1 % ด้วยยอดขาย 192,697 คัน

ตำแหน่งแชมพ์อีกครั้ง ฮอนดา ขาย 24,733 คัน เพิ่มเยอะ 1,811.4 % ส่วนแบ่ง 32.8 % ที่สอง โตโยตา ขาย 18,598 คัน ลดลง 0.9 % ส่วนแบ่ง 24.7 % ที่สาม นิสสัน ขาย 15,893 เพิ่ม 60.5 % ส่วนแบ่ง 21.1 % ที่สี่ มิตซูบิชิ ขาย 4,653 เพิ่ม 1,863.3 % ส่วนแบ่ง 6.2 % และที่ห้า ยินดีต้อนรับน้องใหม่ ซูซูกิ ขาย 3,762 คัน ส่วนแบ่ง 5.0 %

รถเพื่อการพาณิชย์ ยอดรวมเดือนเดียว ขาย 4,420 คัน เพิ่มอยู่ 27.5 % โดยที่ยอดรวมไตรมาส เพิ่ม 46.0 % ขายกัน 11,995 คัน โดยมี อีซูซุ ขายมากกว่าเพื่อน 2,354 คัน เพิ่ม 45.7 % ส่วนแบ่ง 53.3 % ที่สอง ฮีโน ขาย 1,821 คัน เพิ่ม 14.3 % ส่วนแบ่ง 41.2 % และที่สาม มิตซูบิชิ ขาย 235 คัน เพิ่ม 4.4 % ส่วนแบ่ง 5.3 %

รถอเนกประสงค์อื่นๆ ยอดรวมลดลงเล็กน้อย ขาย 2,208 คัน ลด 9.9 % ยอดรวมไตรมาส ลดลงเช่นกัน 1.3 % ขาย 6,308 คัน โดยมี โตโยตา นำโด่ง 1,751 คัน แต่ก็ยังขายน้อยกว่าเดิม 6.6 % ส่วนแบ่ง 79.3 %

ขายรถกันดีๆ อย่างนี้ ก็ยังมีบางค่ายนั่งกันกระสับกระส่าย เหตุเพราะเสียตำแหน่งแชมพ์บางรุ่นไป ก็เตรียมอัดสรรพกำลังแคมเปญนานาชนิด ในเฉพาะบางรุ่น เรียกว่า ซื้อรถนาทีนี้ ผู้บริโภคได้ประโยชน์สุดๆ
ดีกว่าแคมเปญ รถคันแรกเสียอีก 555



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2556
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Rykoa
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง