บทความ

งามกว่านี้คงจะมีแต่มีไม่มาก


งามกว่านี้คงจะมีแต่มีไม่มาก
ASTON MARTIN VANQUISH

แม้ว่าอยู่ในวงการสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์มายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ฐานะความเป็นอยู่ก็ไม่ได้อัคคัตขัดสนอะไร แต่ “บ่องตง” ถึงอยากมีก็ยังไม่เคยมีรถสปอร์ทอยู่ในความครอบครอง แม้กระทั่งรถสปอร์ทขนาดเล็กกระจิ๋วหริวที่ราคาไม่สูงจนเกินเอื้อมอย่าง มาซดา เอมเอกซ์-5 (MAZDA MX-5) รถเปิดประทุนพันธุ์ยุ่น

แต่ถ้ามีใครสักคนเดินเข้ามาถามว่า หากไม่มีข้อจำกัดเรื่องตัวเลขในบัญชีธนาคาร และคิดจะซื้อรถสปอร์ทหรูๆ สักคัน จะเลือกซื้อรถอะไร? ก็จะตอบอย่างตรงไปตรงมาไม่เลี้ยวขวาหรือเลี้ยวซ้ายว่า รถรุ่นไหนก็ได้ที่ติดโลโก “ปีกนก” ของ แอสตัน มาร์ทิน (ASTON MARTIN) หากถามเหตุผล? ก็จะตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ชอบหน้าตาและรูปทรงองค์เอวของรถสปอร์ทสุดหรูยี่ห้อนี้ รุ่นไหนก็รุ่นไหน ดูสวยถูกตาถูกใจไปทุกรุ่น ถ้าผู้ถามยังไม่เข้าใจว่าสวยยังไง ก็จะบอกให้ดู แอสตัน มาร์ทิน แวนควิช (ASTON MARTIN VANQUISH) ที่เห็นอยู่นี้เป็นตัวอย่าง

ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของเมืองผู้ดีซึ่งก่อตั้งกิจการเมื่อปี 1914 บรรจุรถติดป้ายชื่อ แอสตัน มาร์ทิน แวนควิช (ASTON MARTIN VANQUISH) เข้าสู่สายการผลิตเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2001 ในฐานะตัวตายตัวแทนของรถรุ่นก่อนหน้านั้นคือรถ แอสตัน มาร์ทิน วีราจ (ASTON MARTIN VIRAGE) รูปทรงองค์เอวของรถรุ่นดังกล่าวเป็นผลงานรังสรรค์ของนักออกแบบชาวอังกฤษชื่อดังคือ เอียน คัลลัม (IAN CULLUM) ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 59 ปี ส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้ เป็นเครื่องเบนซิน วี 12 สูบ ความจุ 5,935 ซีซี ที่ให้กำลังสูงสุด 335 กิโลวัตต์/450 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และก็เช่นเดียวกับรถสปอร์ทยี่ห้อเดียวกันอีกหลายรุ่น แอสตัน มาร์ทิน แวนควิช รุ่นดังกล่าวได้รับบทบาทรถสายลับ ในภาพยนตร์ชุด เจมส์ บอนด์ 007 ตอน DIE ANOTHER DAY ก่อนจะถูกปลดจากสายการผลิตไปในปี 2007

ส่วน แอสตัน มาร์ทิน แวนควิช ที่เลือกมาให้ชื่นชมกันในเดือนนี้ เป็นรถรุ่นใหม่ เพิ่งวิ่งออกสู่ท้องถนนในเมืองผู้ดีในฐานะตัวตายตัวแทนของรถ แอสตัน มาร์ทิน ดีบีเอส (ASTON MARTIN DBS) ซึ่งอยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปลายปี 2007 เมื่อเดือนกันยายนของปีงูใหญ่นี่เอง หน้าตาและรูปทรงองค์เอวของรถรุ่นใหม่นี้ “เมาธ์” กันในเกาะอังกฤษว่า น่าจะเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบในลักษณะ EVOLUTIONARY หรือ “วิวัฒน์” โดยนำรายละเอียดบางส่วนของรถธงในสายการผลิตซึ่งติดป้ายค่าตัว 1,200,000 ปอนด์ คือ แอสตัน มาร์ทิน วัน-77 (ASTON MARTIN ONE-77) มาผสมผสานเข้ากับรูปทรงองค์เอวเดิมของรถ แอสตัน มาร์ทิน ดีบีเอส

แอสตัน มาร์ทิน แวนควิช รุ่นใหม่ ในตัวถังยาว 4.720 ม. กว้าง 1.905 ม. และสูง 1.294 ม. ซึ่งมีโครงสร้างตัวถังทำจากอลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ แต่เปลือกตัวถังทำจากอลูมิเนียมแมกนิเซียมอัลลอยและคาร์บอนไฟเบอร์ ติดตั้งระบบวางเครื่องหน้าตามยาว/ขับเคลื่อนล้อหลัง ด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซิน DOHC วี 12 สูบ ความจุ 5,935 ซีซี ซึ่งให้กำลังสูงสุด 422 กิโลวัตต์/574 แรงม้า ที่ 6,750 รตน. ให้แรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร/63.3 กก.-ม. ที่ 5,500 รตน. และถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ TOUCHTRONIC 2

สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของผู้ผลิตและจำหน่าย แอสตัน มาร์ทิน แวนควิช รุ่นล่าสุดนี้ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 4.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 295 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 14.4 ลิตร/100 กม. หรือ 6.9 กม./ลิตร และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่คนรักสีเขียวอาจเบือนหน้าหนี คือ 335 กรัม/กม.

เช่นเดียวกับรถซึ่งมาแทนที่ แอสตัน มาร์ทิน แวนควิช รุ่นนี้ทำห้องโดยสารเป็น 2 แบบ คือ แบบ 2+2 ที่นั่ง กับแบบ 2+0 ที่นั่ง ชอบแบบไหนก็เลือกซื้อแบบนั้น ส่วนสนนราคาค่าตัว ก็ไม่หนักหนาสาหัสสักเท่าไร คือ เริ่มต้นที่ระดับ 190,000 ปอนด์ แปลงเป็นเงินบาท ในยุคที่เงินบาทแข็งปึ๋งปั๋ง คือ เงินอังกฤษ 1 ปอนด์ แลกได้ด้วยเงินไทยแค่ 45 บาท ก็จะได้ประมาณ 8.55 ล้านบาท เท่านั้นเอง !



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา และบริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2556
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ODKM0
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th