บทความ

“ของจริง” กำลังมา


ใครที่เคยสงสัยว่า การสร้าง “ดีมานด์เทียม” หรือ “อุปสงค์ปลอม” ซึ่งผมพูดถึงบ่อยๆ มันมีผลเสียอย่างไร ขอให้ดูสภาพตลาดรถยนต์ตอนนี้ได้เลย

ดีมานด์เทียมจากโครงการ “รถคันแรก” ทำให้เกิดยอดจองที่ “ผิดปกติ” มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของโครงการ ตอนนั้น ตลาดเป็นของผู้ขาย สามารถ “เล่นตัว” ได้ตามใจชอบ แต่หลังจากผ่านปีใหม่มา ผู้ซื้อเริ่มได้สติ พร้อมใจกันปฏิเสธการรับรถแบบ “ผิดปกติ” เช่นเดียวกับตอนแห่ไปจอง โดยบางยี่ห้อนั้น ได้ข่าว “วงใน” ว่ามียอดทิ้งใบจองสูงเกินกว่า 50 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว

ปัญหาที่ตามมาคือมีรถค้างสตอคจำนวนมาก โดยเฉพาะบรรดาอีโคคาร์ และรถขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ในสเปค “รถคันแรก” สร้างภาระให้ผู้ผลิตจนต้องออกแคมเปญลด แลก แจก แถม แข่งกันฝุ่นตลบ รถบางรุ่นที่เคยต้องจองข้ามปี ตอนนี้ใครมีสตางค์สามารถถอยออกจากโชว์รูมได้ทันที

นอกจากนี้ เป้าหมายที่วาดฝันไว้ว่า ปีนี้ไทยจะผลิตรถได้ถึง 2.55 ล้านคัน มูลค่าส่งออกรถยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ 1 ล้านล้านบาท แล้วพอถึงปี 2560 เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เราจะมียอดผลิตถึง 3 ล้านคัน ก็จะพลอยเป็นหมันไปด้วย

นี่ยังไม่นับผลกระทบจากอาการผ่อนไม่ไหว ที่กำลังตามมา ถึงธนาคารแห่งประเทศไทย จะออกข่าวว่าไม่กังวลกับจำนวนหนี้เสียที่สูงขึ้นในธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ เพราะเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน แต่ถ้ามันเพิ่มไม่หยุด เศรษฐกิจของเรามีปัญหาแน่นอน และกรุณาอย่าคาดการณ์แบบ “โลกสวย” ว่า คนซื้อจะเอาภาษีที่ได้คืนมาเป็นทุนผ่อนรถต่อในปีที่ 2

คาดว่าจะเอาเงินไปดาวน์ทีวี ตู้เย็น มาผ่อนต่อ ดูจะเข้าเค้ากว่า !

เห็นไหมครับว่า “ดีมานด์เทียม” ซึ่งเป็นสิ่ง “ผิดปกติ” ที่รัฐบาลสร้างขึ้นในนามประชานิยมนั้น ได้สร้างความ “ผิดปกติ” ตามมาอีกมากมาย โชคยังดีที่ความ “ผิดปกติ” มันจำกัดวงอยู่แค่ตลาดรถเก๋งขนาดไม่เกิน 1,500 ซีซี ซึ่งผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยเป็นนิสิต นักศึกษา หรือไม่ก็ “นอมินี”

สำหรับตลาดรถกระบะ แม้จะเข้าสเปครถคันแรก แต่ยอดเงินคืนค่อนข้างน้อย ยอดจองจึงไม่ถึงกับ “ผิดปกติ” เช่นเดียวกับยอดทิ้งใบจอง เพราะคนซื้อพิคอัพส่วนใหญ่ต้องการรถไปใช้งานจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อมั่นศักยภาพ และประสบการณ์ของบรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ของเราว่า จะสามารถปรับนโยบายและแผนจนสามารถประคองตลาดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลได้ในที่สุด

ขออย่างเดียว ซึ่งก็เป็นการขออย่างเดิมนั่นแหละครับว่า รัฐบาลกรุณาอย่ายื่น “จมูก” เข้ามายุ่งกับเราอีก

การผลิตและค้าขายรถยนต์เป็นธุรกิจอุตสาหกรรมระดับโลก เพราะฉะนั้น เรื่องกำไร ขาดทุนเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ และรับความเสี่ยงเอาเอง รัฐแค่คอยสนับสนุนแบบอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ก็เกินพอแล้ว

ส่วนใครที่หายสงสัยเรื่อง “ดีมานด์เทียม” แล้ว และอยากรู้ต่อว่ากลไก “อุปสงค์-อุปทาน” ของจริงมันทำงานอย่างไร ขอให้คอยดูความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปได้เลยครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2556
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/LrqhG
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง